ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยผลดำเนินงานครึ่งปีแรกบรรลุเป้าหมาย แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday July 11, 2012 18:02 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--11 ก.ค.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยผลดำเนินงานตาม 5 แผนกลยุทธ์ ครึ่งปีแรกดำเนินการได้ตามเป้าหมายโดยรวม แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด พร้อมเดินหน้าสานโอกาสทางการเงินแก่ลูกค้าทั้ง 2 กลุ่ม คือผู้ลงทุน และธุรกิจ ควบคู่กับการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับภูมิภาค มั่นใจระบบซื้อขายใหม่พร้อมใช้ และสามารถเชื่อมโยงซื้อขาย ASEAN Link ภายในไตรมาส 3 เผยสินค้าใหม่ USD Futures ได้รับความสนใจต่อเนื่อง นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ฯว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2555 ผลการดำเนินงานโดยรวมบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ และในไตรมาส 3 จะมีพัฒนาการสำคัญที่เพิ่มความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย และเอื้อประโยชน์ต่อการระดมทุนของหมวดธุรกิจที่มีศักยภาพ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้เอื้อต่อการระดมทุน เช่น ปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการเข้าจดทะเบียนของบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยการลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่น (Holding Company) เพื่อให้บริษัท Holding ที่จดทะเบียนในไทย และมีการลงทุนในกลุ่มประเทศอินโดจีนเข้าจดทะเบียนได้ พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าจดทะเบียนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) และ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust : REIT) ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดให้ตลาดทุนไทย ในขณะที่การพัฒนาระบบ ซื้อขาย ระบบเผยแพร่ข้อมูล และระบบกำกับการซื้อขายสำหรับตราสารทุนใหม่ อยู่ในช่วงของการทดสอบและเตรียมความพร้อมในขั้นตอนสุดท้ายร่วมกันทั้งอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าระบบซื้อขายใหม่มีความพร้อมสมบูรณ์ 100 % โดยพร้อมใช้งานระบบใหม่ และเชื่อมโยงการซื้อขายกับตลาดหุ้นในภูมิภาค (ASEAN Link) ได้ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ “ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2555 ผลดำเนินงานที่สำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้านการเพิ่มสินค้าและผลิตภัณฑ์ มีหลักทรัพย์ที่มูลค่ามาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่และเป็นที่สนใจของผู้ลงทุนเข้าซื้อขาย โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2555 มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหลักทรัพย์ที่เข้าจดทะเบียนใหม่รวม 44,679 ล้านบาท นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเริ่มซื้อขาย USD Futures หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา และยังมีกองทุนรวมอีทีเอฟเข้าซื้อขายเพิ่มอีก 2 กอง ได้แก่ กองทุนเปิดธนชาตอีทีเอฟทองคำแท่ง (TGOLDETF) และ กองทุนเปิดเคแทม ฮ่องกง อีทีเอฟ แทร็กเกอร์ หรืออีทีเอฟ เอชเค (KTAM Hong Kong ETF Tracker: HK) ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Tracker Fund of Hong Kong โดยอ้างอิงกับดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง” นายจรัมพรกล่าว ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 2ของปี 2555 มูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวัน (average daily turnover) ของไทยอยู่ในระดับสูง โดยมีมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันประมาณ 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์ สรอ. ซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนบัญชีผู้ลงทุนรายบุคคล ณ สิ้นปี 2555 เป็น 740,000-750,000 บัญชี และอนุพันธ์เป็น 80,000 บัญชี ซึ่งช่วง 5 เดือนของการดำเนินงานปี 2555 (ณ สิ้น พ.ค.) มีจำนวนบัญชีผู้ลงทุนรายบุคคล 739,862 บัญชี หรือเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2554 จำนวน 39,637 บัญชี ในขณะที่จำนวนบัญชีอนุพันธ์ (ณ สิ้นมิ.ย.) มีจำนวน 71,505 บัญชี เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2554 จำนวน 11,205 บัญชี ขณะที่ผลดำเนินงานด้านการขยายฐานผู้ลงทุนบุคคลเพื่อกระตุ้นการลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ ได้มีการทำกิจกรรมการตลาดต่อเนื่องร่วมกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ ส่งผลให้ ณ สิ้นมิถุนายน 2555 สัดส่วนมูลค่าการซื้อขายผ่านออนไลน์ในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 50 % ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งปี สำหรับการพัฒนาตลาดทุนระยะยาวนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเดินหน้าส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนก้าวสู่มาตรฐาน ESG (Environment, Social and Governance) เพื่อปรับปรุงและเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการธุรกิจให้แข็งแกร่งและเติบโตได้อย่างยั่งยืนเหมาะสมในแต่ละระดับของบริษัท โดยจัดทำแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อให้บริษัทจดทะเบียนนำไปใช้ปฏิบัติภายในองค์กร คือ แนวทางความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการ (Guidelines for Social Responsibility) ซึ่งได้รวบรวมองค์ความรู้ด้าน CSR และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และแนวทางการจัดทำรายงานแห่งความยั่งยืน (Guideline for SD Report) เป็นคู่มือการจัดทำรายงานด้าน CSR และตามกรอบการรายงานของ Global Reporting Initiative (GRI) รวมถึงการจัดอบรมความรู้ และแนวปฏิบัติงานด้าน CSR และ การจัดทำรายงานแห่งความยั่งยืนให้แก่บริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะได้จัดอย่างต่อเนื่องตลอดปี ดร.วิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ สายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหลักทรัพย์ไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2555 แม้ว่าปัญหาการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจของหลายประเทศในยุโรปส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนในตลาดทุนโลกและตลาดทุนไทย แต่เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวดี และระบบสถาบันการเงินไทยไม่ต้องพึงเงินทุนจากต่างประเทศเหมือนกับประเทศอื่น เป็นปัจจัยที่ทำให้ภาวะตลาดหลักทรัพย์และปริมาณธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย ขณะที่ตลาดอนุพันธ์มีปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเนื่องจากปริมาณการซื้อขาย gold futures ที่เพิ่มขึ้นรวมถึงมีผลิตภัณฑ์ใหม่คือ USD futures เพิ่มเข้ามา โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2555 SET Index ปิดที่ 1,172.11 จุด เพิ่มขึ้น 14.32 % จากสิ้นปี 2554 ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market capitalization) ของทั้ง 2 ตลาด ปรับสูงขึ้นตาม SET Index โดย SET อยู่ที่ 9.71 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.49% และ mai อยู่ที่ 81,748 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.74% จากสิ้นปี 2554 ด้านอัตราเงินปันผลตอบแทนของ SET คงอยู่ในระดับสูง ที่ 3.67% อัตราส่วนระหว่างราคาหลักทรัพย์ต่อกำไรสุทธิคาดการณ์ต่อหุ้น (forward P/E ratio) ของ SET ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2555 อยู่ที่ระดับ 12.21 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 11.98 เท่า ณ ช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2555 ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิอยู่ที่ 64,096 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมูลค่าซื้อขายที่ 24.62% จาก 23.43% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 30,286 ล้านบาท ลดลง 1.69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ตลาดอนุพันธ์มีปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 43,768 สัญญา เพิ่มขึ้น 41.20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการซื้อขาย gold futures ที่เพิ่มขึ้น รวมถึง USD futures ที่เริ่มเปิดซื้อขายเมื่อเดือนมิถุนายน 2555 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม S-E-T Call Center โทร. 0 2229 2222

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ