กลุ่มธุรกิจอินทิเม็กซ์ ผู้นำด้านการให้บริการด้านการได้ยินอย่างครบวงจร ทุ่มงบ 10 ล้านเปิด “นอร์ท ไลท์”

ข่าวทั่วไป Thursday August 6, 2009 16:57 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--6 ส.ค.--กลุ่มธุรกิจอินทิเม็กซ์ กลุ่มธุรกิจอินทิเม็กซ์ ผู้นำด้านการให้บริการด้านการได้ยินอย่างครบวงจร ทุ่มงบ 10 ล้านเปิด “นอร์ท ไลท์” ศูนย์เพื่อเด็กพิเศษแสงเหนือ ศูนย์ฟื้นฟูเพื่อเด็กพิเศษเอกชนแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย กลุ่มธุรกิจอินทิเม็กซ์ รุกตลาดผู้ให้บริการด้านการได้ยินอย่างครบวงจร เปิดตัว นอร์ท ไลท์ ศูนย์เพื่อเด็กพิเศษแสงเหนือ ซึ่งเป็นศูนย์ฟื้นฟูเพื่อเด็กพิเศษของเอกชนแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นต้องการสร้างโอกาสใหม่ให้กับชีวิตของเด็กพิเศษในประเทศไทย จากจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้เชี่ยวชาญการแก้ปัญหาให้กับผู้บกพร่องทางการได้ยิน มาสู่การฟื้นฟูเด็กพิเศษแบบครบวงจรที่ได้มาตรฐานสากล คุณดารัตน์ เศรษฐชัยบดี กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ อินทิเม็กซ์ ผู้ให้บริการด้านการได้ยินอย่างครบวงจร กล่าวถึงรายละเอียดของการเปิดศูนย์ฟื้นฟูเพื่อเด็กพิเศษของเอกชนแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทยว่า แนวคิดและที่มาของการก่อตั้งศูนย์ฯนี้ เกิดจากการที่ได้ศึกษา เรียนรู้ และ คลุกคลีอยู่กับผู้มีปัญหาทางการได้ยินมากว่า 20 ปี และ มองเห็นโอกาสในการพัฒนาช่วยเหลือผู้มีปัญหาทางการได้ยินให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติในสังคมได้ ซึ่งนอกจากการผ่าตัดประสาทหูเทียมแล้ว ผู้ป่วยยังจำเป็นที่จะต้องได้การฟื้นฟู การบำบัดภายหลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทีมงานจึงมุ่งมั่นตั้งใจศึกษาหาความรู้ และนำเข้าเทคโนโลยีการบำบัดต่างๆที่ครบวงจร พร้อมทั้งเฟ้นหาบุคลากรที่มีคุณภาพมาร่วมในการริเริ่มศูนย์ฯ จนสามารถเปิดให้บริการได้ในวันนี้ ศูนย์เพื่อเด็กพิเศษแสงเหนือ เป็นศูนย์พัฒนาเด็กพิเศษทุกประเภทที่ทันสมัย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มุ่งเน้นประสิทธิภาพการเรียนการสอนด้วยระบบ C3 มีเด็กเป็นศูนย์กลาง (Child Centered Care) เพื่อพัฒนาแบบองค์รวม (Holistic Child Approach) ลิขสิทธิของศูนย์เพื่อเด็กพิเศษแสงเหนือแต่เพียงผู้เดียว ศูนย์เพื่อเด็กพิเศษแสงเหนือ เห็นความสำคัญของเทคโนโลยี่ จึงมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยี่ RFID มาให้บริการด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพในการให้บริการที่ทันสมัย การบันทึกประวัติเด็ก นอกจากนั้นยังใช้ความก้าวหน้า ทางไอที อำนวยความสะดวกแก่ผู้ปกครองให้สามารถการดูตารางเรียน เข้าถึงบทเรียนและการวางแผนการสอนของลูก รวมถึงการดูลูกเรียนได้จากที่ทำงานแบบ เรียลไทม์ online ศูนย์เพื่อเด็กพิเศษแสงเหนือ ทันสมัยด้วยตัวอาคารเรียนที่ออกแบบแต่ละห้องเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก มีโทรทัศน์วงจรปิดติดตั้งทุกห้อง เพื่อบันทึกการเรียนการสอน มีกิจกรรม 12 ด้านหลัก และ 37 ด้านย่อย เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกด้าน ประเมินความสามารถของเด็กด้วยแบบประเมินมาตรฐานสากลนำเข้าจากต่างประเทศ โดยทีมครูการศึกษาพิเศษ นักจิตวิทยา นักกิจกรรมบำบัด ฯลฯ อุปกรณ์การเรียนการสอนนำเข้าและมาตรฐานสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ โดยแบ่งเป็น ห้องเรียนและห้องฟื้นฟูบำบัด โดยห้องเรียนจะเป็นอาคารไม้ แยกส่วนออกจากอาคารใหญ่ มีจำนวนห้องเรียนทั้งหมด 7 ห้อง และ ห้องฟื้นฟูบำบัด 3 ห้อง ประกอบไปด้วย ห้องยิม (Gym Room) สำหรับจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ห้องกระตุ้นการประมวลผลการรับความรู้สึก (Sensory Integration Room) สำหรับจัดกิจกรรมเพื่อให้การบำบัดพฤติกรรมที่เกิดจากความบกพร่องจากการประมวลผลการรับรู้ความรู้สึกของระบบต่าง ๆ ได้แก่ ระบบการมองเห็น ระบบการได้ยิน ระบบการทรงตัวและรักษาสมดุลย์ของร่างกาย ระบบการรับรู้ของเอ็นและข้อต่อ และระบบการรับสัมผัส ห้องศูนย์รวมประสาทสัมผัส (Multi-Sensory Room) เป็นห้องที่มีอุปกรณ์ให้การกระตุ้น การรับประสาทสัมผัสต่าง ๆ ทำให้เด็กได้รับการกระตุ้นด้านการสัมผัส และการมองเห็น bubbles tube เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เด็กได้รับการกระตุ้นการเคลื่อนไหวของตาและทำให้เกิดความสนใจในการมองเห็น aroma diffuser เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ทางกลิ่น จะมีผลทำให้เด็กรับรู้สิ่งแวดล้อม เกิดความผ่อนคลาย รู้สึกตัว เพิ่มสมาธิ และลดพฤติกรรมก้าวร้าว เป็นต้น ส่วนการบริการด้านประสาทหูเทียม แบ่งเป็น ห้องให้คำปรึกษา และสาธิตการทำงานของเครื่องประสาทหูเทียม , ห้องปรับ (Mapping) เครื่องประสาทหูเทียม , บริการตรวจเช็คเครื่อง และอะไหล่ , จำหน่ายแบตเตอรี่สำหรับประสาทหูเทียมและเครื่องอบความชื้น ด้านบริการอื่น ๆ ก็จะมีแผนกลูกค้าสัมพันธ์ บริการ Internet Wi — Fi และเครื่องดื่มพร้อมอาหารว่าง อีกทั้งยังมีสนามเด็กเล่นและสนามหญ้าเพื่อพัฒนาการเด็กอีกด้วย คุณสุตตมา เศรษฐชัยบดี ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ อินทิเม็กซ์ ผู้ให้บริการด้านการได้ยินอย่างครบวงจร กล่าวถึงปรัชญาการเรียนการสอนให้เด็กเป็นศูนย์กลาง Child Centered Care (C3) โดยทีมวิชาชีพจะมองเด็กแต่ละคนตามศักยภาพเพื่อพัฒนาแบบองค์รวม และออกแบบวิธี แผนการสอนเฉพาะตัว โดยตั้งเป้าหมายที่เด็กต้องพัฒนาไปให้ถึงภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยผู้ปกครองมีส่วนร่วม พูดคุยและแสดงความคิดเห็น ปรับเปลี่ยนแผนการสอนตามความสามารถของเด็กอย่างต่อเนื่อง ซึ่งใช้วิธีการสอนแบบบูรณาการข้ามศาสตร์ ค้นหาแนวทางการสอนและการฟื้นฟูแบบใหม่ แลกเปลี่ยน และแบ่งปันความรู้ความชำนาญระหว่างทีมวิชาชีพ ประกอบด้วย ครูการศึกษาพิเศษ นักจิตวิทยา และนักกิจกรรมบำบัดที่จะบรรลุเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งมีความสำคัญต่อประสิทธิผลของการให้บริการทางการเรียนการสอน โดยมีผู้ดูแลเด็กรายคน สรุปผลการประเมิน การจัดทำเป้าหมายในการพัฒนา ร่วมวางแผนการสอน รายงานผลการบำบัดให้แก่ผู้ปกครอง ติดตามผลร่วมกับผู้ปกครองและทีมงาน โดยมีกิจกรรมเพื่อการพัฒนาด้านต่าง ๆ จะแบ่งเป็นหัวข้อหลักๆ ดังนี้ กิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ ส่งเสริมพัฒนาด้านการสื่อสาร การพูด และภาษา พัฒนาด้านประสาทสัมผัส พัฒนาด้านทักษะทางสังคมและอารมณ์ พัฒนาด้านทักษะความรู้ ความเข้าใจ การคิด และการเรียนรู้ พัฒนาทักษะการดำรงชีวิต สนับสนุนให้เกิดการพึ่งพาตนเอง และอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่น ให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยา พัฒนาเด็กที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ ห้องเรียนกระตุ้นพัฒนาการแรกเริ่ม ห้องเรียนกระตุ้นพัฒนาการแบบเข้มข้น ห้องเรียนซ่อมเสริมวิชาการโดยครูการศึกษาพิเศษ จัดแผนพัฒนาแผนการถ่ายโอนเฉพาะบุคคล ให้คำปรึกษาผู้ปกครองในการเตรียมตัวลูกล่วงหน้า 2-3 ปี สำหรับกิจกรรมการเปิดศูนย์ฯ ในวันนี้ เราได้เชิญ มารี เร็นนี และ รีเบ็กก้า คิลเดีย จากศูนย์ช่วยเหลือระยะแรกเริ่มก่อนวัยเรียน มาธิลด้า โรส (Matilda Rose) ประเทศออสเตรเลีย เพื่อบรรยายและให้ความรู้ในหัวข้อ “การฟื้นฟูบุตรหลานที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โดยใช้กิจกรรมต่างๆ ที่บ้านด้วยตนเอง” ซึ่ง มารี เร็นนี เป็นผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือระยะแรกเริ่มก่อนวัยเรียน มาธิลด้า โรส ตั้งแต่ปี 2544 โดยที่เธอและบุคคลากรในทีมได้พัฒนาวิธีการที่สร้างสรรค์ แปลกใหม่ เพื่อทำการฟื้นฟู และบำบัดเด็กแบบองค์รวม เพื่อให้เด็กที่มีความพิเศษในหลายๆ ด้าน สามารถเรียนรู้ได้ดีขึ้น โดย มารี ได้เริ่มต้นอาชีพของเธอจากการเป็นครูปฐมวัย และต่อมาไม่นานเธอได้รับการฝึกให้เป็นครูสอนเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ในปี 2508 นับแต่นั้นมาเธอได้ฝึกสอน และศึกษาเล่าเรียนเพิ่มเติมในสาขาการศึกษาพิเศษ โดยเฉพาะในเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และความต้องการพิเศษอื่นๆ ร่วมด้วย ส่วน รีเบ็กก้า คิลเดียเป็นนักกิจกรรมบำบัด งานของเธอส่วนใหญ่คืองานบำบัดเด็ก และเธอคือผู้เชี่ยวชาญทางด้านบูรณาการประสาทสัมผัส (sensory integration) เธอมีความรักในงานบำบัดเด็กปฐมวัย และมีประสบการณ์มากมายในการบำบัดเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และเด็กที่มีความต้องการพิเศษหลายประเภท เช่น เด็กกลุ่มอาการออทิสติก, ดาวน์ ซินโดรม, ความบกพร่องทางสมอง และการควบคุมกล้ามเนื้อ เป็นต้น โดยรีเบ็กก้าเริ่มงานที่ศูนย์ช่วยเหลือระยะแรกเริ่มก่อนวัยเรียน มาธิลด้า โรส ในปี 2550 และในปัจจุบันเธอสนุกกับการพัฒนาทีมงานของเธอไปสู่การสอนแบบบูรณาการข้ามศาสตร์(Transdisciplinary) ให้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษต่างๆ อีกด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : คุณอิทธิพล ช้างทิพย์ โทร. 081 1745525 , [email protected] คุณอุดมลักษณ์ จิระฤทธิ์ธำรง(อุ๊) [email protected] โทรสาร 02 2995636

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ