ข่าวอินโฟเควสท์
17:02 "อาเบะ" รุดเยี่ยมผู้ประสบภัยจากไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" รับปากรัฐบาลจะเร่งค้นหาผู้สูญหาย พร้อมมอบความช่วยเหลือเต็มที่   นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่…
15:26 ชาวฮ่องกงนับหมื่นสวมหน้ากากดำออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในย่านเศรษฐกิจสำคัญ   สื่อต่างประเทศรายงานว่า ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงที่สนับสนุนการเรียกร้องปร…
14:37 จีนเผยมีผลผลิตนมเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในทศวรรษที่ผ่านมา ขณะคุณภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด   สำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐ เปิดเผยว่า จีนมี…
13:10 "ทรัมป์" ยกเลิกแผนจัดประชุม G7 ที่สนามกอล์ฟในฟลอริดา หลังถูกสื่อวิจารณ์   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะไม่ใช้สนามกอล์ฟของตัวเองในรั…
11:47 IMF เตือนทั่วโลกเร่งแก้ปัญหาพิพาทด้านการค้า ก่อนสร้างหายนะให้กับเศรษฐกิจโลก   คณะกรรมการกำหนดนโยบายของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนให้…

กรุงศรีคาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 31.50-31.85 จับตาสงครามการค้ากดดันดอลลาร์

ข่าวหุ้น-การเงิน ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562 15:05:45 น.
กรุงเทพฯ--13 พ.ค.--ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-31.85 ต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 31.57 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ขณะที่ภาพทางการเมืองของไทยชัดเจนมากขึ้น สวนทางกับค่าเงินหยวนซึ่งร่วงลงต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 6.3 พันล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 1.0 พันล้านบาท ด้านเงินดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่องเทียบกับเงินยูโรและเยนซึ่งแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 3 เดือนส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ความกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในรอบนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลลบต่อเงินหยวน แต่กลับมากดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ให้อ่อนลงด้วย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่แตกต่างจากปี 2561 ในครั้งนั้นดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากวัฎจักรการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าไม่รีบร้อนที่จะลงนามในข้อตกลงทางการค้ากับจีน โดยสหรัฐฯ เริ่มปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าเป็น 25% จาก 10% สำหรับสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ และรัฐบาลจีนประกาศจะตอบโต้ นอกจากนี้ ช่วงกลางสัปดาห์ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลยอดค้าปลีกของสหรัฐฯหลังจากดัชนีราคาผู้บริโภคออกมาต่ำกว่าคาด

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติด้วยเสียงเอกฉันท์ให้ตรึงดอกเบี้ย โดยระบุว่าภาวะการเงินยังเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน เช่น กรณีการก่อหนี้ของภาคครัวเรือน ส่วนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยในประเทศยังมีอยู่มาก และกนง.ต้องการรอประเมินผลกระทบต่างๆ ให้ชัดเจนมากขึ้น โดยทางการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าที่ประเมินไว้ที่ 3.8% ตามการส่งออกสินค้าและการลงทุนที่ชะลอลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มใกล้เคียงกับขอบล่างของกรอบเป้าหมายที่ 1-4% สำหรับเงินบาท กนง.คาดว่ายังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาค แต่อัตราแลกเปลี่ยนยังมีแนวโน้มยังผันผวน อนึ่ง การยืนยันว่าไทยจะไม่ปรับดอกเบี้ยตามต่างประเทศแต่จะพิจารณาจากปัจจัยในประเทศเป็นหลักสนับสนุนมุมมองของเราที่ว่ากนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ตลอดปี 2562 แม้หลายประเทศ อาทิ อินเดีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ลดดอกเบี้ยไปแล้วก็ตาม โดยทิศทางดังกล่าวอาจหนุนค่าเงินบาทอีกทางหนึ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง