ใบมาตรฐานวิชาชีพไอที (ITPE) ใบเบิกทางนักศึกษาไทยสู่ความเป็นเลิศด้านไอที

ข่าวทั่วไป 21 มกราคม พ.ศ. 2563 17:49 น. —ThaiPR.net

ใบมาตรฐานวิชาชีพไอที (ITPE) ใบเบิกทางนักศึกษาไทยสู่ความเป็นเลิศด้านไอที

ใบมาตรฐานวิชาชีพไอที (ITPE) ใบเบิกทางนักศึกษาไทยสู่ความเป็นเลิศด้านไอที ตอบรับความต้องการบุคลากร อุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต ทางด้านดิจิทัล

บนโลกของการศึกษาทุกวันนี้ นอกจากใบปริญญาบัตรเพียงใบเดียว อาจจะไม่เพียงพอกับความสำเร็จของอาชีพ ตำแหน่ง และรายได้ ตลอดอายุการทำงาน 30 หรือ 40 ปี ในช่วงชีวิตของการทำงาน ในวงการหลาย ๆ อาชีพที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่อาชีพแพทย์ ต้องมีใบประกอบโรคศิลปะ วิศวกร ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ก.ว.) และผู้ตรวจสอบบัญชี ก็ต้องมีใบอนุญาตผู้สอบบัญชี (Certified Public Accountant: CPA) ซึ่งต้องยอมรับว่าใบรับรองในวิชาชีพเหล่านี้สามารถสร้างความมั่นใจ เสริมความภาคภูมิใจ อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น เป็นการเพิ่มค่าตัว (value added) ที่ดีและง่ายที่สุด แถมยังเป็นการแข่งกับตัวเองและแข่งกับมาตรฐานของความรู้ ทั้งที่ผ่านการศึกษาและการใช้ประสบการณ์จริงจากการทำงาน เพื่อที่จะสอบผ่านการรับรองมาตรฐานวิชาชีพเหล่านั้นให้ได้

ใบมาตรฐานวิชาชีพไอที (ITPE) ใบเบิกทางนักศึกษาไทยสู่ความเป็นเลิศด้านไอที

สำหรับอาชีพด้านไอที ซึ่งปัจจุบันเป็นอาชีพที่ท็อปฮิต สามารถทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีเงินเดือนจำนวนหกหลักขึ้นไป สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต ทั้งอุตสาหกรรมดิจิทัล หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ก็มีใบรับรองวิชาชีพในลักษณะเดียวกัน ใบรับรองวิชาชีพไอทีหรือที่เรียกว่า ใบมาตรฐานวิชาชีพไอที ( ITPE ) นั้นเป็นเสมือน ใบเบิกทาง สำหรับผู้ที่ต้องการรับจ้างผลิตผลงานทั้งซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ ทั้งต่อเอกชนและภาครัฐ รวมถึงการเสนอขอใบอนุญาตทำงานในต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ยังไม่นับรวมสิทธิพิเศษในการพิจารณาคัดเลือกเข้ารับทุนการศึกษาด้านไอทีจากประเทศเครือข่ายมาตรฐานวิชาชีพไอที

ทั้งนี้ใบมาตรฐานวิชาชีพไอที ( ITPE ) เกิดจากแนวคิดของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ที่ต้องการกระตุ้นความตื่นตัว ให้คนไทยได้มีการพัฒนาความรู้ด้านไอทีอย่างต่อเนื่องและมีมาตรฐานอยู่ในระดับสากล จึงสนับสนุนให้ประเทศไทยร่วมเป็นสมาชิกประเทศเครือข่ายมาตรฐานวิชาชีพไอที ภายใต้การดูแลของ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม ของประเทศญี่ปุ่น จึงมุ่งผลักดันให้มีการสอบมาตรฐานวิชาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ไม่อิงผลิตภัณฑ์ใน ประเทศขึ้น แน่นอนว่า ในอนาคตวิศวกรคอมพิวเตอร์ที่มีใบรับรองวิชาชีพไอที ย่อมมีภาษีดีกว่าคนที่ไม่มี เพราะโอกาสที่ได้รับ คัดเลือกเข้าไปอยู่ในองค์กรที่มีชื่อเสียงมีมากกว่า และเมื่อเข้าไปแล้วโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาเงินเดือนหรือสิทธิพิเศษก็ย่อม เหนือกว่าคนอื่น ๆ นอกจากนี้ยังได้รับคำแนะนำจาก TDRI ให้บุคลากรทางด้านไอทีควรสอบผ่าน ITPE เพื่อเสริมสร้างความ แข็งแกร่งทางการแข่งขันด้านไอทีให้กับประเทศไทย

ผศ. ดร. ณัฏฐ์ โอธนาทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาความรู้และดำเนินการสนับสนุนผลักดันให้ นักศึกษาในมหาวิทยาลัย เข้าร่วมกิจกรรมการสอบใบมาตรฐานวิชาชีพไอที ( ITPE ) ถึงแม้ว่าจะนักศึกษาบางสาขาอาจไม่ได้เรียนด้านไอที มาโดยตรงก็ตาม ก็สามารถเข้ามาสมัครสอบและสอบผ่านได้ เพื่อเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งในอนาคตที่จะเข้าสมัครเข้า ทำงานกับบริษัททั้งในและต่างชาติ

"ไอทีพาสปอร์ตมีประโยชน์มากโดยจะเป็นเครื่องมือช่วยประเมินว่า ผู้สอบผ่านมีความรู้ความเข้าใจและความสามารถ ด้านไอทีอย่างแท้จริง รวมถึงผู้ที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วและกำลังทำงานอยู่ในสถานประกอบการ ว่ามีความพร้อมด้านไอทีมากน้อย แค่ไหน ทั้งยังเป็นการอัพเดทความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และที่สำคัญเป็นการเสริมความมั่นใจและภาคภูมิใจให้แก่ผู้สอบที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ได้เป็นหนึ่งในศูนย์อบรมและสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที ( ITPE ) โดยเป็นโครงการความร่วมมือในการ พัฒนาบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. NSTDA) ผู้ที่สอบผ่านจะมีโอกาสได้ทำงานกับหน่วยงานและบริษัทชั้นนำมากมาย นอกจากนี้ผู้ที่ สอบผ่านระดับ FE ยังสามารถขอใบขออนุญาตทำงาน (Work Permit) ที่ประเทศญี่ปุ่น ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ iot.sau.ac.th หรือที่เว็บไซต์ http://www.nstdaacademy.com/itpe " ผศ. ดร. ณัฏฐ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ใบวิชาชีพนี้ ไม่ได้แถมมาอัตโนมัติพร้อมกับปริญญาบัตร ผู้ที่ต้องการถือครองจะต้องฝึกทักษะด้านไอทีให้เชี่ยวชาญเพื่อเตรียมเข้ารับการทดสอบ ซึ่งในแต่ละปีทางสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือ สวทช. เปิดสอบปีละ 2 ครั้ง คือ เมษายนและตุลาคม โดยโครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2549 และจัดต่อเนื่องติดต่อกันทุกปี โดยสวทช. ได้ร่วมกับสถาบันการศึกษา 15 แห่ง สนับสนุนให้นักศึกษาและบุคลากรทั้งภายในและเครือข่ายภายนอกเข้าร่วมสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที โดยเป็นศูนย์สอบและศูนย์ติวสอบทั่วประเทศ พร้อมนำตัวอย่างข้อสอบเก่ามารวบรวมไว้ที่หน้าเว็บไซต์โครงการ เพื่อเป็นแนวทางการทำข้อสอบหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่สถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต .โทร.0-2644-8150 และ https://www.nstdaacademy.com/webnsa/index./material

สำหรับรูปแบบการสอบใบมาตรฐานวิชาชีพไอที ( ITPE ) จะอ้างอิงเกณฑ์การวัดความรู้ไอทีที่เป็นมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับในกลุ่มภาคีสมาชิก 7 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม พม่า มองโกเลีย และไทย ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางของการยกระดับบุคลากรด้าน IT ให้มีความพร้อมและความสามารถที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดแรงงานและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยผู้ผ่านการสอบตามมาตรฐาน ITPE สามารถไปทำงานและรับงานจากประเทศในกลุ่มภาคีสมาชิกได้ โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นที่ยอมรับจากบริษัทชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ บมจ. ท่าอากาศยานไทย , บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมทั้งบริษัทร่วมทุนของญี่ปุ่นในประเทศไทยด้วย ทั้งนี้รูปแบบการสอบ จะมีการแบ่งระดับเนื้อหาวิชาต่างๆ ที่เปิดให้สอบ เพื่อผู้สอบสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมความจำเป็นหรือความต้องการ ครอบคลุมระดบความรู้ได้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ขั้นสูง และความชำนาญเฉพาะด้าน/รายสาขา ทำให้การสอบสามารถนำไปใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงาน ( Recruitment ) นักศึกษาจบใหม่หรือคนที่ต้องการเปลี่ยนงานได้ เพราะคะแนนจากการสอบนี้ช่วยบอกความสามารถของตัวเองได้ง่ายขึ้น

ประโยชน์ของใบมาตรฐานวิชาชีพไอที (ITPE) เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ และโอกาสใหม่ของคนไทยยุคใหม่ ทำให้ IT Passport เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่ง ที่ไม่ว่าผู้ที่จะสำเร็จการศึกษาจะเป็นใคร ทำงานอะไร อยู่ที่ไหน เป็นคน IT หรือ Non – IT ล้วนสามารถพัฒนาตนเองได้ ซึ่งการสอบใบรับรองด้านไอที ยังเป็นการเตรียมความพร้อมของบุคลากรของประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการบุคลากร อุตสาหกรรเป้าหมายแห่งอนาคต ทางด้านดิจิทัล รวมทั้งการพร้อมรับนโยบายเปิดเสรีแรงงานของอาเซียน บทความโดย

ผศ.ดร. ณัฏฐ์ โอธนาทรัพย์

ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ