รายงานระดับโลกฉบับใหม่เผย Stakeholder capitalism หรือทุนนิยมที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ช่วยให้ธุรกิจครอบครัวได้เปรียบในการแข่งขัน

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday May 2, 2023 16:17 —ThaiPR.net

รายงานระดับโลกฉบับใหม่เผย Stakeholder capitalism หรือทุนนิยมที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ช่วยให้ธุรกิจครอบครัวได้เปรียบในการแข่งขัน

รายงานประจำปีจาก KPMG Private Enterprise และ STEP Project Global Consortium แสดงให้เห็นว่าธุรกิจครอบครัวทำให้ความยั่งยืนเป็นองค์ประกอบสำคัญในโมเดลธุรกิจของตนได้อย่างไร โดยร้อยละ 43 ของผู้ตอบแบบสำรวจ รายงานประสิทธิภาพระดับสูงในดัชนีความยั่งยืน

รายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวทั่วโลกจาก KPMG Private Enterprise และ STEP Project Global Consortium เผยว่า ครอบครัวที่มีธุรกิจเป็นของตนเองเป็นทูตแห่งความยั่งยืนที่ยอดเยี่ยม เป็นผู้ที่สาธิตการปฏิบัติด้านความยั่งยืนได้ดีที่สุด สร้างคุณค่าร่วมกัน รวมทั้งสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและบรรลุการเติบโตในระยะยาว

รายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวทั่วโลก "เส้นทางอันราบรื่น ธุรกิจครอบครัวนำทางสู่ความยั่งยืน" รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากประสบการณ์ส่วนบุคคลด้านความยั่งยืนของผู้นำธุรกิจครอบครัวที่มีชื่อเสียง รวมกับข้อมูลผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่รวบรวมจากธุรกิจครอบครัว 2,439 ราย ใน 70 ประเทศและเขตการปกครอง โดยรายงานใช้ทั้งการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ชี้ว่าความมุ่งมั่นของคนหลายรุ่นในการสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวจำนวนมากมีความเป็นเลิศด้านการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในมุมมองต่อมาตรการด้านความยั่งยืน จากเดิมที่มองว่าเป็นการเพิ่มต้นทุนธุรกิจ กลายเป็นการลงทุนที่สำคัญในอนาคต

รายงานระบุว่าความยั่งยืนเป็นแนวคิดที่หลายครอบครัวธุรกิจคุ้นเคยและเป็นส่วนสำคัญของมรดกของครอบครัว ซึ่งเป็นคำกล่าวที่มีการวิเคราะห์หลักในหลายภูมิภาคและภาคส่วนธุรกิจมาสนับสนุน แสดงให้เห็นว่าแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนนั้นฝังลึกอยู่ในค่านิยมของครอบครัวและรูปแบบธุรกิจนี้ การลงทุนในความยั่งยืนและการดำเนินงานในแนวทางที่ยั่งยืนไม่เพียงแต่ถูกมองว่าเป็น 'สิ่งที่ควรทำ' เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญและเป็นตัวกระตุ้นการเติบโตของบริษัทอีกด้วย

แอนเดรีย คาลาโบร ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการของ STEP Project Global Consortium กล่าวว่า "บริษัทที่สามารถคาดการณ์และตอบสนองต่อความคาดหวังด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มที่จะปรับปรุงชื่อเสียง ดึงดูดและรักษาผู้มีความสามารถระดับสูง และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในปัจจุบัน ความยั่งยืนเป็นสิ่งจำเป็นทางธุรกิจที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญ และบริษัทที่ล้มเหลวในการปรับตัวอาจต้องดิ้นรนเพื่อแข่งขันในโลกใหม่ที่มีคาร์บอนต่ำ"

"รายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวทั่วโลกนำเสนอหลักการณ์สำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจปลดล็อกประสิทธิภาพด้านความยั่งยืนได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่สามารถใช้เป็นแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ ซึ่งประกอบไปด้วยบทเรียนมากมายที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ และแม้ว่าหลักการณ์ทุกข้อในรายงานจะมีความสำคัญ แต่การบูรณาการปัจจัยเหล่านี้เข้าด้วยกัน จะส่งผลต่อประสิทธิภาพที่ยั่งยืนของธุรกิจครอบครัวอย่างแท้จริง" ศศิธร พงศ์อดิศักดิ์ หุ้นส่วน และหัวหน้าฝ่าย Private Enterprise เคพีเอ็มจี ประเทศไทย กล่าว

ทอม แมคกินเนส ผู้นำระดับโลก ฝ่ายธุรกิจครอบครัว KPMG Private Enterprise เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า "ผมเชื่ออย่างแท้จริงว่าธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จในการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มตลอดเส้นทางแห่งความยั่งยืนนี้ไม่เพียงจะอยู่รอดเท่านั้น แต่จะประสบความสำเร็จในธุกิจด้วย ส่วนธุรกิจครอบครัวที่ไม่ก้าวให้ทัน มีแนวโน้มที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ทางเลือกสำหรับบริษัทต่างๆ อาจมีเพียงสองทางนี้เท่านั้น ธุรกิจครอบครัวหลายเจ้า ประสบความสำเร็จโดยยึดหลักความยั่งยืนในหลายชั่วอายุคน และมีบทเรียนมากมายที่ทุกคนสามารถปรับใช้จากประสบการณ์เหล่านั้นได้"

รายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวทั่วโลกสรุปว่า ไม่มีใครสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้โดยลำพัง และพิจารณาว่าถึงเวลาแล้วที่บริษัทต่างๆ ทั่วโลกจะใช้ประโยชน์จากประสบการณ์และความรู้ของครอบครัวที่ทำธุรกิจ และทำในสิ่งที่ถูกต้องสำหรับคนรุ่นต่อไป ด้วยการกำหนดกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของ 'การดำเนินธุรกิจตามปกติ' (Business as usual)


แท็ก ครอบครัว  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ