พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๕๐) พ.ศ. ๒๕๖๒

ข่าวทั่วไป ข้อบังคับและประกาศภาษีสรรพากร -- เสาร์ที่ 6 เมษายน 2562 13:50:31 น.
พระราชบัญญัติ
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๕๐)
พ.ศ. ๒๕๖๒

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้  ณ  วันที่  ๖  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๖๒
เป็นปีที่  ๔  ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ  บดินทรเทพยวรางกูร  มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ  ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา  ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า  "พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร  (ฉบับที่  ๕๐)  พ.ศ.  ๒๕๖๒"

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความใน  (๕)  ของมาตรา  ๖๕  ทวิ  แห่งประมวลรัษฎากร  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร  (ฉบับที่  ๑๖)  พ.ศ.  ๒๕๓๔  และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"(๕) เงินตรา  ทรัพย์สิน  หรือหนี้สินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศที่เหลืออยู่ใน วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี  ให้คำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทย  อย่างใดอย่างหนึ่ง  ดังนี้

(ก) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนอกจาก  (ข)  ให้เลือกใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา  ทรัพย์สิน  หรือหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้  หรือวิธีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตราหรือทรัพย์สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย ได้คำนวณไว้  และคำนวณค่าหรือราคาของหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์ขายซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้  หรือวิธีการอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชี ตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา  ทั้งนี้  เมื่อใช้วิธีการใดในการคำนวณค่าหรือราคาดังกล่าวแล้ว  ให้ใช้วิธีการนั้นตลอดไป  เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดี จึงจะเปลี่ยนแปลงได้

(ข) กรณีธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด  ให้ใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา  ทรัพย์สิน  หรือหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้

เงินตรา  ทรัพย์สิน  หรือหนี้สินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศ  ที่รับมาหรือจ่ายไป ในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี  ให้ใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทยตามราคาตลาดในวันที่รับมาหรือจ่ายไปนั้น"

มาตรา ๔ ให้ยกเลิก  (๘)  ของมาตรา  ๖๕  ทวิ  แห่งประมวลรัษฎากร  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร  (ฉบับที่  ๑๖)  พ.ศ.  ๒๕๐๒

มาตรา ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา  ๗๖  ตรี  มาตรา  ๗๖  จัตวา  มาตรา  ๗๖  เบญจ  มาตรา  ๗๖  ฉ  และมาตรา  ๗๖  สัตต  ในส่วน  ๓  การเก็บภาษีจากบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล  ของหมวด  ๓  ภาษีเงินได้  ของลักษณะ  ๒  ภาษีอากรฝ่ายสรรพากร  แห่งประมวลรัษฎากร

"มาตรา ๗๖ ตรี  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราไทยตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน  จะแจ้งต่ออธิบดีเพื่อใช้เงินตราสกุลดังกล่าวในการจัดทำบัญชีงบดุล  บัญชีทำการ  และบัญชีกำไรขาดทุน  หรือบัญชีรายรับก่อนหักรายจ่าย  รวมถึงการคำนวณกำไรสุทธิหรือยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ  และการคำนวณจำนวนภาษีเงินได้ที่ต้องเสียก็ได้

เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้แจ้งต่ออธิบดีแล้ว  ให้ใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานนั้นเพื่อการตามวรรคหนึ่งตั้งแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้แจ้ง  และต้องใช้ตลอดไปจนกว่าจะได้รับอนุมัติจากอธิบดีจึงจะเปลี่ยนแปลงได้

การแจ้งตามวรรคหนึ่งและการอนุมัติตามวรรคสอง  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

การประเมินเงินภาษีและการแจ้งจำนวนภาษีที่ต้องชำระ  ต้องชำระเพิ่มเติม  หรือได้รับคืน  รวมทั้งการคำนวณเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม  และการปฏิบัติการอื่นใดของเจ้าพนักงานประเมินกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน   ให้ดำเนินการโดยใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น

มาตรา ๗๖ จัตวา  เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจาก เงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน  ได้แจ้งหรือได้รับอนุมัติจากอธิบดีตามมาตรา  ๗๖  ตรี  แล้ว  ในการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา  ทรัพย์สิน  หนี้สิน  และรายการอื่น ๆ  ในงบการเงิน  ในวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีที่ใช้สกุลเงินอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ใน การดำเนินงาน  หรือจากการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน  และบรรดารายการอื่นใดรวมทั้งผลขาดทุนสุทธิตามมาตรา  ๖๕  ตรี  (๑๒)  ที่ใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้ที่เหลืออยู่  ณ  วันนั้น  ให้คำนวณค่าหรือราคาเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน  ดังนี้

(๑) เงินตรา  ทรัพย์สิน  หนี้สิน  และรายการอื่น  ๆ  ในงบการเงิน  ให้คำนวณค่าหรือราคาตามหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดใน ราชกิจจานุเบกษา

(๒) บรรดารายการอื่นใดรวมทั้งผลขาดทุนสุทธิตามมาตรา  ๖๕  ตรี  (๑๒)  ที่ใช้ใน การคำนวณภาษีเงินได้  ให้คำนวณค่าหรือราคาตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ในวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีที่ใช้สกุลเงินอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน  หรือของรอบระยะเวลาบัญชีก่อนที่ได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน  แล้วแต่กรณี

มาตรา ๗๖ เบญจ  มิให้นำมาตรา  ๖๕  ทวิ  (๕)  มาใช้บังคับกับการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา  ทรัพย์สิน  หรือหนี้สินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้เงินตราสกุลอื่นเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงานตามมาตรา  ๗๖  ตรี  แต่ให้คำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา  ทรัพย์สิน  หรือ หนี้สินดังกล่าวเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน  ดังนี้

(๑) การคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา  ทรัพย์สิน  หรือหนี้สินที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี  ให้เลือกใช้วิธีการคำนวณอย่างใดอย่างหนึ่ง  ดังต่อไปนี้

(ก) ใช้อัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้  แต่ในกรณีมีส่วนใดที่ไม่อาจคำนวณตามอัตราดังกล่าว ให้ขออนุมัติต่ออธิบดีเพื่อใช้อัตราอื่นเฉพาะส่วนนั้นได้

(ข) ใช้วิธีการอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

เมื่อใช้วิธีการใดในการคำนวณค่าหรือราคาดังกล่าวแล้ว  ให้ใช้วิธีการนั้นตลอดไป  เว้นแต่ จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีจึงจะเปลี่ยนแปลงได้
การขอและการอนุมัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

(๒) การคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา  ทรัพย์สิน  หรือหนี้สินที่รับมาหรือจ่ายไปในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี  ให้คำนวณค่าหรือราคาตามราคาตลาดในวันที่รับมาหรือจ่ายไปนั้น

มาตรา ๗๖ ฉ  การชำระภาษีตามมาตรา  ๖๗  ทวิ  และมาตรา  ๖๘  และการคืนเงินภาษีในกรณีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้เงินตราสกุลอื่นเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน ตามมาตรา  ๗๖  ตรี  ให้ใช้เงินตราไทย  โดยให้คำนวณค่าตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ในวันทำการสุดท้ายก่อนวันชำระภาษีหรือก่อนวันที่ผู้มีอำนาจอนุมัติให้คืนเงินภาษี

มาตรา ๗๖ สัตต  ผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน  หรือจากการคำนวณค่าของสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงานเป็นเงินตราไทยเพื่อชำระภาษีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้เงินตราสกุลอื่นเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงานตามมาตรา  ๗๖  ตรี  ไม่ให้ถือเป็นรายได้หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ"

มาตรา ๖ บทบัญญัติมาตรา  ๓  และมาตรา  ๕  ให้ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี ที่เริ่มในหรือหลังวันที่  ๑  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๖๒  เป็นต้นไป

มาตรา ๗ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้  ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก  ประยุทธ์  จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
ที่มา: http://www.rd.go.th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง