ข่าวอินโฟเควสท์
12:22 (เพิ่มเติม) TPCH เผย"สยาม พาวเวอร์"พร้อมลงทุน 1.5 พันลบ.หลังคว้าโรงไฟฟ้าขยะนนทบุรี รอลุ้นอีกโรงในกทม.   บมจ. ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) แจ้…
12:02 (เพิ่มเติม) ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ก.พ.62 สูงสุดในรอบ​ 6 ปี ได้แรงหนุนจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ-กระแสเลือกตั้ง   นาย…
12:00 WEH เผยก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งผู้ผลิตไฟฟ้าพลังลมอาเซียนหลัง COD ครบทั้ง 8 โครงการรวม 717 MW   นางเอมม่า ลูอิส คอลลินส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ…
12:00 รัฐบาลจีนยืนยันปรับลด VAT หวังลดภาระภาษีสำหรับทุกภาคอุตสาหกรรม   ที่ประชุมสภาแห่งรัฐของจีนซึ่งมีนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเป็นประธานการป…
11:50 ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้น ขานรับเฟดส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ยปีนี้   ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้น หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ม…

กรุงศรีมองเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.40 ติดตามบันทึกการประชุมกนง. และตัวเลขส่งออก เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย

ข่าวหุ้น-การเงิน ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 16:03:48 น.
กรุงเทพฯ--18 ก.พ.--ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มซื้อขายในกรอบ 31.10-31.40 ต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 31.28 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ขายสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยมูลค่า 9.2 พันล้านบาท และ 7.0 พันล้านบาท ตามลำดับ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ซึ่งได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของกลุ่มยูโรโซน ส่วนสภาคองเกรสสหรัฐฯ สามารถตกลงเรื่องการรักษาความมั่นคงตามแนวพรมแดนโดยไม่ได้จัดสรรงบประมาณสำหรับการสร้างกำแพงให้แก่ประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ครอบคลุมงบประมาณสำหรับช่วยให้หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯเปิดดำเนินการได้จนถึง 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์ลดช่วงบวกลงท้ายสัปดาห์จากตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯที่ย่ำแย่เกินคาดรวมถึงความเห็นจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณว่าอาจจะตรึงดอกเบี้ยตลอดปีนี้

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนรอบล่าสุดเพื่อยุติสงครามการค้า ทั้งนี้ การเจรจาจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์หน้า โดยทั้งสองฝ่ายระบุตรงกันว่าการต่อรองในสัปดาห์ที่ผ่านมามีความคืบหน้าสู่การคลี่คลายข้อพิพาททางการค้า ขณะที่มีรายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพิจารณาขยายกำหนดเวลาเส้นตายที่ต้องขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในวันที่ 1 มีนาคมนี้ออกไปอีก 60 วัน นอกจากนี้ ตลาดจะให้ความสนใจกับรายงานการประชุมเฟดเพื่อหาข้อยืนยันว่าเฟดจะยุติการขึ้นดอกเบี้ยและการลดขนาดงบดุลภายในปีนี้หรือไม่ ความคาดหวังจากปัจจัยข้างต้นดังกล่าว เพิ่มโอกาสที่กระแสเงินทุนจะไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงและตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยในระยะนี้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ จีดีพีไตรมาส 4/61 ของไทยเติบโตสูงกว่าคาดที่ 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยสภาพัฒน์คาดว่าเศรษฐกิจปี 2562 จะเติบโต 3.5-4.5% ทางด้านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าเงินบาทที่แข็งค่าเกิดจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยไม่ใช่การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเมื่อเดือนธันวาคม 2561 โดยเงินบาทยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยพร้อมเข้าดูแลหากพบความเคลื่อนไหวผิดปกติ ทั้งนี้ ตลาดจะติดตามรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และตัวเลขส่งออกนำเข้าของไทยเดือนมกราคม เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง