TMBAM Eastspring ประกาศจ่ายเงินคืนงวดที่ 2 เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday April 9, 2020 13:07 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--9 เม.ย.--บลจ.ทหารไทย

บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) พร้อมจ่ายเงินคืนครั้งที่ 2 แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 10 เมษายน 2563 ในกองทุนตราสารหนี้ที่ได้ประกาศยกเลิกโครงการในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประกอบด้วย กองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพศาล กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ ซึ่งบริษัทฯ มีความตั้งใจให้การจ่ายเงินคืนเป็นไปได้เร็วและสร้างมูลค่าเงินลงทุนโดยรวมให้สูงที่สุด โดยกระบวนการต่อจากนี้คือการชำระบัญชีกองทุนซึ่งมีขั้นตอนของการขายสินทรัพย์ที่เราจะดำเนินการให้เป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ลงทุน

สำหรับการจ่ายเงินในครั้งที่ 2 นี้ บริษัทฯ มีเจตนาเพื่อเพิ่มเติมสภาพคล่องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญโดยเฉพาะในช่วงที่วิกฤตการณ์ COVID-19 โดยเงินที่นำจ่ายเกิดจากรายรับดอกเบี้ยและตราสารที่ครบอายุ ซึ่งกองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัสจะดำเนินการจ่ายเงินคืนที่ 0.3652 บาท/หน่วยและเมื่อรวมการจ่ายเงินครั้งแรกในวันที่ 30 มีนาคม 63 จะมียอดรวมทั้งสิ้น 1.4608 บาท/หน่วย ธนไพศาล จ่ายเงินคืนที่ 0.6315 บาท/หน่วยและเมื่อรวมการจ่ายเงินครั้งแรกจะมียอดรวมทั้งสิ้น 1.5156 บาท/หน่วย สำหรับ ธนเพิ่มพูน จ่ายเงินคืนที่ 0.2000 บาท/หน่วย และเมื่อรวมการจ่ายเงินครั้งแรกจะมียอดรวมทั้งสิ้น 0.6163 บาท/หน่วย และธนไพบูลย์ จ่ายเงินคืนที่ 0.4000 บาท/หน่วยและเมื่อรวมการจ่ายเงินครั้งแรกจะมียอดรวมทั้งสิ้น 1.2911/หน่วย

คุณบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ TMBAM Eastspring
ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ภายหลังจากการจ่ายเงินครั้งที่สองนี้
เราจะเข้าสู่ขั้นตอนของการชำระบัญชีและขายสินทรัพย์ภายใน 90 วัน
ซึ่งอาจขอขยายเวลากับสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ตามความเหมาะสม บริษัทฯ ขอให้ความมั่นใจว่าตราสารหนี้ที่มีอยู่ในพอร์ตการลงทุนทั้งหมดของทั้งสองกองทุนเป็นตราสารหนี้ที่มีคุณภาพสูงที่อยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้
(Investment Grade) นอกจากนี้ มาตรการของธปท. และตลาดต่างประเทศที่มีแนวโน้มคลี่คลาย
จึงเชื่อได้ว่าการทยอยขายสินทรัพย์ในราคายุติธรรมจะไม่ยากจนเกินไป

บริษัทฯ ยังได้แต่งตั้ง บริษัท
ที่มีความรู้ความสามารถระดับโลกและในประเทศเพื่อให้คำแนะในการจัดทำแนวทางการขายสินทรัพย์และแผนการชำระบัญชี
โดยหลักการสำคัญประกอบด้วยการดำเนินการบนพื้นฐานที่สมเหตุสมผลในทางธุรกิจโดยคำนึงถึงสภาพตลาดปัจจุบัน
การจัดสรรที่เป็นธรรม เป็นต้น เสริมสร้างกระบวนการชำระบัญชีมีให้มีการกำกับดูแลที่แข็งแกร่งมีการติดตามตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอโดยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของฝ่ายตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงที่มีความเป็นอิสระ
เพื่อให้ทั้งกระบวนการเป็นไปเยี่ยงมืออาชีพ รอบคอบ ชัดเจนและโปร่งใส ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับความคุ้มครองอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทฯจะดำเนินการแจ้งข่าวสารความคืบหน้าต่างๆที่มีให้ผู้ลงทุนได้ทราบอย่างต่อเนื่องต่อไป


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ