แท็ก
ไต้หวัน
แผนพัฒนาเศรษฐกิจ
การพัฒนาทางเศรษฐกิจของไต้หวันประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นับแต่เริ่มประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ตั้งแต่ปี 1953 เป็นต้นมา และแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับปัจจุบันคือ ฉบับที่ 12 ที่มีการกำหนดประกาศใช้ถึงปี 2000 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ
1.เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของไต้หวัน โดย
-ปฏิรูประบบบริการาชการแผ่นดินให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ
-ควบคุมการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินอย่างเหมาะสม
-ปฏิรูประบบภาษี เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้รัฐ
-กำหนดขอบเขตการบริหารงานของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นให้แน่ชัด
2.เร่งดำเนินการสร้างสาธารณูปโภคชั้นพื้นฐาน โดย
-กระจายการสร้างสาธารณูปโภคอย่างทั่วถึงในพื้นที่ต่างๆ และสนับสนุนให้เอกชนมีส่วนร่วม
-รัฐบาลกลางจะตั้งคณะทำงานพิเศษ เพื่อรับผิดชอบงานก่อสร้างสาธารณูปโภคโดยเฉพาะ
-เร่งออกกฎหมายการจัดซื้อของหน่วยงานรัฐบาล กฎหมายว่าด้วยการก่อสร้างสาธารณูปโภค กฎหมายอุตสาหกรรมก่อสร้าง และกฎหมายควบคุมและการดูแลก่อสร้างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
-ผลักดันให้เอกชนมีส่วนร่วมในการก่อสร้างสาธารณูปโภคทางการคมนาคมมากขึ้น
-เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ระบบข้อมูลข่าวสาร
-แก้ปัญหาต่างๆ ในการสร้างสาธารณูปโภคให้ลุล่วงโดยเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
3.ปฎิรูประบบที่ดิน
4.มีระบบการบริการพลังงานที่ดีและพอเพียงต่อความต้องการ และเปิดเสรีการให้บริการด้านพลังงาน
5.จัดให้มีระบบอัตราค่าจ้างที่ดี และมีการแก้ไขปัญหาแรงงานที่เหมาะสม
6.เน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
7.ผลักดันให้ไต้หวันเป็นศูนย์กลางทางการเงิน การขนส่ง การสื่อสารและโทรคมนาคม ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
8.เปิดเสรีทางการเงิน
9.แปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
10.ส่งเสริมการลงทุนและสนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรม
11.เข้ามีส่วนร่วมในองค์กรสากลระดับโลก
การค้ากับประเทศไทย
ในปี 2541 ไต้หวันมีปริมาณการค้ากับไทยรวม 3,893.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.8 ของปริมาณการค้าต่างประเทศของไต้หวันทั้งหมด ปริมาณค้ากับไทยลดลง 595.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือลดลงร้อยละ 0.7 ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ารวม 41.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยนำเข้าจากไต้หวันคิดเป็นมูลค่า 1,926.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และส่งอออกมายังไต้หวันคิดเป็นมูลค่า 1,967.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การนำเข้าลดลง 636 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือลดลงร้อยละ 24.8 ในขณะที่การส่งออกมายังไต้หวันเพิ่มขึ้น 40.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1
สินค้าที่ไต้หวันนำเข้าจากไทยในปี 2541 และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ ส่วนประกอบของเครื่องรับวิทยุและโทรทัศน์ น้ำมันปิโตรเลียม หีบ, กล่อง, ซองและภาชนะที่ด้วยกระดาษ และเม็ดพลาสติก ส่วนสินค้าที่การนำเข้าลดลงได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า สตาร์ชและอินูลิน (ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง) ยางพารา ผลิตภัณฑ์หนังฟอกและหนังอัดผลไม้สดแลแช่งแข็ง ด้าย และเส้นใยประดิษฐ์ และกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง
สินค้าที่สำคัญที่ไต้หวันส่งออกมายังไทย 5 อันดับแรก ในปี 2541 ได้แก่ หลอดเทอร์มิโอนิค โคลท์แคโธต, ช้นส่วนและส่วนประกอบเครื่องส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์, ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์, แผงวงจรไฟฟ้า และวงจรพิมพ์
การค้าระหว่างประเทศของไต้หวันในปี 2541 มีตลาดส่งออกที่สำคัญ 5 อันดับแรกได้แก่
สหรัฐอเมริกา มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 29,386 ล้านเหรียญสหรัฐ
ฮ่องกง มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 24,841 ล้านเหรียญสหรัฐ
ญี่ปุ่น มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 9,331 ล้านเหรียญสหรัฐ
เนเธอร์แลนด์ มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 4,369 ล้านเหรียญสหรัฐ
เยอรมัน มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 4,087 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับประเทศไทยถือว่าเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 10 ของไต้หวัน มีมูลค่าการส่งออกจากไต้หวันมายังไทยในปี 2541 ประมาณ 1,926.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 24.8 และคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 1.7
นโยบายทางการค้า
-ความตกลงทางการค้าไทยได้เจรจาขอให้ไต้หวันเปิดตลาดสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว รวมทั้งสินค้าเนื้อไก่ถอดกระดูก ซึ่งไต้หวันได้อ้างว่าจะยอมเปิดตลาดข้าวได้ก็ต่อเมื่อได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกก่อน ส่วนสินค้าเนื้อไก่ถอดกระดูกนั้น ไต้หวันอ้างว่าไทยยังไม่ผ่านการตรวจสอบและรับรองให้เป็นเขตปลอดโรค Newcastle จึงยังไม่อนุญาตให้นำเข้า แต่ไต้หวันก็ได้ดำเนินการตรวจสอลมายังประเทศไทย ไต้หวันได้เปิดโควตาจำนวน 9,163 ตัน ในสินค้าประเภทนี้แก่ทุกประเทศทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2542 แต่อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นนี้มีเพียงสินค้าจากสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เท่านั้นที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลของไต้หวันให้นำเข้าได้ เนื่องจากปรเทศดังกล่าวได้ผ่านการตรวจรับรองแล้วว่าเป็นพื้นที่ปลอดโรค Newcastle
-ความตกลงการนำเข้ารถยนต์ตามความตกลงที่ไทยและไต้หวันได้มีการลงนามร่วมกันในเดือนกรกฎาคม 2541 ในช่วงก่อนที่ไต้หวันจะเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก ไต้หวันจะเปิดโควต้าให้มีการนำเข้ารถยนต์จากไทยจำนวน 4,000 คันต่อปี ในปี 2541 และอนุญาตให้มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นได้ในอัตราส่วนร้อยละ 10 ในปีถัดไป
-ข้อตกลงการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนไทยและไต้หวันได้มีการลงนามในความตกลงการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างกัน เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2539 ที่กรุงไทยเป
-ข้อตกลงยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทยกับไต้หวันเสร็จสิ้นการเจรจาเพื่อร่างข้อตกลงการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน และจะมีการลงนามในความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากร ในเร็วๆ นี้
-ข้อตกลงเกี่ยวกับสิทธิทางการบินไทยกับไต้หวันเสร็จสิ้นการเจรจาเพื่อร่างข้อตกลงในเรื่องสิทธิทางการบิน และจะมีการลงนามในความตกลงเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนสิทธิทางการบินระหว่างกัน ในเร็วๆ นี้
-คณะกรรมการการค้าร่วมไทยกับไต้หวันได้มีการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นประจำทุกปีระหว่างภาคเอกชนของไทยกับสมาคมอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งชาติของไต้หวัน (The Chinese National Association of Industry and commerce)
ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
--วารสาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 14/ 31 กรกฎาคม 2542--
การพัฒนาทางเศรษฐกิจของไต้หวันประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นับแต่เริ่มประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ตั้งแต่ปี 1953 เป็นต้นมา และแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับปัจจุบันคือ ฉบับที่ 12 ที่มีการกำหนดประกาศใช้ถึงปี 2000 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ
1.เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของไต้หวัน โดย
-ปฏิรูประบบบริการาชการแผ่นดินให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ
-ควบคุมการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินอย่างเหมาะสม
-ปฏิรูประบบภาษี เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้รัฐ
-กำหนดขอบเขตการบริหารงานของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นให้แน่ชัด
2.เร่งดำเนินการสร้างสาธารณูปโภคชั้นพื้นฐาน โดย
-กระจายการสร้างสาธารณูปโภคอย่างทั่วถึงในพื้นที่ต่างๆ และสนับสนุนให้เอกชนมีส่วนร่วม
-รัฐบาลกลางจะตั้งคณะทำงานพิเศษ เพื่อรับผิดชอบงานก่อสร้างสาธารณูปโภคโดยเฉพาะ
-เร่งออกกฎหมายการจัดซื้อของหน่วยงานรัฐบาล กฎหมายว่าด้วยการก่อสร้างสาธารณูปโภค กฎหมายอุตสาหกรรมก่อสร้าง และกฎหมายควบคุมและการดูแลก่อสร้างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
-ผลักดันให้เอกชนมีส่วนร่วมในการก่อสร้างสาธารณูปโภคทางการคมนาคมมากขึ้น
-เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ระบบข้อมูลข่าวสาร
-แก้ปัญหาต่างๆ ในการสร้างสาธารณูปโภคให้ลุล่วงโดยเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
3.ปฎิรูประบบที่ดิน
4.มีระบบการบริการพลังงานที่ดีและพอเพียงต่อความต้องการ และเปิดเสรีการให้บริการด้านพลังงาน
5.จัดให้มีระบบอัตราค่าจ้างที่ดี และมีการแก้ไขปัญหาแรงงานที่เหมาะสม
6.เน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
7.ผลักดันให้ไต้หวันเป็นศูนย์กลางทางการเงิน การขนส่ง การสื่อสารและโทรคมนาคม ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
8.เปิดเสรีทางการเงิน
9.แปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
10.ส่งเสริมการลงทุนและสนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรม
11.เข้ามีส่วนร่วมในองค์กรสากลระดับโลก
การค้ากับประเทศไทย
ในปี 2541 ไต้หวันมีปริมาณการค้ากับไทยรวม 3,893.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.8 ของปริมาณการค้าต่างประเทศของไต้หวันทั้งหมด ปริมาณค้ากับไทยลดลง 595.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือลดลงร้อยละ 0.7 ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ารวม 41.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยนำเข้าจากไต้หวันคิดเป็นมูลค่า 1,926.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และส่งอออกมายังไต้หวันคิดเป็นมูลค่า 1,967.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การนำเข้าลดลง 636 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือลดลงร้อยละ 24.8 ในขณะที่การส่งออกมายังไต้หวันเพิ่มขึ้น 40.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1
สินค้าที่ไต้หวันนำเข้าจากไทยในปี 2541 และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ ส่วนประกอบของเครื่องรับวิทยุและโทรทัศน์ น้ำมันปิโตรเลียม หีบ, กล่อง, ซองและภาชนะที่ด้วยกระดาษ และเม็ดพลาสติก ส่วนสินค้าที่การนำเข้าลดลงได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า สตาร์ชและอินูลิน (ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง) ยางพารา ผลิตภัณฑ์หนังฟอกและหนังอัดผลไม้สดแลแช่งแข็ง ด้าย และเส้นใยประดิษฐ์ และกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง
สินค้าที่สำคัญที่ไต้หวันส่งออกมายังไทย 5 อันดับแรก ในปี 2541 ได้แก่ หลอดเทอร์มิโอนิค โคลท์แคโธต, ช้นส่วนและส่วนประกอบเครื่องส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์, ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์, แผงวงจรไฟฟ้า และวงจรพิมพ์
การค้าระหว่างประเทศของไต้หวันในปี 2541 มีตลาดส่งออกที่สำคัญ 5 อันดับแรกได้แก่
สหรัฐอเมริกา มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 29,386 ล้านเหรียญสหรัฐ
ฮ่องกง มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 24,841 ล้านเหรียญสหรัฐ
ญี่ปุ่น มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 9,331 ล้านเหรียญสหรัฐ
เนเธอร์แลนด์ มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 4,369 ล้านเหรียญสหรัฐ
เยอรมัน มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 4,087 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับประเทศไทยถือว่าเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 10 ของไต้หวัน มีมูลค่าการส่งออกจากไต้หวันมายังไทยในปี 2541 ประมาณ 1,926.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 24.8 และคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 1.7
นโยบายทางการค้า
-ความตกลงทางการค้าไทยได้เจรจาขอให้ไต้หวันเปิดตลาดสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว รวมทั้งสินค้าเนื้อไก่ถอดกระดูก ซึ่งไต้หวันได้อ้างว่าจะยอมเปิดตลาดข้าวได้ก็ต่อเมื่อได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกก่อน ส่วนสินค้าเนื้อไก่ถอดกระดูกนั้น ไต้หวันอ้างว่าไทยยังไม่ผ่านการตรวจสอบและรับรองให้เป็นเขตปลอดโรค Newcastle จึงยังไม่อนุญาตให้นำเข้า แต่ไต้หวันก็ได้ดำเนินการตรวจสอลมายังประเทศไทย ไต้หวันได้เปิดโควตาจำนวน 9,163 ตัน ในสินค้าประเภทนี้แก่ทุกประเทศทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2542 แต่อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นนี้มีเพียงสินค้าจากสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เท่านั้นที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลของไต้หวันให้นำเข้าได้ เนื่องจากปรเทศดังกล่าวได้ผ่านการตรวจรับรองแล้วว่าเป็นพื้นที่ปลอดโรค Newcastle
-ความตกลงการนำเข้ารถยนต์ตามความตกลงที่ไทยและไต้หวันได้มีการลงนามร่วมกันในเดือนกรกฎาคม 2541 ในช่วงก่อนที่ไต้หวันจะเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก ไต้หวันจะเปิดโควต้าให้มีการนำเข้ารถยนต์จากไทยจำนวน 4,000 คันต่อปี ในปี 2541 และอนุญาตให้มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นได้ในอัตราส่วนร้อยละ 10 ในปีถัดไป
-ข้อตกลงการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนไทยและไต้หวันได้มีการลงนามในความตกลงการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างกัน เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2539 ที่กรุงไทยเป
-ข้อตกลงยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทยกับไต้หวันเสร็จสิ้นการเจรจาเพื่อร่างข้อตกลงการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน และจะมีการลงนามในความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากร ในเร็วๆ นี้
-ข้อตกลงเกี่ยวกับสิทธิทางการบินไทยกับไต้หวันเสร็จสิ้นการเจรจาเพื่อร่างข้อตกลงในเรื่องสิทธิทางการบิน และจะมีการลงนามในความตกลงเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนสิทธิทางการบินระหว่างกัน ในเร็วๆ นี้
-คณะกรรมการการค้าร่วมไทยกับไต้หวันได้มีการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นประจำทุกปีระหว่างภาคเอกชนของไทยกับสมาคมอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งชาติของไต้หวัน (The Chinese National Association of Industry and commerce)
ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
--วารสาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 14/ 31 กรกฎาคม 2542--