กรุงเทพฯ--10 ส.ค.--กระทรวงการต่างประเทศ
วันนี้ (9 สิงหาคม 2544) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หัวหน้าคณะผู้แทนและประธานร่วมฝ่ายไทยและนายสมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หัวหน้าคณะผู้แทนและประธานร่วมฝ่ายลาว ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2544 ที่โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย โดยมีประเด็นสำคัญสรุปได้ดังนี้
ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ได้กล่าวถึงความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ว่าเป็นการแสดงถึงความใกล้ชิดและความไว้วางใจเป็นพิเศษระหว่างสองฝ่าย และเป็นการติดตามความคืบหน้าที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้อาจถึอได้ว่าเป็นการเตรียมการก่อนที่นายบุนย้ง วอละจิต นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2544
ที่ประชุมได้ปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่างไทย-ลาว ในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ วิชาการ สังคม วัฒนธรรมและการกีฬา รวมทั้งความร่วมมือที่จะดำเนินการในปี 2545 สรุปผลของการประชุม ได้ดังนี้
1. ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ
(1) ที่ประชุมเห็นชอบให้ทั้งสองฝ่ายประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับภาพรวมและแนวทางสาขาที่ไทยและลาวควรจะร่วมมือกันทางด้านเศรษฐกิจระหว่างกันใน 4 ปีข้างหน้าที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ทั้งสองฝ่าย
(2) ที่ประชุมเห็นพ้องกันให้มีการลงนามข้อตกลงกำหนดรายละเอียดการขนส่งทางถนนไทย-ลาว และการลงนามต่ออายุความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทย (BOI) และสำนักงานคุ้มครองการลงทุนจากต่างประเทศของลาว (FIMC) ทั้งนี้ ภายในระหว่างการเยือนไทยของนายกรัฐมนตรีลาว (17-19 สิงหาคม 2544)
(3) ที่ประชุมพอใจกับการเจรจาซื้อขายไฟฟ้าโครงการน้ำเทิน 2 ซึ่งมีความคืบหน้าไปได้ด้วยดี และขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามดำเนินการให้มีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการดังกล่าว ภายในปี 2544
(4) ที่ประชุมเห็นพ้องที่จะผลักดันการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ให้สามารถเริ่มการก่อสร้างได้ภายในปี 2545
(5) ที่ประชุมสนับสนุนให้มีการศึกษาและแสวงหาแนวทางในการดำเนินการการค้าแบบหักบัญชี (account trade) ระหว่างประเทศทั้งสอง ตามที่นายกรัฐมนตรีไทยได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีลาว ในระหว่างการเยือนลาวอย่างเป็นทางการ เมื่อ 13-14 มิถุนายน 2544
(6) ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการจัดทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการเงินและการคลังระหว่างกัน
2. ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง
(1) ที่ประชุมเห็นชอบให้ทั้งสองฝ่ายจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และสารตั้งต้น โดยจะให้มีการลงนามย่อบันทึกดังกล่าวระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีลาว ระหว่าง 17-19 สิงหาคม 2544
(2) ที่ประชุมรับทราบข้อเสนอของฝ่ายลาวที่ให้ฝ่ายไทยส่งผู้ก่อการร้าย 28 คน กรณีวังเต่าให้ฝ่ายลาว ซึ่งฝ่ายไทยพร้อมจะให้ความร่วมมือย่างเต็มที่ในการเร่งรัด ทั้งการดำเนินคดีในความผิดต่อกฎหมายไทย และทั้งคดีเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ให้แก่ฝ่ายลาวตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยฝ่ายลาวจะนำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่ฝ่ายไทยในโอกาสแรก
(3) ที่ประชุมเห็นพ้องให้ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนรายชื่อบุคคลสัญชาติของอีกฝ่ายหนึ่งที่ถูกจับกุมคุมขังและต้องโทษในไทยและในลาวในระหว่างการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด/เจ้าแขวง ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26-29 สิงหาคม 2544 และอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชฑูตและสถานกงสุลและญาติพี่น้องของผู้ที่ถูกจับกุมคุมขังเข้าเยี่ยมผู้ถูกคุมขังที่เป็นสัญชาติตนได้ในทุกวันพฤหัสบดีแรกของเดือนและวันชาติของทั้งสองฝ่าย
(4) ที่ประชุมตกลงกันที่จะขยายเวลาเปิดด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวจาก 06.00-20.00 น. เป็น 06.00-22.00 น.
3. ความร่วมมือด้านวิชาการ สังคม และวัฒนธรรม
ที่ประชุมมีความยินดีต่อพัฒนาการของความร่วมมือช่วยเหลือที่ไทยให้แก่ลาวทางด้านวิชาการ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งความคืบหน้าของโครงการทดลองเพื่อพัฒนาการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรในลาว และที่ประชุมมีความยินดีเป็นอย่างมากที่จะมีการประชุมระหว่างรัฐมนตรีสาธารณสุขของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งการประชุมผู้บริหารสาธารณสุขบริเวณชายแดนไทย-ลาว ทั้งนี้ ในด้านสังคมที่ประชุมเห็นชอบให้ภาคประชาชนมีการพบปะและมีความร่วมมือกันในโครงการด้านภาษาและวัฒนธรรมเพื่อให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องมากขึ้น
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย-ลาว เพื่อทำหน้าที่ติดตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมฯ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาวได้แถลงข่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมสนับสนุนมิตของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-ลาว ที่ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเร่งรัดการปฏิบัติงานเพื่อให้การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกให้แล้วเสร็จภายในปี 2545 และทางน้ำให้แล้วเสร็จภายในปี 2546 โดยให้มีการปรึกษาหารือกันในเบื้องต้นเกี่ยวกับแผนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางน้ำระหว่างเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายภายในช่วงปลายปี 2544
กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5105 โทรสาร. 643-5106-7E-mail : [email protected] จบ--
-อน-
วันนี้ (9 สิงหาคม 2544) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หัวหน้าคณะผู้แทนและประธานร่วมฝ่ายไทยและนายสมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หัวหน้าคณะผู้แทนและประธานร่วมฝ่ายลาว ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2544 ที่โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย โดยมีประเด็นสำคัญสรุปได้ดังนี้
ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ได้กล่าวถึงความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ว่าเป็นการแสดงถึงความใกล้ชิดและความไว้วางใจเป็นพิเศษระหว่างสองฝ่าย และเป็นการติดตามความคืบหน้าที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้อาจถึอได้ว่าเป็นการเตรียมการก่อนที่นายบุนย้ง วอละจิต นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2544
ที่ประชุมได้ปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่างไทย-ลาว ในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ วิชาการ สังคม วัฒนธรรมและการกีฬา รวมทั้งความร่วมมือที่จะดำเนินการในปี 2545 สรุปผลของการประชุม ได้ดังนี้
1. ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ
(1) ที่ประชุมเห็นชอบให้ทั้งสองฝ่ายประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับภาพรวมและแนวทางสาขาที่ไทยและลาวควรจะร่วมมือกันทางด้านเศรษฐกิจระหว่างกันใน 4 ปีข้างหน้าที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ทั้งสองฝ่าย
(2) ที่ประชุมเห็นพ้องกันให้มีการลงนามข้อตกลงกำหนดรายละเอียดการขนส่งทางถนนไทย-ลาว และการลงนามต่ออายุความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทย (BOI) และสำนักงานคุ้มครองการลงทุนจากต่างประเทศของลาว (FIMC) ทั้งนี้ ภายในระหว่างการเยือนไทยของนายกรัฐมนตรีลาว (17-19 สิงหาคม 2544)
(3) ที่ประชุมพอใจกับการเจรจาซื้อขายไฟฟ้าโครงการน้ำเทิน 2 ซึ่งมีความคืบหน้าไปได้ด้วยดี และขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามดำเนินการให้มีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการดังกล่าว ภายในปี 2544
(4) ที่ประชุมเห็นพ้องที่จะผลักดันการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ให้สามารถเริ่มการก่อสร้างได้ภายในปี 2545
(5) ที่ประชุมสนับสนุนให้มีการศึกษาและแสวงหาแนวทางในการดำเนินการการค้าแบบหักบัญชี (account trade) ระหว่างประเทศทั้งสอง ตามที่นายกรัฐมนตรีไทยได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีลาว ในระหว่างการเยือนลาวอย่างเป็นทางการ เมื่อ 13-14 มิถุนายน 2544
(6) ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการจัดทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการเงินและการคลังระหว่างกัน
2. ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง
(1) ที่ประชุมเห็นชอบให้ทั้งสองฝ่ายจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และสารตั้งต้น โดยจะให้มีการลงนามย่อบันทึกดังกล่าวระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีลาว ระหว่าง 17-19 สิงหาคม 2544
(2) ที่ประชุมรับทราบข้อเสนอของฝ่ายลาวที่ให้ฝ่ายไทยส่งผู้ก่อการร้าย 28 คน กรณีวังเต่าให้ฝ่ายลาว ซึ่งฝ่ายไทยพร้อมจะให้ความร่วมมือย่างเต็มที่ในการเร่งรัด ทั้งการดำเนินคดีในความผิดต่อกฎหมายไทย และทั้งคดีเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ให้แก่ฝ่ายลาวตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยฝ่ายลาวจะนำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่ฝ่ายไทยในโอกาสแรก
(3) ที่ประชุมเห็นพ้องให้ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนรายชื่อบุคคลสัญชาติของอีกฝ่ายหนึ่งที่ถูกจับกุมคุมขังและต้องโทษในไทยและในลาวในระหว่างการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด/เจ้าแขวง ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26-29 สิงหาคม 2544 และอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชฑูตและสถานกงสุลและญาติพี่น้องของผู้ที่ถูกจับกุมคุมขังเข้าเยี่ยมผู้ถูกคุมขังที่เป็นสัญชาติตนได้ในทุกวันพฤหัสบดีแรกของเดือนและวันชาติของทั้งสองฝ่าย
(4) ที่ประชุมตกลงกันที่จะขยายเวลาเปิดด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวจาก 06.00-20.00 น. เป็น 06.00-22.00 น.
3. ความร่วมมือด้านวิชาการ สังคม และวัฒนธรรม
ที่ประชุมมีความยินดีต่อพัฒนาการของความร่วมมือช่วยเหลือที่ไทยให้แก่ลาวทางด้านวิชาการ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งความคืบหน้าของโครงการทดลองเพื่อพัฒนาการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรในลาว และที่ประชุมมีความยินดีเป็นอย่างมากที่จะมีการประชุมระหว่างรัฐมนตรีสาธารณสุขของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งการประชุมผู้บริหารสาธารณสุขบริเวณชายแดนไทย-ลาว ทั้งนี้ ในด้านสังคมที่ประชุมเห็นชอบให้ภาคประชาชนมีการพบปะและมีความร่วมมือกันในโครงการด้านภาษาและวัฒนธรรมเพื่อให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องมากขึ้น
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย-ลาว เพื่อทำหน้าที่ติดตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมฯ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาวได้แถลงข่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมสนับสนุนมิตของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-ลาว ที่ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเร่งรัดการปฏิบัติงานเพื่อให้การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกให้แล้วเสร็จภายในปี 2545 และทางน้ำให้แล้วเสร็จภายในปี 2546 โดยให้มีการปรึกษาหารือกันในเบื้องต้นเกี่ยวกับแผนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางน้ำระหว่างเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายภายในช่วงปลายปี 2544
กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5105 โทรสาร. 643-5106-7E-mail : [email protected] จบ--
-อน-