DITP ผนึกกำลังทุกภาคส่วนดึงทหารช่วยเสริมแกร่งผู้ประกอบการ เน้นจังหวัดยากจนและพื้นที่เสี่ยงภัย

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 21 มกราคม 2562 18:05:40 น.
กรุงเทพฯ--21 ม.ค.--เอเอสวี อินเตอร์ กรุ๊ป

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางDITPอยู่ระหว่างการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการระดับชุมชน ผู้ประกอบการ SMEs เกษตรกร และกลุ่มประชาชนที่ได้รับการฝึกอบรมอาชีพจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ตามนโยบายนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการให้หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่ในต่างจังหวัดเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีรายได้น้อยและจังหวัดที่ประสบภัยธรรมชาติ เป็นต้น

โดยDITP มีแนวคิดที่จะหารือกับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ในการทำงานร่วมกันในอนาคตหลังจากที่ได้ร่วมงานกันมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพประชาชนและผู้ประกอบการในชุมชนที่ได้รับการฝึกอบรมอาชีพจากทหารทั่วประเทศ มายกระดับเป็นผู้ส่งออก โดยมีโครงการที่จะนำร่องในจังหวัดที่ประสบภัยธรรมชาติและ 10 จังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุดของประเทศ เช่น แม่ฮ่องสอน นราธิวาส ปัตตานี กาฬสินธุ์ นครพนม ชัยนาท ตาก บุรีรัมย์ อำนาจเจริญและน่าน เป็นต้น

"ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์เคยร่วมมือกับกองทัพไทยในการสร้างอาชีพในหลายโครงการ เช่น การพัฒนาและสร้างงานแก่ผู้ที่มีรายได้น้อย เป็นต้น ส่วนการปั้นให้เป็นผู้ส่งออกนั้น DITPก็จะมีการส่งเสริมแก่ผู้ที่ได้รับการพัฒนาอาชีพจากกองทัพไทยแล้วและสนใจเป็นผู้ประกอบการก็จะจัดให้ไปอบรมกับสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือNEA ซึ่งอยู่ในการดูแลของกรมฯ หากมีแววและมีความมุ่งมั่นจริงก็พร้อมจะสนับสนุนให้เป็นผู้ส่งออก เริ่มจากการส่งออกผ่านช่องทางออนไลน์ที่ทางDITP ได้ลงนามความร่วมมือ(MOU) ร่วมกับเว็บไซต์ระดับโลกแล้วกว่า 10 แห่ง" นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าว

สำหรับเว็บไซต์ที่มีการลงนามไปแล้ว เช่น คูปัง ของเกาหลีใต้ , อาลีบาบา ของจีน , อเมซอน ของสหรัฐ , เจดีดอทคอม ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ และบริษัทค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน รวมถึงเว็บไซต์ประเทศอื่นๆ ซึ่งในปีนี้ยังมีความร่วมมือกับเว็บไซต์ในแอฟริกา และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจมาร่วมเป็นพันธมิตรเพิ่มอีกด้วย โดยที่ผ่านมามีสินค้าเกษตรของไทยจำนวนมากที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในหลายๆประเทศ เช่น ข้าว ทุเรียน ลำไย เป็นต้น และปีนี้จะมีสินค้าเกษตรอีกหลายชนิดที่จะนำไปวางจำหน่ายบนเว็บไซต์ต่างชาติ เช่น อาลีบาบา สนใจที่จะเพิ่มสินค้าเกษตรอย่างมังคุด เงาะ ส้มโอ เป็นต้น

นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวต่อว่า ในปี 62 ทางสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่(NEA) ได้ตั้งเป้าที่จะมีการพัฒนาผู้ประกอบการไม่ต่ำกว่า 250,000 ราย ผ่านโครงการและกิจกรรมฝึกอบรมกว่า 130 โครงการ เน้นการขยายการพัฒนาผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคมากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองรอง และช่วยลดความเลื่อมล้ำในการสร้างความรู้แก่ผู้ประกอบการ

สำหรับหลักสูตรที่จัดอบรมก็จะมีความหลากหลายเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ เช่น หลักสูตรการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกจะเน้นเนื้อหาการเสริมสร้างความรู้เบื้องต้น , เทคนิคให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการเป็นผู้ส่งออก , หลักสูตรต้นกล้าทูโกล ภายใต้โครงการสร้างเอสเอ็มอีไทยสู่เวทีการค้าสากล โดยหลักสูตรนี้จะครอบคลุมเนื้อหาเชิงปฎิบัติการในทุกด้านอย่างเข้มข้น และจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาซึ่งเป็นเสมือนพี่เลี้ยงคอยประคับประคองให้เป็นผู้ส่งออกได้อย่างแท้จริง โดยปีนี้DITPมุ่งเน้นที่จะเสริมสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจในระดับภูมิภาคให้มีความพร้อมออกทำการค้าในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนานักส่งออกรุ่นใหม่ , หลักสูตรสร้างพี่เลี้ยงทางการค้า , หลักสูตรการค้าออนไลน์ซึ่งเน้นการให้ความรู้กับผู้ประกอบการในรูปแบบออนไลน์ โดยมีหลักสูตรที่เกี่ยวกับการทำการค้าออนไลน์ การตลาดออนไลน์ รวมถึงองค์ความรู้ออนไลน์ในด้านต่างๆ อีกทั้งยังจัดการเรียนการสอนในรูปแบบการเรียนออนไลน์ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เป็นต้น

ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169

ข่าวที่เกี่ยวข้อง