บลจ.กสิกรไทย ส่ง Term Fund Plus ซีรีส์ใหม่ขายต่อเนื่อง พร้อมเสิร์ฟ 13 ส.ค.นี้ 11 โมงเป็นต้นไป

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday August 11, 2020 15:53 —ThaiPR.net

บลจ.กสิกรไทย ส่ง Term Fund Plus ซีรีส์ใหม่ขายต่อเนื่อง พร้อมเสิร์ฟ 13 ส.ค.นี้ 11 โมงเป็นต้นไป

กรุงเทพฯ--11 ส.ค.--บลจ.กสิกรไทย

บลจ.กสิกรไทย ส่ง Term Fund Plus ซีรีส์ใหม่ภายใต้ชื่อ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 2021C (KFF21C) เปิดเสนอขายระหว่างวันที่ 13-20 ส.ค.นี้ โดยขยับเวลาเปิดขายเฉพาะในวันแรกเริ่มตั้งแต่ 11.00 น.เป็นต้นไปในทุกช่องทาง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนที่สนใจเข้าจองซื้อได้ทัน

นายนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า กองทุน Term Fund Plus ได้สร้างสถิติใหม่ปิดการขายภายใน 2 ชั่วโมงของวันแรก ซึ่งนับเป็นความสำเร็จอย่างต่อเนื่องที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้ลงทุน โดยล่าสุด บลจ.กสิกรไทย ส่ง Term Fund Plus ซีรีส์ใหม่อย่าง กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 2021C (KFF21C) เสนอขายในระหว่างวันที่ 13-20 สิงหาคม 2563 คาดหวังผลตอบแทนที่ 1.2% ต่อปี – 1.4% ต่อปี ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสในการจองซื้อหน่วยลงทุนในครั้งที่ผ่านมา บลจ.กสิกรไทย ได้ขยับเวลาเปิดเสนอขายเฉพาะในวันแรก โดยจะเปิดขายตั้งแต่เวลา 11.00 น.เป็นต้นไปในทุกช่องทาง เพื่อให้ผู้ลงทุนมีโอกาสจองซื้อหน่วยลงทุนได้ทันมากยิ่งขึ้น

นายนาวินกล่าวต่อไปว่า กองทุน KFF21C ใช้กลยุทธ์ในการบริหารจัดการร่วมกันระหว่างบลจ.กสิกรไทย และ Invesco Hong Kong โดยมอบหมายให้ Invesco Hong Kong รับหน้าที่บริหารเงินลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลกโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย รวมถึง High Yield Bond บางส่วน ผ่านกองทุนหลัก Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2021 – II, Class C(USD)-Acc ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 70% ของพอร์ต ส่วนบลจ.กสิกรไทย จะรับหน้าที่บริหารเงินลงทุนในเงินฝากต่างประเทศ ได้แก่ เงินฝาก Qatar National Bank (ประเทศกาตาร์), เงินฝาก Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน) และเงินฝาก PT Bank Rakyat Indonesia (ประเทศอินโดนีเซีย) ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 30% ของพอร์ต เพื่อกระจายความเสี่ยงอันอาจเกิดจากความผันผวน

“สำหรับมุมมองต่อตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ ยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากธนาคารกลางทั่วโลกที่ได้เข้าซื้อพันธบัตรและตราสารหนี้ภาคเอกชน ส่งผลให้ตลาดตราสารหนี้ยังคงมีเสถียรภาพ กิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ผู้ลงทุนแสวงหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น (Search for Yield) อย่างไรก็ดี หุ้นกู้เอเชียสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นตลาดที่ได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนส่วนใหญ่ โดยระดับราคาหุ้นกู้เอเชียสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับลดลง ส่งผลให้ผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยงดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น” นายนาวินกล่าว

นายนาวินกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุน KFF21C เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถถือครองหน่วยลงทุนได้เป็นระยะเวลา 1 ปี และมองเห็นโอกาสจากการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ โดยสามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท ผ่าน App K PLUS, K-My Funds, ธนาคารกสิกรไทย หรือ ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ทั้งนี้ เมื่อกองทุนครบกำหนดอายุโครงการ บริษัทจัดการจะนำเงินค่าขายคืนอัตโนมัติไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนใดกองทุนหนึ่งใน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค ตลาดเงิน (K-MONEY) กองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) หรือกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น (K-SF) ของบลจ.กสิกรไทย เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ตามช่องทางการลงทุนข้างต้น หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ