IFS กระชับความสัมพันธ์ NEC ตั้งเป้ารุกตลาดธุรกิจยานยนต์ร่วมกัน

ข่าวทั่วไป Tuesday September 7, 2004 09:54 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--7 ก.ย.--ไอเอฟเอส ซิสเต็มส์ ประเทศไทย
หลังจากที่ NEC ได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท IFS และนับเป็นผู้ถือหุ้นราย สำคัญในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น และขยายผลไปสู่การพัฒนาแอพพลิเคชั่น ระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซ ซึ่งทั้งคู่วางเป้าหมายในการเพิ่มยอดขายในกลุ่มบริษัทญี่ปุ่นทั่วโลก โดยมุ่งเน้นไปยัง อุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมไฮเทค
ตามที่ AFTA ที่ได้ประกาศลดภาษีนำเข้าของชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์รวมทั้งภาครัฐบาลที่ได้ ปรับลดภาษีรถยนต์ลง ซึ่งผลของนโยบายดังกล่าวจะส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยเติบโต สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง IDC ได้ทำการสำรวจและคาดการณ์ว่าผลผลิตโดยรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ ในประเทศไทยจะเติบโตเพิ่มสูงถึง 240% ภายในปี 2006 และเป็นที่มาของการปรับตัวอย่างรวดเร็วของผู้ผลิต รถยนต์ และบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกันไม่ว่าจะเป็นธุรกิจผลิตชิ้นส่วน, ยาง, OEM ไปจนถึงตัวแทน จำหน่ายรถยนต์ ฯลฯ บริษัทฯ เหล่านี้ต่างเร่งหาแนวทางและเตรียมความพร้อมที่จะเพิ่มสายการผลิตให้สอด คล้องกับนโยบายและทิศทางทางการตลาด ซึ่งเห็นได้จากมีการนำเข้าวัตถุดิบเพิ่มขึ้น รวมทั้งการพัฒนาและ ติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อช่วยบริหารและจัดการระบบต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
IFS ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยตาม นโยบายดังกล่าว จึงได้ปรับยุทธวิธีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ IFS, สถาปัตยกรรมระบบ และโครงสร้างของ การให้บริการหลังการขาย รวมทั้งประสานงานกับพันธมิตรอย่าง NEC ในด้านการพัฒนา, การผนวกรวมและ การสนับสนุนคอมโพเน้นท์ของ IFS แอพพลิเคชั่น โดยเชื่อมโยงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชั่นและบริการ ซึ่ง IFS และ NEC ต่างก็เชื่อมั่นในมาตรฐานระบบเปิดและการปฏิบัติงานร่วมกัน และจะคงนำเสนอคอมโพเน้นท์ ทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกที่เปิดกว้างให้แก่ลูกค้า
คุณจุฬา ตรีดำรง, ผู้จัดการทั่วไปบริษัท IFS กล่าวว่า “ประเทศไทยมีการเติบโตของตลาด รถยนต์ที่ชัดเจนมาตลอด ดังนั้นผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ต่างก็มองหาระบบที่นอกจากจะจัดการ กับสายการผลิต, การจัดจำหน่ายและซัพพลายเชนได้แล้ว ยังต้องปรับปรุงในเรื่องของการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ รวมทั้งมุ่งเน้นไปยังการทำธุรกรรมผ่านทางอีเล็คทรอนิคส์ หรืออีคอมเมริซ ซึ่งแม้ในบ้านเราจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่ก็มีผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายเริ่มแนวทางจาก e-Collaboration ซี่งแอพพลิเคชั่นของ IFS นั้นรองรับความ ต้องการของธุรกิจยานยนต์ที่ซับซ้อนได้เป็นอย่างดี และเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจจากลูกค้ายานยนต์มากมาย ทั่วโลก การติดตั้งระบบก็ใช้เวลาน้อย ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเห็นผลตอบแทนคืนได้ภายในเวลาอันสั้น”
คุณจุฬากล่าวเสริมอีกว่า “นอกจากนั้น IFS ยังมีศูนย์บริการหลังการขายที่เมืองไทยเพื่อคอยให้ บริการแก่ลูกค้าได้อย่างฉับไว รวมทั้งยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญระบบที่คอยให้คำปรึกษาและการฝึกอบรม แก่ลูกค้าใน ประเทศ และที่สำคัญเรายังมีการจัดตั้งทีม Localized เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นของเราเป็นภาษาไทยอีกด้วย”
เมื่อไม่นานมานี้ IFS และ NEC ได้ประกาศร่วมกันจัดตั้งศูนย์ Automotive Competence Center ขึ้น ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ศูนย์ Automotive Competence Center ดังกล่าวจะจัดหา Integrated Framework สำหรับลูกค้าและพันธมิตรของทั้ง IFS และ NEC ในการทำ Prototype, การตลาด, การทดสอบการเชื่อมโยง ระบบต่าง ๆ และการสาธิตแอพพลิเคชั่นของ IFS ให้กับตลาดยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมหลักที่ IFS ให้ความสำคัญ การจัดตั้งศูนย์ Automotive Competence Center ขึ้นจะทำให้ IFS และ NEC ประสานความร่วมมือในการพัฒนาโครงแบบ (template) โซลูชั่นระดับ สากลสำหรับธุรกิจยานยนต์
มร.ริวอิจิ ซาโต้, Senior Executive Consultant ของ NEC Corporation ประเทศไทย กล่าวว่า “ IFS และ NEC จะผนึกกำลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการให้บริการ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างทวีคูณของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ในขั้นต้นศูนย์ฯ จะประกอบไปด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญหลักของทั้งสองบริษัทฯ ซึ่งจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ Global Industry Director รวมถึงทีมงานในส่วนวิจัยและพัฒนาในประเทศญี่ปุ่น (NEC) และประเทศสวีเดน (IFS) ในการพัฒนา โซลูชั่น ซึ่งทีมดังกล่าวยังมีทีมสนับสนุนในส่วน Presales และทีมที่ปรึกษาจากทั้งสองบริษัทฯ ด้วย ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจว่าไม่เพียงแต่เราจะสามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะเจาะจงของลูกค้าได้ อย่าง ฉับไว, หากยังมีความยืดหยุ่นสูง และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม”
ด้วยลูกค้าในธุรกิจยานยนต์กว่า 120 รายทั่วโลก อาทิเช่น Isuzu, MG Rover, Volvo, BWM, Lotus Cars, London Taxi และ Tokai Rubber IFS และ NEC มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า องค์ความรู้ระดับสูงและ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานให้กับลูกค้าชั้นนำทั้งหลาย จะนำมาซึ่งโซลูชั่นที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นต้นแบบ สำหรับวิธีปฏิบัติที่ดีเลิศ
ข้อมูลเบื้องต้นบริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด
NEC เป็นผู้จัดหาการให้บริการอินเตอร์เน็ท, ระบบเครือข่ายความเร็วสูง, และโซลูชั่นทางธุรกิจระดับเอ็นเตอร์ไพรซ์ชั้นนำแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของลูกค้าในหลากหลายรูปแบบทั่วทุกมุมโลก NEC ได้ถูกจัดอันดับให้เป็นผู้นำในด้านการผลิต สินค้าจดสิทธิบัตรมากมาย NEC เป็นผู้จัดหาโซลูชั่นที่ปรับแต่งแล้วสำหรับธุรกิจหลักเช่น ธุรกิจคอมพิวเตอร์, ระบบเครือข่ายและอุปกรณ์อีเล็ค ตรอนซึ่งเป็นการเชื่อมโยงจุดแข็งทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบเครือข่ายเข้ากับโซลูชั่นชั้นสูงทางด้านเซมิคอนดัคเตอร์ ชอง บริษัท เอ็นอีซี อีเล็คโทรนิคส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัททั้งหมดในเครือ NEC Group มีพนักงานกว่า 140,000 คนทั่วโลกด้วยยอดขายรวมกว่า 4,906 พันล้านเยน (47 พันล้านยูเอสดอลล่าร์) สำหรับไตรมาสแรกของปี 2004 ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nec.com
ข้อมูลเบื้องต้นบริษัท ไอเอฟเอส ซิสเต็มส์ ประเทศไทย จำกัด และ IFS แอพพลิเคชั่น
IFS เป็นผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจ (แบบ component based) สำหรับธุรกิจขนาดกลาง, ธุรกิจขนาดใหญ่ และธุรกิจระดับองค์กร แอพพลิเคชั่นของ IFS ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของเว็บและพอร์ทัลเทคโนโลยี โซลูชั่นของ IFS ประกอบด้วย 60 Enterprise Application Components ซึ่งเป็นระบบบริหารงานด้านต่างๆเช่น ระบบบริหารงานด้านการผลิต, ระบบบริหารงานห่วงโซ่การผลิต (supply chain), ระบบบริหาร งานลูกค้าสัมพันธ์, ระบบการบริหารงานบริการ, ระบบซ่อมบำรุง และระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคล
IFS เป็นผู้จัดหาแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจชั้นนำของโลก โดยมีลูกค้าในประเทศต่าง ๆ มากถึง 45 ประเทศ และมีผู้ใช้กว่า 350,000 คนทั่วโลก ตลอดจน เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่สต็อคโฮล์ม (XSSE: IFS)
IFS มีสาขาอยู่ในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคดังนี้: ออสเตรเลีย, จีน, ฮ่องกง, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ศรีลังกา และ ประเทศไทย และขายผ่านผู้จัดจำหน่ายในประเทศไต้หวัน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณวิฬาสินี มณีคัณโท
บริษัท ไอเอฟเอส ซิสเต็มส์ ประเทศไทย จำกัด
โทรศัพท์: 02-635-0900:โทรสาร: 02-635-0901
อีเมล์: virasinee@ifs.co.th
Web: www.ifsworld.com--จบ--
--อินโฟเควสท์ (นท)--

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ