ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัยใน 13 จังหวัดคลี่คลายแล้ว เตือนภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกรับมือฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

ข่าวทั่วไป 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562 09:58 น. —ThaiPR.net

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานตั้งแต่วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2562อิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้เกิดน้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ใน 5 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน สตูล ตราด ระนอง และปัตตานี รวม 10 อำเภอ 31 ตำบล 68 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 475 หลัง ผู้บาดเจ็บ 2 ราย (จังหวัดสตูล) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว

ทุกจังหวัด ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึง จัดเจ้าหน้าที่สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนตกหนักบางแห่งและคลื่นลมแรง ซึ่ง ปภ. ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมสรรพกำลัง วัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย ให้เผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2562 ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัยใน 5 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน สตูล ตราด ระนอง และปัตตานี รวม 10 อำเภอ 31 ตำบล 68 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 475 หลัง ผู้บาดเจ็บ 2 ราย (จังหวัดสตูล) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อให้ช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้

ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล จันทบุรี และตราด รวมถึงทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ซึ่ง ปภ. ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดเตรียมสรรพกำลัง วัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้เผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ขอให้ประชาชน

ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น อย่างท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทาง สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ