กรุงเทพฯ--14 ก.ย.--ก.ล.ต.
1. การเปิดให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาเสนอขายหลักทรัพย์และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย เพื่อเพิ่มจำนวนและความหลากหลายให้แก่สินค้าในตลาดทุนและเป็นทางเลือกของผู้ลงทุนไทย รวมทั้งเป็นการเพิ่มบทบาทของตลาดทุนไทยในภูมิภาค คณะกรรมการ ก.ล.ต. จึงเห็นชอบในหลักการที่จะอนุญาตให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาเสนอขายหลักทรัพย์ต่อผู้ลงทุนไทยและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยหลักการในการอนุญาตมีดังนี้
1.1 บริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์ต้องเป็นบริษัทที่มีคุณภาพผ่านการคัดกรองมาแล้วระดับหนึ่ง โดยต้องเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ (home exchange) ที่เป็นสมาชิกขององค์การตลาดหลักทรัพย์โลก (World Federation of Exchanges: WFE) มาแล้วระยะหนึ่ง
1.2 บริษัทต้องทำการกระจายหุ้นต่อประชาชนก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีหุ้นให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จำนวนหนึ่ง โดยการเสนอขายสามารถทำได้
ทั้งบริษัทต่างประเทศออกหุ้นใหม่ และผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทต่างประเทศนั้นเสนอขายหุ้นเดิม สำหรับการจัดสรรวงเงินสำหรับการเสนอขายจะอยู่ภายใต้กรอบวงเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาต
1.3 ให้บริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศที่จดทะเบียนอยู่ก่อนแล้วเป็นหลัก และปฏิบัติตามเกณฑ์ไทยเพิ่มเติมในบางเรื่อง โดยผู้ลงทุนไทยจะได้รับการคุ้มครองและได้รับข้อมูลเช่นเดียวกับผู้ลงทุนในต่างประเทศของ home exchange และไม่แตกต่างกับกรณีที่ผู้ลงทุนไทยนำเงินออกไปซื้อหลักทรัพย์ในต่างประเทศโดยตรง
1.4 เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ลงทุนไทยและทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ
จึงกำหนดให้หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนของประเทศที่บริษัทต่างประเทศจดทะเบียนอยู่ (home regulator) ต้องเป็นภาคีในข้อตกลงว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายขององค์กร ก.ล.ต. โลก (International Organization of Securities Commissions: IOSCO) เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูลระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ การเปิดให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาเสนอขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ไทยจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป
2. การแก้ไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดการกองทุนรวม คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นชอบการแก้ไขหลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้กองทุนรวมที่มีอายุโครงการหรือเลิกกองทุนไม่พอดีกับรอบปีบัญชี สามารถจัดทำรายงานการแสดงข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนรวม ซึ่งรวมถึงงบการเงินเพียงครั้งเดียว ณ วันเลิกกองทุน แต่ต้องมีรอบระยะเวลาไม่เกิน 15 เดือน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของกองทุน