ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๔๑)เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและการแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข่าวทั่วไป Monday August 16, 2021 15:02 —ข้อบังคับและประกาศภาษีสรรพากร

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๔๑)เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

และการแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทาง อิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ หรือผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจากต่างประเทศ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๕ วรรคสี่ และมาตรา ๘๕/๖ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ หรือผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจากต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑๓ วรรคสองและวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรโดยผู้ใช้ซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน หรือผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจากต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑๓ วรรคสองและวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (แบบ P.P.๐๑.๙) ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th โดยต้องแสดงรายการให้ถูกต้องครบถ้วน และส่งเอกสารหลักฐานฉบับภาษาอังกฤษ ตามรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคล

(ก) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยต้องมีข้อความเกี่ยวกับชื่อผู้ประกอบการ ประเทศที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และวันที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งหนังสือดังกล่าวต้องผ่านการรับรองมาแล้วไม่เกิน ๖ เดือน จากกระทรวงการต่างประเทศ หรือโนตารี พับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศที่มีการจดทะเบียน

(ข) หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการเสียภาษีในประเทศที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (ถ้ามี)

(๒) กรณีผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดา

(ก) สำเนาหนังสือเดินทาง ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับชื่อผู้ถือหนังสือเดินทาง รูปถ่ายของผู้ถือหนังสือเดินทาง และเลขที่ของหนังสือเดินทาง หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ประกอบการ โดยต้องผ่านการรับรองมาแล้วไม่เกิน ๖ เดือน จากกระทรวงการต่างประเทศ หรือโนตารี พับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศนั้น

(ข) หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการเสียภาษีในประเทศที่มีถิ่นที่อยู่ (ถ้ามี)

ข้อ ๒ ให้เจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการตามข้อ ๑ และให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) กรณีผู้ประกอบการที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้แสดงรายการในคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และส่งเอกสารหลักฐานถูกตองครบถ้วน ให้อนุมัติและประกาศรายชื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มบนเว็บไซต์กรมสรรพากร http://www.rd.go.th โดยให้มีผลเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนับแต่วันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

กรณีผู้ประกอบการที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ให้ถือว่าเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป

(๒) กรณีผู้ประกอบการที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีลักษณะข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ไม่ให้อนุมัติเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

(ก) ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ประกอบการเคยเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน แต่ภายหลังถูกอธิบดีกรมสรรพากรสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากแสดงรายการในคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเท็จ หรือไม่มีสถานประกอบการจริงตามที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ได้ประกอบกิจการ หรือไม่ใช่ผู้ประกอบการให้บริการที่แท้จริง

(ข) ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ประกอบการไม่ได้แสดงหรือนำส่งเอกสารหลักฐานตามข้อ ๑ ต่อเจ้าพนักงานสรรพากรให้ครบถ้วน หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งไม่สอดคล้องกับคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

(ค) ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ที่อยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่ใช้ในการประกอบกิจการ (Business Website) ตามที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (แบบ P.P.๐๑.๙) ไม่มีอยู่จริง

ทั้งนี้ คำสั่งไม่อนุมัติให้มีผลนับแต่วันที่ผู้ประกอบการดังกล่าวยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อ ๓ กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีการเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสาระสำคัญ ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (แบบ P.P.๐๙.๙) ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

การเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสาระสำคัญตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ กรณีดังต่อไปนี้

(๑) การเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ประกอบการ (Name of VAT Operator) ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ (Business Email Address) หรือที่อยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่ใช้ในการประกอบกิจการ (Business Website) ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรายการเกี่ยวกับนิติบุคคล เช่น การเปลี่ยนแปลงกรรมการของบริษัทจำกัด หรือการเปลี่ยนรายชื่อผู้ติดต่อ เป็นต้น

(๒) การหยุดประกอบกิจการชั่วคราวเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าสามสิบวัน

(๓) การย้ายสถานประกอบการ (๔) การเลิกประกอบกิจการ รวมถึงการเลิกประกอบกิจการเพื่อโอนกิจการทั้งหมดให้แก่ผู้ประกอบการอื่น และการเลิกประกอบกิจการเพื่อควบเข้ากันเป็นผู้ประกอบการรายใหม่

ข้อ ๔ การแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อ ๓ ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องแสดงรายการตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (แบบ P.P.๐๙.๙) ให้ถูกต้องครบถ้วน และส่งเอกสารหลักฐานฉบับภาษาอังกฤษตามรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ประกอบการ ให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการเปลี่ยนชื่อ (๒) กรณีการย้ายสถานประกอบการ ให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ (๓) กรณีการเลิกประกอบกิจการ รวมถึงการเลิกประกอบกิจการเพื่อโอนกิจการทั้งหมดให้แก่ผู้ประกอบการอื่น หรือการเลิกประกอบกิจการเพื่อควบเข้ากันเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ ให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการเลิกประกอบกิจการ การโอนกิจการ หรือการควบเข้ากันเป็นผู้ประกอบการรายใหม่

กรณีเจ้าพนักงานสรรพากรร้องขอให้มีการรับรองเอกสารหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องนำเอกสารหลักฐานที่ผ่านการรับรองมาแล้วไม่เกิน ๖ เดือน จากกระทรวงการต่างประเทศ หรือโนตารี พับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศนั้นมาแสดงด้วย

ข้อ ๕ ให้เจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อ ๓ และข้อ ๔ ก่อนรับทราบหรืออนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

ข้อ ๖ ให้ผู้อำนวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ที่ผู้อำนวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่มอบหมาย เป็นผู้ที่มีอำนาจอนุมัติให้ประกาศรายชื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ ๒ และลงนามรับทราบหรืออนุมัติการเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อ ๕

ข้อ ๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ)

อธิบดีกรมสรรพากร

ที่มา: http://www.rd.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ