แท็ก
เกษตรกร
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร--28 ต.ค.--บิสนิวส์
1. สถานการณ์สินค้า
1.1 สินค้าที่มีปัญหา
กุ้งกุลาดำ : ราคาโน้มต่ำลงเพราะผลผลิตมาก ส่งออกได้น้อย
ปี ผลผลิต ราคาที่เกษตรกรขายได้ (บาท/กก.)
การ มค. กพ. มีค. เมย. พค. มิย. กค. สค. กบ. ตค.
ผลิต (ตัน) ส. 1 ส. 2 ส. 3
2540 215,000 193.00 199.25 210.00 199.00 205.25 209.40 217.00 245.25 254.25 304 341 337
2541 230,000 440.50 445.75 404.25 346.33 333.75 375.00 345.50 311.00 290.25 225 269 264
แตกต่าง + 6.98 +128.24 +123.71 +92.50 +74.04 +62.60 +126.84 +59.22 +22.32 +2.56 -25.97 -21.11 -21.66
หมายเหตุ : 1. ส. สัปดาห์
2. กุ้งขนาด 30-40 ตัว/กก.
สาเหตุที่ทำให้ราคากุ้งกุลาดำโน้มต่ำลง
จากการที่คาดว่า ผลผลิตกุ้งกุลาดำในประเทศปีนี้เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนประมาณร้อยละ 7 เนื่องจากในครึ่งแรกของปีราคาอยู่ในระดับสูง จูงใจให้มีการขยายการเลี้ยงเพิ่มขึ้น ประกอบกับปีนี้มีปรากฎการณ์เอลนิโน ส่งผลให้เกิดภาวะแห้งแล้งในช่วงต้นปี และเกิดการขาดแคลนลูกกุ้งมากในช่วงครึ่งแรกของปี ทำให้เกษตรกรต้องลงกุ้งช้ากว่าที่กำหนด 1-2 เดือน ส่งผลให้ผลผลิตออกมากในช่วงเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม ซึ่งเลยกำหนดการสต็อกกุ้งสำหรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ไปแล้ว และขณะนี้ใกล้จะครบกำหนดให้เลิกเลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด เกษตรกรจะเร่งจับกุ้งออกขาย ผลผลิตจึงทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ราคากุ้งที่เกษตรกรขายได้โน้มลดลง กล่าวคือ ขนาด 30-40 ตัว/กิโลกรัม ในครึ่งปีแรกเฉลี่ยกิโลกรัมละ 390.93 บาท และในเดือนกันยายนลดลงเป็นกิโลกรัมละ 290.25 บาท ลดลงจากครึ่งแรกของปีกิโลกรัมละ 99.75 บาท หรือร้อยละ 25.75
นอกจากนี้ตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่
- สหรัฐอเมริกา มกราคม-สิงหาคม 2541 นำเข้ากุ้งสดแช่เย็น แช่แข็งจากไทย 23,819 ตัน ลดลงจากที่นำเข้า 24,854 ตัน ในช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.16 ทั้ง ๆ ที่การนำเข้าของสหรัฐฯ โดยรวมเพิ่มขึ้น เพราะสหรัฐฯ หันไปนำเข้ากุ้งจากเอกวาดอร์เพิ่มมากขึ้น
- ญี่ปุ่น มกราคม-สิงหาคม 2541 นำเข้าจากไทย 12,320 ตัน เทียบกับ 18,629 ตัน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
- สหภาพยุโรป (อียู) แม้ว่าช่วงมกราคม-สิงหาคม 2541 อียูนำเข้ากุ้งจากไทย 9,819 ตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 15.45 ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงต้นปี อียูลดการนำเข้ากุ้งจากอินเดีย และปากีสถาน เพราะตรวจพบเชื้อโรคปนเปื้อนในกุ้งและการทดลองนิวเคลียร์ แต่ขณะนี้ อียู อนุญาตให้นำเข้ากุ้งจากอินเดียได้ และคาดว่าช่วงปลายปีจะนำเข้าจากไทยลดลง
- จีน มกราคม-สิงหาคม 2541 นำเข้าจากไทย 8,213 ตัน ลดลงจากที่นำเข้า 9,297 ตัน ในช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 11.66 เนื่องจากจีนได้เก็บภาษีกุ้งจากไทยสูงขึ้นเป็นร้อยละ 70 การนำเข้าจากไทยจึงลดลง ทั้ง ๆ ที่จีนยังมีความต้องการกุ้งอีกมาก
เนื่องจากกุ้งกุลาดำของไทยส่วนใหญ่ส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ การที่ตลาดต่างประเทศนำเข้าลดลง ย่อมส่งผลกระทบต่อราคาในประเทศด้วย
ข้อคิดเห็น
1. ภาครัฐควรให้การช่วยเหลือห้องเย็น ด้วยการให้สินเชื่อเพื่อให้ห้องเย็นมีกำลังซื้อมากขึ้น
2. ภาครัฐควรจะเจรจากับประเทศจีนให้ลดภาษีนำเข้ากุ้งจากไทยลงเหลือประมาณร้อยละ 30 หรือยกเว้นภาษีนำเข้าดังกล่าว
3. ในการทบทวนสิทธิ GSP รอบใหม่ของสหภาพยุโรป ในปลายปี 2542 รัฐบาลไทยควรเจรจาต่อรองให้ สหภาพยุโรปนำตัวเลขทางเศรษฐกิจ ปี 2541 มาประกอบการพิจารณาแทนตัวเลข ปี 2537 และผ่อนผันให้ยังคงตัดสิทธิ GSP เพียงร้อยละ 50 แทนการตัดสิทธิทั้งหมด ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2542 เพื่อให้กุ้งไทยสามารถแข่งขันกับกุ้งจากประเทศอื่น ๆ ได้
1.2 สินค้าที่ต้องคอยเฝ้าระวัง
สัปดาห์นี้ไม่มีสินค้าที่ต้องคอยเฝ้าระวัง
2. สถานการณ์สินค้าเกษตรที่สำคัญ
2.1 ฝ้าย : แนวทางบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ คาดว่า ผลผลิตฝ้ายโลกในปี 2541/42 มีแนวโน้มลดลงเหลือเพียง 18.76 ล้านตัน หรือลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 5 เนื่องจากประเทศผู้ผลิตที่สำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน ประสบปัญหาสภาวะอากาศไม่เอื้ออำนวย แต่จากการเกิดวิกฤตการณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้ปริมาณการใช้ฝ้ายโลกน้อยลงด้วย ส่งผลให้ราคาซื้อขายล่วงหน้าฝ้ายปุยในตลาดนิวยอร์คมีแนวโน้มลดลง
สำหรับผลผลิตฝ้ายในประเทศ ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้พยากรณ์ว่า จะมีประมาณ 69,218 ตันฝ้ายดอก ลดลงจากปี 2540/41 ประมาณร้อยละ 1.41 ส่วนการใช้ในประเทศคาดว่าจะลดลงเช่นกันเนื่องจากสถานการณ์การค้าสิ่งทออ่อนตัวลง ตลาดภายในประเทศซบเซาเพราะขาดกำลังซื้อ อย่างไรก็ดี สมาคมอุตสาหกรรมฝ้ายไทยได้กำหนดราคาขั้นต่ำในการรับซื้อฝ้ายดอกเส้นใยยาว - ยาวปานกลางคุณภาพชั้น 1 ไว้กิโลกรัมละ 18 บาท เท่ากับปีที่ผ่านมา คาดว่าคงไม่ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเรื่องราคา
แต่จากภาวะวิกฤตทางการเงินซึ่งต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้โรงงานหีบฝ้าย โรงงานปั่นด้ายขาดเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อวัตถุดิบ ซึ่งสาเหตุดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกฝ้าย ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในฤดูการผลิตนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดให้มีการประชุมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้ข้อยุติว่า กระทรวงพาณิชย์ควรประสานงานกับกระทรวงการคลังเพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อ และขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสนับสนุนเรื่อง Packing credit แก่ผู้ประกอบการด้วย นอกจากนี้ หากราคาฝ้ายดอกที่เกษตรกรขายได้ลดลงต่ำจนทำให้เกิดความเดือดร้อนควรนำเสนอ คชก. เพื่อพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือต่อไป
2.2 ปาล์มน้ำมัน : รัฐคุมเข้มน้ำมันปาล์ม
ภายหลังที่กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศให้น้ำมันปาล์มดิบเป็นสินค้าควบคุม โดยผู้ผลิตต้องจำหน่ายในราคาไม่เกินกิโลกรัมละ 24 บาท โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2541 เป็นต้นไป จากมาตรการดังกล่าวโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มได้ประกาศราคารับซื้อผลปาล์มเหลือกิโลกรัมละ 3.20 บาท อัตราน้ำมันร้อยละ 15 ซึ่งเป็นราคาที่สอดคล้องกับราคาน้ำมันปาล์มดิบที่รัฐบาลกำหนด โดยสัปดาห์นี้ราคาผลปาล์มสดเกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 3.30 บาท ลดลงจากสัปดาห์ก่อน ซึ่งเฉลี่ยกิโลกรัมละ 3.43 บาท สำหรับภาวะซื้อขายน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ในช่วงนี้ค่อนข้างเงียบเหงาทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงเทศกาลกินเจ ทั้งนี้ เพราะผู้จำหน่ายชะลอการซื้อน้ำมันปาล์ม เนื่องจากมีข่าวลือว่า รัฐอาจอนุญาตให้นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบเพื่อบรรเทาการขาดแคลนในอนาคตอันใกล้
สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลมาเลเซียมีมติให้คงปริมาณการให้ความช่วยเหลือน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เพื่อการบริโภคภายใน ในอัตรา 1 ริงกิต/กก. ปริมาณ 35,000 ตัน/เดือน ทั้งนี้เนื่องจากขาดงบประมาณสนับสนุน อีกทั้งการเพิ่มปริมาณการให้ความช่วยเหลือยิ่งจะเป็นสิ่งจูงใจให้มีการลักลอบส่งออกน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ราคาถูกมายังไทยมากขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลอาจประกาศเก็บภาษีส่งออกน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์หลังจากยกเลิกไประยะหนึ่ง เพื่อจูงใจให้มีการส่งออก ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งที่มาของรายได้
--รายงานสถานการณ์สินค้าเกษตรประจำวันที่ 19 - 25 ต.ค. 2541--
1. สถานการณ์สินค้า
1.1 สินค้าที่มีปัญหา
กุ้งกุลาดำ : ราคาโน้มต่ำลงเพราะผลผลิตมาก ส่งออกได้น้อย
ปี ผลผลิต ราคาที่เกษตรกรขายได้ (บาท/กก.)
การ มค. กพ. มีค. เมย. พค. มิย. กค. สค. กบ. ตค.
ผลิต (ตัน) ส. 1 ส. 2 ส. 3
2540 215,000 193.00 199.25 210.00 199.00 205.25 209.40 217.00 245.25 254.25 304 341 337
2541 230,000 440.50 445.75 404.25 346.33 333.75 375.00 345.50 311.00 290.25 225 269 264
แตกต่าง + 6.98 +128.24 +123.71 +92.50 +74.04 +62.60 +126.84 +59.22 +22.32 +2.56 -25.97 -21.11 -21.66
หมายเหตุ : 1. ส. สัปดาห์
2. กุ้งขนาด 30-40 ตัว/กก.
สาเหตุที่ทำให้ราคากุ้งกุลาดำโน้มต่ำลง
จากการที่คาดว่า ผลผลิตกุ้งกุลาดำในประเทศปีนี้เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนประมาณร้อยละ 7 เนื่องจากในครึ่งแรกของปีราคาอยู่ในระดับสูง จูงใจให้มีการขยายการเลี้ยงเพิ่มขึ้น ประกอบกับปีนี้มีปรากฎการณ์เอลนิโน ส่งผลให้เกิดภาวะแห้งแล้งในช่วงต้นปี และเกิดการขาดแคลนลูกกุ้งมากในช่วงครึ่งแรกของปี ทำให้เกษตรกรต้องลงกุ้งช้ากว่าที่กำหนด 1-2 เดือน ส่งผลให้ผลผลิตออกมากในช่วงเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม ซึ่งเลยกำหนดการสต็อกกุ้งสำหรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ไปแล้ว และขณะนี้ใกล้จะครบกำหนดให้เลิกเลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด เกษตรกรจะเร่งจับกุ้งออกขาย ผลผลิตจึงทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ราคากุ้งที่เกษตรกรขายได้โน้มลดลง กล่าวคือ ขนาด 30-40 ตัว/กิโลกรัม ในครึ่งปีแรกเฉลี่ยกิโลกรัมละ 390.93 บาท และในเดือนกันยายนลดลงเป็นกิโลกรัมละ 290.25 บาท ลดลงจากครึ่งแรกของปีกิโลกรัมละ 99.75 บาท หรือร้อยละ 25.75
นอกจากนี้ตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่
- สหรัฐอเมริกา มกราคม-สิงหาคม 2541 นำเข้ากุ้งสดแช่เย็น แช่แข็งจากไทย 23,819 ตัน ลดลงจากที่นำเข้า 24,854 ตัน ในช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.16 ทั้ง ๆ ที่การนำเข้าของสหรัฐฯ โดยรวมเพิ่มขึ้น เพราะสหรัฐฯ หันไปนำเข้ากุ้งจากเอกวาดอร์เพิ่มมากขึ้น
- ญี่ปุ่น มกราคม-สิงหาคม 2541 นำเข้าจากไทย 12,320 ตัน เทียบกับ 18,629 ตัน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
- สหภาพยุโรป (อียู) แม้ว่าช่วงมกราคม-สิงหาคม 2541 อียูนำเข้ากุ้งจากไทย 9,819 ตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 15.45 ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงต้นปี อียูลดการนำเข้ากุ้งจากอินเดีย และปากีสถาน เพราะตรวจพบเชื้อโรคปนเปื้อนในกุ้งและการทดลองนิวเคลียร์ แต่ขณะนี้ อียู อนุญาตให้นำเข้ากุ้งจากอินเดียได้ และคาดว่าช่วงปลายปีจะนำเข้าจากไทยลดลง
- จีน มกราคม-สิงหาคม 2541 นำเข้าจากไทย 8,213 ตัน ลดลงจากที่นำเข้า 9,297 ตัน ในช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 11.66 เนื่องจากจีนได้เก็บภาษีกุ้งจากไทยสูงขึ้นเป็นร้อยละ 70 การนำเข้าจากไทยจึงลดลง ทั้ง ๆ ที่จีนยังมีความต้องการกุ้งอีกมาก
เนื่องจากกุ้งกุลาดำของไทยส่วนใหญ่ส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ การที่ตลาดต่างประเทศนำเข้าลดลง ย่อมส่งผลกระทบต่อราคาในประเทศด้วย
ข้อคิดเห็น
1. ภาครัฐควรให้การช่วยเหลือห้องเย็น ด้วยการให้สินเชื่อเพื่อให้ห้องเย็นมีกำลังซื้อมากขึ้น
2. ภาครัฐควรจะเจรจากับประเทศจีนให้ลดภาษีนำเข้ากุ้งจากไทยลงเหลือประมาณร้อยละ 30 หรือยกเว้นภาษีนำเข้าดังกล่าว
3. ในการทบทวนสิทธิ GSP รอบใหม่ของสหภาพยุโรป ในปลายปี 2542 รัฐบาลไทยควรเจรจาต่อรองให้ สหภาพยุโรปนำตัวเลขทางเศรษฐกิจ ปี 2541 มาประกอบการพิจารณาแทนตัวเลข ปี 2537 และผ่อนผันให้ยังคงตัดสิทธิ GSP เพียงร้อยละ 50 แทนการตัดสิทธิทั้งหมด ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2542 เพื่อให้กุ้งไทยสามารถแข่งขันกับกุ้งจากประเทศอื่น ๆ ได้
1.2 สินค้าที่ต้องคอยเฝ้าระวัง
สัปดาห์นี้ไม่มีสินค้าที่ต้องคอยเฝ้าระวัง
2. สถานการณ์สินค้าเกษตรที่สำคัญ
2.1 ฝ้าย : แนวทางบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ คาดว่า ผลผลิตฝ้ายโลกในปี 2541/42 มีแนวโน้มลดลงเหลือเพียง 18.76 ล้านตัน หรือลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 5 เนื่องจากประเทศผู้ผลิตที่สำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน ประสบปัญหาสภาวะอากาศไม่เอื้ออำนวย แต่จากการเกิดวิกฤตการณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้ปริมาณการใช้ฝ้ายโลกน้อยลงด้วย ส่งผลให้ราคาซื้อขายล่วงหน้าฝ้ายปุยในตลาดนิวยอร์คมีแนวโน้มลดลง
สำหรับผลผลิตฝ้ายในประเทศ ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้พยากรณ์ว่า จะมีประมาณ 69,218 ตันฝ้ายดอก ลดลงจากปี 2540/41 ประมาณร้อยละ 1.41 ส่วนการใช้ในประเทศคาดว่าจะลดลงเช่นกันเนื่องจากสถานการณ์การค้าสิ่งทออ่อนตัวลง ตลาดภายในประเทศซบเซาเพราะขาดกำลังซื้อ อย่างไรก็ดี สมาคมอุตสาหกรรมฝ้ายไทยได้กำหนดราคาขั้นต่ำในการรับซื้อฝ้ายดอกเส้นใยยาว - ยาวปานกลางคุณภาพชั้น 1 ไว้กิโลกรัมละ 18 บาท เท่ากับปีที่ผ่านมา คาดว่าคงไม่ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเรื่องราคา
แต่จากภาวะวิกฤตทางการเงินซึ่งต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้โรงงานหีบฝ้าย โรงงานปั่นด้ายขาดเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อวัตถุดิบ ซึ่งสาเหตุดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกฝ้าย ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในฤดูการผลิตนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดให้มีการประชุมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้ข้อยุติว่า กระทรวงพาณิชย์ควรประสานงานกับกระทรวงการคลังเพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อ และขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสนับสนุนเรื่อง Packing credit แก่ผู้ประกอบการด้วย นอกจากนี้ หากราคาฝ้ายดอกที่เกษตรกรขายได้ลดลงต่ำจนทำให้เกิดความเดือดร้อนควรนำเสนอ คชก. เพื่อพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือต่อไป
2.2 ปาล์มน้ำมัน : รัฐคุมเข้มน้ำมันปาล์ม
ภายหลังที่กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศให้น้ำมันปาล์มดิบเป็นสินค้าควบคุม โดยผู้ผลิตต้องจำหน่ายในราคาไม่เกินกิโลกรัมละ 24 บาท โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2541 เป็นต้นไป จากมาตรการดังกล่าวโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มได้ประกาศราคารับซื้อผลปาล์มเหลือกิโลกรัมละ 3.20 บาท อัตราน้ำมันร้อยละ 15 ซึ่งเป็นราคาที่สอดคล้องกับราคาน้ำมันปาล์มดิบที่รัฐบาลกำหนด โดยสัปดาห์นี้ราคาผลปาล์มสดเกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 3.30 บาท ลดลงจากสัปดาห์ก่อน ซึ่งเฉลี่ยกิโลกรัมละ 3.43 บาท สำหรับภาวะซื้อขายน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ในช่วงนี้ค่อนข้างเงียบเหงาทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงเทศกาลกินเจ ทั้งนี้ เพราะผู้จำหน่ายชะลอการซื้อน้ำมันปาล์ม เนื่องจากมีข่าวลือว่า รัฐอาจอนุญาตให้นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบเพื่อบรรเทาการขาดแคลนในอนาคตอันใกล้
สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลมาเลเซียมีมติให้คงปริมาณการให้ความช่วยเหลือน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เพื่อการบริโภคภายใน ในอัตรา 1 ริงกิต/กก. ปริมาณ 35,000 ตัน/เดือน ทั้งนี้เนื่องจากขาดงบประมาณสนับสนุน อีกทั้งการเพิ่มปริมาณการให้ความช่วยเหลือยิ่งจะเป็นสิ่งจูงใจให้มีการลักลอบส่งออกน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ราคาถูกมายังไทยมากขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลอาจประกาศเก็บภาษีส่งออกน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์หลังจากยกเลิกไประยะหนึ่ง เพื่อจูงใจให้มีการส่งออก ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งที่มาของรายได้
--รายงานสถานการณ์สินค้าเกษตรประจำวันที่ 19 - 25 ต.ค. 2541--