บลจ.วรรณ เผยเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว หุ้นน่าสนใจกว่าตราสารหนี้ แนะทยอยสะสมกองทุน ONE-UGG

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday July 5, 2018 14:38 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--5 ก.ค.--บลจ.วรรณ

บลจ.วรรณ คาด ปัญหาสงครามทางการค้าสหรัฐฯและจีนจะหาข้อสรุปได้จากการเจรจาร่วมกัน แนะลงทุนจากปัจจัยพื้นฐานให้น้ำหนักการติดตามเรื่องนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯและการยุติ QE ของยุโรปเป็นหลัก แนะลงทุนหุ้นกลุ่มที่กำไรเติบโตสูงเพราะจะได้ผลกระทบจำกัดจากสงครามทางการค้า มองเป็นโอกาสทยอยเข้าลงทุนในกองทุน ONE-UGG ซึ่งลงทุนหุ้นทั่วโลก เน้น กลุ่มเทคโนโลยี นวตกรรมการแพทย์ แฟชั่นชั้นนำ
นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ปัญหาสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯและประเทศจีน ยังส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก และตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศ ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เป็นระยะ สะท้อนได้จากการทิศทางค่าเงินหยวนของประเทศจีนที่อ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับมาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์ นี้
"ความไม่แน่นอนในเรื่องปัญหาของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลกเป็นระยะ อย่างไรก็ดี มองว่า ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นทั้งสองฝ่ายจะหาทางออกร่วมกันได้ และได้บทสรุปที่ชัดเจน ดังนั้น การพิจารณาลงทุนในตลาดหุ้นช่วงนี้ ควรเน้นเรื่องของปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ผมมองว่า ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญและมีผลต่อตลาดอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าคือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed และการยุติมาตรการ QE ของธนาคารกลางยุโรปในปีนี้ เพราะการเปลี่ยนนโยบายทางการเงินจากผ่อนคลายมาเป็นเข้มงวดบ่งบอกได้ว่า เศรษฐกิจโลกยังมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและขยายตัวได้ดี ทำให้ต้องมีการควบคุมปริมาณเงินในระบบและอัตราเงินเฟ้อ นายพจน์กล่าว
นอกจากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจโลกที่แข็งแกร่งแล้วนั้น บลจ.วรรณ มองว่า ธนาคารกลางทั่วโลกจะเริ่มพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยในประเทศของตนกับประเทศสหรัฐฯไม่ให้แตกต่างกันมากจนเกินไป แต่ทิศทางการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวของแต่ละประเทศจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะอัตราดอกเบี้ยในประเทศต้องเหมาะสมและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี
ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกดีขึ้น ซึ่งนำโดยเศรษฐกิจประเทศสหรัฐฯ เป็นหลัก ได้ส่งผลดีต่อ การลงทุนในสินทรัพย์ประเภทหุ้นมากกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ที่จะยังคงได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้ราคาของตราสารหนี้ลดลง
นายพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การคัดเลือกหุ้นที่เหมาะสำหรับการลงทุนในช่วงนี้ ควรเป็นหุ้นที่มีอัตราการเติบโตสูง และหลีกเลี่ยงหุ้นที่ได้รับผลกระทบมากจากสงครามการค้า ทั้งนี้ ในส่วนของนักลงทุนที่สนใจลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ บลจ.วรรณ แนะนำ กองทุนเปิดวรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ (ONE-UGG) ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุน Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund เน้นลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการเติบโตระดับสูงในระยะยาว อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูงถึง 44.4 %, กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคแบบฟุ่มเฟือยที่ 34.1% รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีการแพทย์ชั้นสูงอยู่ที่ 14.3% โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ กองทุน ONE-UGG สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 17.22% สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในบรรดากองทุนรวมทั้งหมดในไทย จากภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนเช่นนี้ จึงมองเป็นโอกาสในการทยอยเข้าสะสมการลงทุนในกองทุน ONE-UGG


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ