ปภ. รายงานมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง 16 จังหวัด 69 อำเภอ

ข่าวทั่วไป Tuesday March 4, 2014 10:40 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--4 มี.ค.--กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 16 จังหวัด รวม 69 อำเภอ 399 ตำบล 3,299 หมู่บ้าน นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสถานการณ์ภัยแล้ง สั่ง ปภ.ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดสำรวจพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ประสบภัยแล้งระดับหมู่บ้าน พร้อมจัดโซนนิ่งการช่วยเหลือ เน้นวางแผนบริหารจัดการน้ำและแจกจ่ายน้ำทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2556 – 4 มีนาคม 2557 มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) แล้ว 16 จังหวัด รวม 69 อำเภอ 399 ตำบล 3,299 หมู่บ้าน โดยหมู่บ้านที่ประสบภัยแล้ง คิดเป็นร้อยละ 4.40 ของหมู่บ้านทั้งหมด แยกเป็น ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย แพร่ และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ มหาสารคาม ขอนแก่น ศรีสะเกษและชัยภูมิ ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี สระบุรีและชัยนาท ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และปราจีนบุรี ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ ตรัง นายกรัฐมนตรี ห่วงสถานการณ์ภัยแล้ง จึงได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยบูรณาการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยสำรวจพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ประสบภัยแล้งในระดับหมู่บ้าน เพื่อจัดโซนนิ่งพื้นที่ประสบภัยแล้งและวางมาตรการช่วยเหลือให้สอดคล้อง เน้นวางแผนบริหารจัดการน้ำและแจกจ่ายน้ำทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ น้ำอุปโภคบริโภคต้องเพียงพอต่อการใช้งาน โดยจัดหาถังน้ำ ซ่อมแซมภาชนะกักเก็บน้ำ ขุดลอกแหล่งน้ำ เพื่อเตรียมสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ส่วนน้ำเพื่อการเกษตร ให้ส่งเสริมเกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยทดแทน สำหรับระดับจังหวัดให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระดับพื้นที่ โดยเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำกับจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้จัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องจักรกล เช่น เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำขนาดใหญ่ รถผลิตน้ำดื่ม รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล เป็นต้น พร้อมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานสนับสนุนการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ นายฉัตรชัย กล่าวต่อไปว่า จากการประสานข้อมูลสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ พบว่า มีปริมาตรน้ำทั้งสิ้น 44,308 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 63 มีปริมาตรน้ำใช้การได้ 20,805 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ร้อยละ 44 มากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2556 ซึ่งมีปริมาตรน้ำ 42,069 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 60 จำนวน 2,239 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม แหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาตรน้ำกักเก็บรวม 11,697 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 44.50 ของความจุรวมทั้ง 4 อ่างฯ เป็นปริมาตรน้ำที่ใช้การได้ 5,001 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 33.25ของความจุรวมทั้ง 4 อ่างฯ ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าว มีการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งเกินกว่าแผนที่กำหนด โดยเฉพาะการทำนาปรัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ จึงขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เตรียมสำรองน้ำไว้อุปโภคบริโภค เกษตรกรควรวางแผนเพาะปลูกพืชให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำและแผนการจัดสรรน้ำในพื้นที่ เลือกปลูกพืชอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อย งดเว้นการทำนาปรัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป 0-2243-0674 0-2243-2200 www.disaster.go.th

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ