กรุงเทพฯ--5 ก.พ.--วาโซ่ เทรนนิ่ง ขอเชิญร่วมอบรมและสัมมนาเรื่อง การใช้มาตรการทางวินัยในการจัดการปัญหาด้านแรงงานโดยชอบด้วยกฎหมาย และ เป็นธรรมทั้งลูกจ้าง และนายจ้างRule and Regulation for Labor Management วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 09.00-16.00 น. ณ โรงแรมดุสิตปริ๊นเซสศรีนครินทร์ ถนนศรีนครินทร์ ในทุกกิจการ เมื่อแรกรับบุคคลเข้าทำงาน ส่วนใหญ่เกือบจะไม่มีปัญหา แต่หลังจากทำงานร่วมกันมาระยะหนึ่ง ลูกจ้างบางคน ก็เริ่มมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน มีการประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ไม่เหมาะสม มีการฝ่าฝืนข้อกำหนด ที่กำหนดให้ประพฤติปฏิบัติ ฝ่าฝืนข้อห้ามที่ห้ามมิให้ประพฤติปฏิบัติ หากฝ่ายนายจ้าง ไม่มีความเข้าใจในการใช้มาตรการทางวินัย เมื่อถึงคราวที่จะต้องลงโทษลูกจ้าง ก็ทำไม่ถูกต้อง เมื่อลูกจ้างฟ้องศาลแรงงานก็ปรากฏว่าฝ่ายนายจ้างเป็นฝ่ายแพ้คดีเป็นส่วนใหญ่ (แพ้คดีประมาณ 80%) จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสำหรับฝ่ายแรงงานสัมพันธ์ ฝ่ายการพนักงาน ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผู้บริหาร โดยวิทยากรได้คัดเลือกคำพิพากษาฎีกาต่างๆ ในส่วนที่ฝ่ายนายจ้างชนะคดี (ที่มีอยู่ประมาณ 20%) มาเป็นตัวอย่างให้คำแนะนำ สำหรับนำมาใช้ในกรณีจำเป็น เพื่อแก้ปัญหาที่ได้ผลและถูกต้อง กำหนดการ08.30-09.00 ลงทะเบียน09.00-16.001. ความหมายของวินัยพนักงาน2. การใช้มาตรการทางวินัยเชิงสร้างสรรรค์ ด้วยการระวัง ดูแล ป้องกัน และเยี่ยวยาแก้ไข3. ความหมายของการสอบสวน4. เทคนิคการสอบสวนข้อเท็จจริง- ทำไมต้องสอบสวนผู้กล่าวหาก่อนผู้ถูกกล่าวหา จึงจะได้ผลโดยแท้5. เทคนิคการสอบสวนที่ดี6. เทคนิคการเตรียมการสอบสวน7. เทคนิคการรวบรวมพยานหลักฐาน (ก่อนไปสอบสวน/ระหว่างสอบสวน และการรวบรวมพยานหลักฐาน)8. ประเภทของพยาน- ประจักษ์พยาน พยานแวดล้อมกรณี พยานบอกเล่า พยานผู้เชี่ยวชาญ- พยานบุคคล พยานเอกสาร วัตถุพยาน9. การจัดทำรายงานการสอบสวน10. ขั้นตอนการใช้มาตรการในการลงโทษ10.1 ข้อบังคับ/ตัวบทกฎหมาย/คำพิพากษาฎีกา/ประกาศ ระเบียบ คำสั่ง10.2 เหตุมีอยู่จริง ไม่ระบุในคำสั่ง นำมาอ้างใช้ต่อสู้คดีไม่ได้10.3 ไม่ต้องรอผลคดีอาญา สอบสวนเสร็จ ลงโทษได้โดยชอบ10.4 มิได้แจ้งข้อหาแต่ต้น แจ้งข้อหาเพิ่มได้10.5 ไม่กำหนดความผิดครั้งใด ลงโทษเท่าไรจะปลอดภัยกว่า10.6 ลงโทษต่างกัน ในความผิดเดียวกันได้10.7 ความประพฤติส่วนตัวไม่เหมาะสม เลิกจ้างได้10.8 หลักเกณฑ์การออกหนังสือเตือนมีอย่างไร10.9 ลักษณะคำเตือนที่รัดกุม ถูกต้อง มี 6 ประการ10.10 วิธีแจ้งคำเตือนเป็นหนังสือที่สมบรูณ์ 7 ประการ10.11 การเลิกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาจ้างแรงงาน 5 ประการ11. เหตุลดหย่อนโทษ12. คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวกับการลงโทษทางวินัยที่ต้องให้ความสนใจ12.1 ทำผิดครั้งเดียว ลงโทษหลายสถานได้12.2 ลงชื่อทำงานล่วงเวลา แต่ไม่มาทำ ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ได้12.3 แม้มีใบรับรองแพทย์แสดง นายจ้างไม่เชื่อ เลิกจ้างได้12.4 อ้างเหตุไม่ตรงความผิด ศาลฎีกาให้เลิกจ้างได้12.5 ปล้ำลูกน้องนอกที่ทำงาน นอกเวลางาน ก็เลิกจ้างได้12.6 ทะเลาะวิวาทเลิกจ้างได้12.7 ต่อยหัวหน้า นอกโรงงาน แต่เกี่ยวกับงาน เลิกจ้างได้12.8 เลิกจ้างผู้บังคับบัญชา เพราะบกพร่องในการดูแลลูกน้องได้12.9 ลูกจ้างพูดจาข่มขู่ และไม่สุภาพต่อนายจ้าง เลิกจ้างได้12.10 ไม่ไว้วางใจลูกจ้าง ก็เลิกจ้างได้12.11 หย่อนสมรรถภาพในการทำงาน เลิกจ้างได้12.12 ขาดงาน 2 วัน แม้มีเหตุผลอันสมควร ก็เลิกจ้างได้12.13 หลับในเวลาทำงาน 2 ชั่วโมง เลิกจ้างได้12.14 ทำความผิดมานานเกิน 1 ปี นำเหตุดังกล่าวมาเลิกจ้างได้12.15 ทำงานไม่ได้มาตรฐาน ให้ปรับปรุงตัว ไม่น่าพอใจ เลิกจ้างได้12.16 เล่นการพนัน นอกโรงงาน เลิกจ้างได้12.17 ลูกจ้างหยอกล้อซ้ำในเวลาทำงาน ถูกเลิกจ้างไม่ได้ค่าชดเชย12.18 ใช้เวลาทำงานมาขายของส่วนตัว เลิกจ้างได้12.19 ดื่มสุรามาก จนรุ่งขึ้นมาทำงานมิได้ ก็เลิกจ้างได้12.20 ไม่เข้าร่วมประชุม ตามนายจ้างสั่ง เลิกจ้างได้12.21 มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน เลิกจ้างได้12.22 ลงเวลาทำงาน แต่ไม่ทำงาน เลิกจ้างได้12.23 ทำผิดระเบียบ แม้ไม่ร้ายแรง ก็เลิกจ้างได้12.24 รับเงินจากลูกค้า โดยมิได้เรียกร้อง ก็เลิกจ้างได้12.25 ทำเงินขาดบัญชีเล็กน้อย ก็เลิกจ้างได้12.26 สั่งให้ลูกจ้างไปทำงานที่หนึ่ง แต่กลับไปอีกที่หนึ่ง เลิกจ้างได้12.27 ลูกจ้างทำผิดอาญา ศาลให้รอการลงโทษ ก็เลิกจ้างได้ จากคำพิพากษาฎีกาต่างๆ ที่วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวข้างต้น แม้จะมีน้อยกว่ากรณีที่นายจ้างแพ้คดีก็ตาม แต่ถ้าหากท่านมีความเข้าใจถูกต้อง ท่านสามารถนำมาใช้จัดการกับพนักงานที่มีปัญหาที่ไม่ต้องการจ้างได้โดยชอบตามกฎหมาย ช่องทางสำหรับจัดการตามกฎหมายมีอยู่ และเมื่อเป็นคดีกัน ท่านก็เป็นฝ่ายได้เปรียบหากรู้เท่าทันในกฎหมายโดยนำมาใช้ในเวลาและจังหวะที่เหมาะสม วิทยากร อ.รุ่งเรือง บุตรประคนธ์ - ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านกฎหมายแรงงาน - อาจารย์สอนปริญญาโทในวิชากฎหมายแรงงาน และคำพิพากษาฎีกาคดีแรงงาน - ผู้ศึกษาค้นคว้าคำพิพากษาฎีกาคดีแรงงานมามากกว่า 44,000 คดี - ที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลและกฎหมายแรงงานให้แก่กิจการภาคเอกชน ค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนต่อหลักสูตร ต่อท่าน ท่านละ3,200 บาท + ภาษี 7 % = 3,424 บาท กรณีหัก ณ ที่จ่าย 3% เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 3030704238 บริษัท วาโซ่ จำกัด 79/68 ซอย.สามวา 29 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพ ฯ 10510 วิธีการสำรองที่นั่ง - โทรสำรองที่นั่ง ที่ โทร.0-29062211-2 - แฟกซ์ใบสมัครมาที่ 0-29062127,02906223 แผนที่สถานที่อบรม ใบสมัครอบรม - E-mail: ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ วิธีการชำระเงิน เช็คสั่งจ่าย บริษัท วาโซ่ จำกัด หรือ WASO LTD. หรือ โอนเงินเข้าบัญชีกระแสรายวัน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขา รามอินทรา กม.10 เลขที่บัญชี 142-3-00534-2 แฟ็กซ์ใบ Pay in ระบุชื่อคอร์ส และชื่อบริษัท ไปที่ 0-29062231, 0-29062127 (ผู้เข้าอบรมเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอนกรณีโอนเงินจากต่างจังหวัด) การแจ้งยกเลิกการอบรม ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้วแต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ เนื่องจากเหตุจำเป็น กรุณาแจ้งยกเลิกก่อนวันงานอย่างน้อย 3 วัน หากไม่แจ้งตามกำหนดท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเอกสาร เป็นจำนวน40% ของ อัตราค่าลงทะเบียน