วว. วิจัยพัฒนาเครื่องคัดขนาดเมล็ดหมาก เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ประหยัดพลังงาน

ข่าวทั่วไป Wednesday October 12, 2022 12:25 —ThaiPR.net

วว. วิจัยพัฒนาเครื่องคัดขนาดเมล็ดหมาก เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ประหยัดพลังงาน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ บูรณาการดำเนินงานวิจัยและพัฒนา ภายใต้ โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งนวัตกรรมเกษตร ประสบผลสำเร็จวิจัยพัฒนา "เครื่องคัดขนาดเมล็ดหมาก" ที่สามารถคัดแยกขนาดหมากได้ 20 กิโลกรัมต่อนาที เพิ่มประสิทธิภาพการอบแห้ง ช่วยประหยัดพลังงานในกระบวนการอบ จำหน่ายหมากคัดขนาดได้ราคาดีขึ้น

ทั้งนี้การอบแห้งเมล็ดหมากโดยเครื่องอบก๊าซ LPG  จะสามารถอบแห้งเมล็ดหมากได้ครั้งละจำนวนมาก (ประมาณ 1-2 ตัน) แต่จะใช้ระยะเวลาในการอบนานและเมล็ดหมากที่ได้มีความแห้งไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากเมล็ดหมากมีขนาดที่คละกันมาก ดังนั้นในการอบแต่ละครั้ง เมล็ดหมากที่มีขนาดเล็กจะแห้งเกินไป ส่วนเมล็ดหมากที่มีขนาดใหญ่ส่วนเนื้อในยังไม่แห้ง ทำให้เกิดเชื้อราในหมาก ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของสินค้า  จากประเด็นปัญหาดังกล่าว คณะนักวิจัย วว.  ได้ทำการศึกษาเพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหาโดยพบว่า หากมีการคัดแยกขนาดเมล็ดหมากก่อนนำไปอบแห้ง จะช่วยประหยัดเวลาในการอบ ช่วยลดต้นทุนก๊าซ LPG และช่วยให้ได้หมากแห้งที่มีคุณภาพ อีกทั้งหมากที่ผ่านการคัดขนาดแล้วเมื่อนำไปจำหน่ายจะได้ราคาดี วว. จึงพัฒนาเครื่องคัดขนาดเมล็ดหมากขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตหมากแห้ง

โดย วว. ออกแบบพัฒนา "เครื่องคัดขนาดเมล็ดหมาก" เป็นเครื่องทรงกระบอก แนวนอน และมีความลาดเอียง มีจุดเด่นและประสิทธิภาพ คือ ช่วยทุ่นแรงผู้ปฏิบัติงาน สามารถคัดแยกขนาดหมากได้ในระยะเวลาอันสั้น (20 กิโลกรัมต่อนาที) สามารถคัดได้จำนวน 3 ขนาด คือ เมล็ดขนาดใหญ่ มากกว่า 3 เซนติเมตร ขนาดกลางและขนาดเล็กน้อยกว่า 2.4 เซนติเมตร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการอบแห้งและประหยัดพลังงานในการอบ เมื่อนำไปจำหน่ายเป็นหมากคัดขนาด จะได้ราคาดีขึ้น ทำให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

"หมาก"  เป็นไม้ยืนต้น จัดอยู่ในวงศ์ของปาล์ม  มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปเอเชีย โดยเฉพาะแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  นิยมปลูกมากที่มาเลเซีย  อินโดนีเซีย  ไทย  เมียนมา  บังกลาเทศ อินเดีย และศรีลังกา  หมากจะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด  มีปริมาณฝนพอเหมาะ  ในประเทศไทยนิยมปลูกมากในแถบภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช และระนอง ซึ่งเป็น  3 จังหวัดที่มีการปลูกต้นหมากมากที่สุด  ต้นหมากที่สมบูรณ์จะให้ผลผลิตประมาณ 6-8 ทะลาย/ต้น/ปี หรือประมาณ 60 กก./ต้น/ปี ส่วนต้นหมากที่ไม่สมบูรณ์จะให้ผลผลิตประมาณ 2 ทะลาย/ต้น/ปี  นิยมนำหมากไปแปรรูปใน 3 ประเภทธุรกิจ ทั้งในอุตสาหกรรม เครื่องสำอาง และรับประทาน

ผลหมากมีสารจำพวกแอลคาลอยด์ ชื่อว่า สาร Arecoline ซึ่งมีคุณสมบัติเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและเพิ่มแรงดันเลือด  ผู้ที่เคี้ยวหมากจึงรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า หมากถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจ โดยใน ปี 2562  มีมูลค่าการส่งออก 2,029.17 ล้านบาท ปี 2563  มีมูลค่าการส่งออก  2,286.41 ล้านบาท และ ปี 2564 (ม.ค.-ต.ค. 2564) ตลาดส่งออกเติบโตสูงกว่าเท่าตัว โดยมีมูลค่า 4,714.18 ล้านบาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  "เครื่องคัดขนาดเมล็ดหมาก"   หรือต้องการรับถ่ายทอดเทคโนโลยี   ติดต่อได้ที่  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์  วว.  โทร. 0  2577  9000  Call  center  0  2577  9300   อีเมล  tistr@tistr.or.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ