CPW ยิ้มรับกระแส 5G กระตุ้นสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์เด่น ล่าสุด จับมือ AIS ปั้นแบรนด์ร้าน A-Store เจาะกลุ่มมหาวิทยาลัย เตรียมเปิดตัวสาขาแรก Q4/63

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday September 25, 2020 11:08 —ThaiPR.net

CPW ยิ้มรับกระแส 5G กระตุ้นสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์เด่น ล่าสุด จับมือ AIS ปั้นแบรนด์ร้าน A-Store เจาะกลุ่มมหาวิทยาลัย เตรียมเปิดตัวสาขาแรก Q4/63

กรุงเทพฯ--25 ก.ย.--ไออาร์ พลัส

คอปเปอร์ ไวร์ด” มั่นใจครึ่งปีหลังโตกว่าครึ่งปีแรก รับสินค้าใหม่เปิดตัว และเป็นไฮซีซั่นธุรกิจ เดินหน้าขยายฐานกลุ่มสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ และ 5G เข้ามาหนุนความแรงของสินค้าเทคโนโลยีให้ได้รับการตอบรับมากขึ้น ขณะที่ จับตา iPhone รุ่นใหม่เปิดตัว หนุนแนวโน้มไตรมาส 4 โดดเด่น ล่าสุดผนึก AIS เป็นพันธมิตร ปั้นแบรนด์ร้าน “เอ สโตร์ A-Store by AIS” จำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีล้ำสมัย ขยายฐานลูกค้ากลุ่มมหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีเข้าร่วมมากกว่า 11 มหาวิทยาลัย และเตรียมเปิดสาขาแรกให้บริการในไตรมาส 4 ปีนี้

นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW เปิดเผยถึง แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง เดินหน้ารับไฮซีซั่นธุรกิจ สินค้าใหม่เปิดตัว โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ และเทคโนโลยี 5G เข้ามาเปลี่ยนโลกการสื่อสาร เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค และพฤติกรรมใหม่ก้าวสู่ยุค New Normal รวมทั้งกลยุทธ์ขยายช่องทางการจำหน่าย และการผนึกพันธมิตรเสริมแกร่ง

โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2563 บริษัทฯ มีร้านค้าปลีกภายใต้การบริหารงานจำนวน 46 สาขา (จากสิ้นปี 2562 มีจำนวน 42 สาขา) ประกอบด้วย ร้าน .life (ดอทไลฟ์) จำนวน 23 สาขา ร้าน Apple Brand Shop จำนวน 17 สาขา (แบ่งเป็น iStudio by copperwired จำนวน 15 สาขา และ U-Store by copperwired จำนวน 2 สาขา) และศูนย์บริการ iServe จำนวน 6 สาขา พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้ขยายไปยังช่องทางออนไลน์ www.dotlife.store และ www.istudio.store รวมทั้ง ความแข็งแกร่งของ บริษัท โคแอน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CPW ถือหุ้น 99.99% ดำเนินธุรกิจค้าส่งและนำเข้าสินค้าเชิงพาณิชย์สินค้ากลุ่มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ไปยังกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นบริษัทและร้านค้าปลีกชั้นนำในประเทศ ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดสินค้าในกลุ่มดังกล่าว และการขยายมายังช่องทางออนไลน์ผ่าน Lazada Shopee และ www.koan.co.th

อย่างไรก็ดี ในช่วงปลายปีปกติจะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ สินค้าใหม่แบรนด์ชั้นนำจะทยอยเปิดตัวและวางจำหน่าย ซึ่งไฮไลท์ปีนี้มาอยู่ที่สินค้ารุ่นเรือธงที่สามารถรองรับระบบ 5G เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และเปลี่ยนเข้าสู่สมาร์ทลิฟวิ่ง (Smart Living) ด้วยสมาร์ทดีไวซ์ (Smart Device) ต่างๆ นำอุปกรณ์เครื่องใช้ IoT เข้ามาช่วยในการทำงาน เป็นสัญญาณบวกในการนำเสนอสินค้าเทคโนโลยีที่มีความหลากหลายได้มากยิ่งขึ้น ได้แก่ กลุ่ม Audio & Music , Gaming & Toys , Home & Office , Photo & VDO , Mobile & Computer Accessories , Smart Watch และ Health & Fitness

สำหรับการเปิดตัวสินค้าใหม่ของบริษัทแอปเปิล อิงค์ ที่ประกาศออกมา ทั้ง Apple Watch iPad และรอจับตา iPhone 12 ที่เตรียมจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ คาดจะสนับสนุนยอดขายของ CPW ให้เติบโตตามแผน และมองจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี ในแง่ของกลยุทธ์การขยายผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว บริษัทฯ เตรียมเพิ่มจุดขายสินค้า Apple ในร้าน .life (ดอทไลฟ์) จำนวน 22 สาขา รวมทั้ง การขยายตลาด U-Store by copperwired เจาะฐานลูกค้ากลุ่มมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการสินค้าเทคโนโลยี โดยเตรียมเปิดตัวสาขาน้องใหม่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นสาขาที่ 3 ของบริษัทฯ

ทั้งนี้ เพื่อให้เทคโนโลยีเข้ามาส่งเสริมการศึกษายุคใหม่ บริษัทฯ ได้ร่วมกับทาง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถืออันดับหนึ่งของประเทศไทย นำเสนอรูปแบบร้านค้าในชื่อร้าน “เอ สโตร์ A-Store by AIS” ภายใต้การบริหารของบริษัทฯ จำหน่ายสินค้าครอบคลุมถึงคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ทุกแบรนด์ชั้นนำ พร้อมคัดสรรเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยจะมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมมากกว่า 11 มหาวิทยาลัย เตรียมเปิดสาขาแรกให้บริการในไตรมาส 4 ปีนี้

“ในปี 2563 เป็นปีที่ท้าทายของบริษัทฯ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 แต่บริษัทฯ เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการภายใน และเพิ่มโอกาสในการเติบโตผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเรามองว่า สินค้าเทคโนโลยี จะกลายเป็นสินค้าที่เข้ามาเติมเต็มการใช้ชีวิตให้ผู้บริโภคมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และการมาของเทคโนโลยี 5G ยิ่งตอกย้ำการเปลี่ยนโลกการสื่อสารในอนาคต และโอกาสในการขยายตลาดของเรา โดยเฉพาะสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่เราเป็นผู้นำ อย่างไรก็ดี บริษัท ได้จับมือกับพันธมิตรในการขยายไปยังตลาดใหม่ๆเพิ่มความเข้มแข็งทั้งในแง่ของยอดขายและความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน” นายปรเมศร์ กล่าว

สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือน (สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2563) บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 1,366.20 ล้านบาท ได้รับผลกระทบการปิดสาขาชั่วคราวในเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม 2563 จากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 12.78 ล้านบาท พร้อมเร่งผลงานในช่วงครึ่งปีหลัง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ