สรุปภาวะการค้าไทย-ญี่ปุ่นระหว่างเดือน ม.ค.- พ.ค.2548

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday July 12, 2005 16:30 —กรมส่งเสริมการส่งออก

          1. ญี่ปุ่นเป็นตลาดนำเข้าสำคัญอันดับ 3 ของโลก รองจาก สหรัฐฯ และจีน โดยมีมูลค่าการนำเข้า 
205,535,999,223 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.26 (ม.ค.-พ.ค. 2548)
2. แหล่งนำเข้าสำคัญของญี่ปุ่น ในเดือนมกราคม — พฤษภาคม 2548
- จีน มูลค่า 43,947.017 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 21.38 เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.83
- สหรัฐฯ มูลค่า 26,069.028 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 12.68 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.39
- ซาอุดิฯ มูลค่า 9,945.560 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 4.84 เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.08
- เกาหลีใต้ มูลค่า 9,811.659 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 4.77 เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.21
ไทยอยู่อันดับที่ 10 มูลค่า6,435.299 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 3.13 เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.58
3. ดุลการค้า ประเทศญี่ปุ่นได้เปรียบดุลการค้าโลกในเดือนมกราคม — พฤษภาคม 2548 เป็น
มูลค่า 34,585.392 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 25.31 ดังตัวอย่างสถิติต่อไปนี้ตารางเปรียบเทียบดุล
การค้าของประเทศญี่ปุ่นเดือนมกราคม — พฤษภาคม 2548
ลำดับที่ ประเทศ 2546 2547 2548 อัตราการเปลี่นแปลง(%)
มูลค่า ล้านเหรียญ สหรัฐ 47/46 48/47
ทั่วโลก 29,453.11 46,307.50 34,585.39 57.22 -25.31
1 สหรัฐฯ 22,887.12 25,077.60 28,113.43 9.57 12.11
2 จีน -7,672.51 -7,657.73 -13,634.40 -0.19 78.05
3 ฮ่องกง 10,711.30 13,506.08 13,465.70 26.09 -0.3
4 ไต้หวัน 5,999.69 9,212.72 11,238.40 53.55 21.99
5 เกาหลีใต้ 6,398.76 9,077.89 8,912.70 41.87 -1.82
16 ไทย 1,318.56 2,259.74 2,784.34 71.38 23.22
ที่มา : WTA Japan Customs
4. ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 2 ของไทยโดยมีสัดส่วนการส่งออกไปตลาดนี้ร้อยละ 14.38
ของมูลค่าการส่งออกโดยรวมในเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2548
การส่งออกสินค้าไทยไปญี่ปุ่นในเดือน มกราคม - พฤษภาคม 2548 มีมูลค่า 6,121.15 ล้าน
เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.38 หรือคิดเป็นร้อยละ 37.66 ของเป้าหมายการส่งออกที่มูลค่า 16,252
ล้านเหรียญสหรัฐฯ
5. สินค้าไทยส่งออกไปญี่ปุ่นในเดือนมกราคม — พฤษภาคม
6. ปี 2548 25 อันดับแรกมีสัดส่วนรวมกันร้อยละ 62.63 ของมูลค่าการส่งออกโดยรวมไปตลาดนี้
สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า ร้อยละ 100 มี 3 รายการ สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 มี 2
รายการ และสินค้าที่มีมูลค่าลดลงมากกว่าร้อยละ 20 มี 2 รายการ ดังสถิติต่อไปนี้
สถิติการส่งออกสินค้าไทยไปญี่ปุ่นที่มีมูลค่าการเปลี่ยนแปลงสูง
ตลาด อันดับที่ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าการ % สัดส่วน ร้อยละ 2548
ม.ค.-พ.ค 47 ม.ค.-พ.ค 48 เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง 2547 ม.ค.-พ.ค
1. สินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 100 มี 3 รายการ
- เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 8 75.52 154.24 78.72 104.24 1.19 2.52
- ไก่แปรรูป 12 55.14 129.61 74.47 135.05 1.88 2.12
- เม็ดพลาสติก 21 31.25 87.20 55.95 179.00 0.92 1.42
2. สินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 มี 2 รายการ
- แผงวงจรไฟฟ้า 1 257.46 416.51 159.05 61.78 5.56 6.80
- เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ 10 85.71 134.99 49.28 57.50 1.85 2.21
3. สินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกไปญี่ปุ่นลดลงมากกว่าร้อยละ 20 มี 2 รายการ
- อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไดโอด 7 212.57 157.94 -54.63 -25.70 3.57 2.58
- เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 13 168.40 128.84 -39.56 -23.49 2.84 2.10
รวบรวมโดย : ศูนย์สารสนเทศการค้าระหว่างประเทศ
จากสถิติการส่งออกดังกล่าวมีข้อสังเกต ดังนี้
1) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ (HS 8415) Air Conditioning
- ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 2 ของโลก ผู้ส่งออกหลักคือ จีน
- ในด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น (ม.ค-พ.ค 48) มูลค่า 632.719 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ
40.25 มีการนำเข้าจาก จีน ไทย มาเลเซีย เป็นหลัก
- การนำเข้าจากไทยอยู่อันดับที่ 2 สัดส่วนร้อยละ 22.78 มูลค่า 144.104 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 65.41
2) ไก่แปรรูป (HS. 160232) O Chick Prepar / pres.
- ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 2 ของโลก ผู้ส่งออกหลักคือ จีน
- ในด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น (ม.ค-พ.ค 48) มูลค่า 401.648 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ
138.04 มีการนำเข้าจาก จีน ไทย และบราซิล เป็นหลัก
- การนำเข้าจากไทยอยู่อันดับที่ 2 สัดส่วนร้อยละ 45.81 มูลค่า 184.002 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 153.01
3) เม็ดพลาสติก (HS. 3901) Ethylene, Primary Form
- ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 12 ของโลก ผู้ส่งออกหลักคือ สหรัฐฯ เบลเยี่ยม แคนาดา
- ในด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น (ม.ค-พ.ค 48) มูลค่า 135.935 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ
62.66 มีการนำเข้าจาก สหรัฐฯ ซาอุดิอาระเบีย สิงคโปร์ เป็นหลัก
- การนำเข้าจากไทยอยู่อันดับที่ 4 สัดส่วนร้อยละ 15.46 มูลค่า 21.013 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 136.09
4) แผงวงจรไฟฟ้า (HS. 8542) Integrated Circuits
- ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 14 ของโลก ผู้ส่งออกหลักคือ สิงคโปร์ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น
- ด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น (ม.ค-พ.ค 48) มูลค่า 7,046.911 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ
8.11 มีการนำเข้าจาก ไต้หวัน สหรัฐฯ เกาหลีใต้ เป็นหลัก
- การนำเข้าจากไทยอยู่อันดับที่ 8 สัดส่วนร้อยละ 3.20 มูลค่า 225.774 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.48
5) เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ (HS. 8509) Elecmech Domestc appl
- ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 29 ของโลก ผู้ส่งออกหลักคือ จีน เยอรมนี สหรัฐฯ
- ในด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น (ม.ค-พ.ค 48) มูลค่า 203.633 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ
13.26 มีการนำเข้าจาก จีน มาเลเซีย และไทย เป็นหลัก
- การนำเข้าจากไทยอยู่อันดับที่ 3 สัดส่วนร้อยละ 3.96 มูลค่า 8.056 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ลดลงร้อยละ 47.03
6) อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไดโอด (HS. 8541) Semi Con DV ; L — EMT Diod
- ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 12 ของโลก ผู้ส่งออกหลักคือ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ จีน
- ในด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น (ม.ค-พ.ค 48) มูลค่า 1,054.508 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.41 มีการนำเข้าจาก จีน มาเลเซีย สหรัฐฯ เป็นหลัก
- การนำเข้าจากไทยอยู่อันดับที่ 5 สัดส่วนร้อยละ 10.21 มูลค่า 107.710 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ลดลงร้อยละ 0.50
7) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (HS. 84) Machinery and Machanical Appliances.
- ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 7 ของโลก ผู้ส่งออกหลักคือ จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น
- ในด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น (ม.ค-พ.ค 48) มูลค่า 21,844.425 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.38 มีการนำเข้าจาก จีน สหรัฐฯ เกาหลีใต้ เป็นหลัก
- การนำเข้าจากไทยอยู่อันดับที่ 6 สัดส่วนร้อยละ 5.16 มูลค่า 1,126.950 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.08
7. ข้อมูลเพิ่มเติมและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการค้าระหว่างไทย — ญี่ปุ่น
การสำรวจของ Development Bank of Japan พบว่าการลงทุนภาคอุตสาหกรรมของเอกชน
ในปี 2548 (เมษายน 2548 — มีนาคม 2549) จะลดลงร้อยละ 7.6 การลงทุนภาคบริการโดยเฉพาะด้าน
การขนส่ง ค้าปลีก และโทรคมนาคม ก็คาดว่าจะลดลงเช่นกัน อย่างไรก็ตามในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้
กระจายวงกว้างในหลายสาขาอุตสาหกรรม ครอบคลุมธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ทำให้การจ้างงาน
ยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้อุปสงค์สินค้าอุตสาหกรรมจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยลดผลกระทบ
จากความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดโลก
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและญี่ปุ่นนับเป็นความสัมพันธ์ที่ถูกกำหนดโดยการค้าและ
การลงทุนเป็นอย่างมาก เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าอันดับหนึ่งของไทย และเป็นตลาดส่งออกอันดับ 2
รองจากสหรัฐฯ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของไทย แม้ว่าในช่วงต้นปีนี้ การลงทุน
ของญี่ปุ่นในไทยจะชะลอตัวลงจากสาเหตุสงครามสหรัฐฯ — อิรัก และวิกฤตโรค Sars ส่งผลให้นักลงทุนญี่ปุ่น
ชะลอการลงทุนลง เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง แล้วจึงจะขยายการลงทุนอย่างไรก็ตามคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง
การลงทุนจะมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น ไทยสามารถสร้างความไว้วางใจให้นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นได้ในระดับหนึ่ง
เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเซีย ญี่ปุ่นให้ความสนใจประเทศไทยมากขึ้น เพราะมีฐานการผลิตในไทยอยู่ก่อน
แล้ว และเชื่อว่าจะเป็นแหล่งลงทุนในต่างประเทศอันดับ 1 ของนักลงทุนญี่ปุ่น เนื่องจากไทยมีเสถียรภาพทาง
การเมือง ความพร้อมทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรมีคุณภาพ และค่าแรงไม่สูง ทั้งนี้ประเด็นสำคัญ
ประการหนึ่งที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ด้านการลงทุนระหว่างไทยกับญี่ปุ่น คือ การส่งเสริมการลงทุน ของญี่ปุ่น
ในไทยที่มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา (R&D) ให้มากขึ้น เช่น การตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่
ของญี่ปุ่นในไทย เพื่อวิจัยออกแบบรถยนต์ และพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน
โครงสร้างการค้าระหว่างไทยและญี่ปุ่นยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยสินค้าส่งออกของ
ไทยประกอบด้วย สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และส่วนประกอบ ยางพารา อาหารสำเร็จรูป
ส่วนสินค้านำเข้าจะมุ่งไปยังสินค้ากลุ่มเครื่องจักรกล ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์และเคมีภัณฑ์
โดยทิศทางการค้าระหว่างสองประเทศยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ตามเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงของ
ญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเซียจะทำให้ปริมาณการค้าระหว่างไทย และญี่ปุ่นขยายตัวในอัตราที่ลดลงจากเดิม โดย
เฉพาะสินค้าส่งออก เนื่องจากการบริโภคของญี่ปุ่นที่ลดลง หากไทยต้องการรักษาเป้าหมายการส่งออกไป
ตลาดโลก ไทยก็จำเป็นต้องขยายตลาดญี่ปุ่นให้ได้อย่างต่อเนื่องในอัตราที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายการส่งออกรวม
เนื่องจากไทยไม่อาจหวังพึ่งตลาดยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งยังมีเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ขณะที่ตลาดจีนก็มีสัดส่วนเพียง
ครึ่งหนึ่งของตลาดญี่ปุ่น ในขณะที่การนำเข้าจากญี่ปุ่นก็ยังคงสูงเกินกว่าร้อยละ 20 เนื่องจากการขยายตัวของ
การนำเข้าสินค้าทุนและปัจจัยการผลิตภาคอุตสาหกรรมอันเป็นผลมาจากการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนไทย
เพื่อขยายขีดความสามารถการผลิตภาคอุตสาหกรรมในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า
ที่มา: http://www.depthai.go.th

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ