ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร “บ. เอส 11 กรุ๊ป” ที่ “BBB-” แนวโน้ม “Stable”

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday July 24, 2019 16:15 —ทริส เรตติ้ง

ทริสเรทติ้งยืนยันอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท เอส 11 กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BBB-” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงฐานทุนที่แข็งแกร่งของบริษัท ตลอดจนสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการทำกำไรที่ค่อนข้างแข็งแกร่งของบริษัท

ข้อกังวลสำคัญที่มีต่ออันดับเครดิต ได้แก่ หนี้เสียของบริษัทที่อยู่ในระดับสูงและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาระการชำระคืนหนี้ระยะสั้นจำนวนมาก นอกจากนี้ เช่นเดียวกันผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ อันดับเครดิตของบริษัทมีข้อจำกัดจากการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยรับและยังมีข้อจำกัดจากสถานะเครดิตที่อ่อนแอของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งมีความอ่อนไหวสูงต่อการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจอีกด้วยเช่นกัน

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

ฐานทุนที่แข็งแกร่ง

ทริสเรทติ้งคาดว่าฐานทุนของบริษัทจะยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าถึงแม้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะมีความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงก็ตาม ทั้งนี้ เป็นผลจากสมมุติฐานการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าสินเชื่อรวมของบริษัทจะเติบโตปีละประมาณ 12% และบริษัทจะมีการจ่ายเงินปันผลปีละ 50% ของกำไรสุทธิ ทริสเรทติ้งยังคาดด้วยว่าบริษัทจะดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 2 เท่าในระยะ 3 ปีข้างหน้า ซึ่งในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราส่วนดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.6 เท่า ทั้งนี้ ณ เดือนมีนาคม 2562 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ในระดับ 1.46 เท่า ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่มากกว่า 2.2 เท่า

การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง

ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะยังคงความสามารถในการทำกำไรในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่องด้วยอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ยที่มากกว่า 6% ต่อปีในระยะ 3 ปีข้างหน้า แม้ว่าอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ยของบริษัทจะลดลงมาอยู่ที่ 8.1% ในปี 2561 จาก 8.5% ในปี 2560 แต่ก็ยังถือว่าสูงกว่าอัตราผลตอบแทนของสถาบันการเงินที่มิใช่ธนาคารพาณิชย์ซึ่งจัดอันดับเครดิตโดยทริสเรทติ้ง ทั้งนี้ การลดลงของอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ยในปี 2561 เกิดจากอัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยรับของบริษัทที่ลดลงซึ่งเป็นผลมาจากการแข่งขันที่รุนแรงเป็นสำคัญ

ความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัทเป็นผลมาจากความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่สูงของบริษัทน่าจะช่วยให้บริษัทมีเงินสำรองเพื่อใช้รองรับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่สูงขึ้นจากคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอลงรวมถึงอัตราผลตอบแทนดอกเบี้ยรับที่ลดลงจากการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น

ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะยังคงมีกำไรสุทธิที่เติบโตสูงขึ้นในอัตราเฉลี่ยเกินกว่า 4% ต่อปีในระยะ 3 ปีข้างหน้า อนึ่ง บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 135 ล้านบาทในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2562 หรือเติบโตขึ้น 20.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า กำไรสุทธิที่เติบโตขึ้นดังกล่าวเป็นผลมาจากการขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่องของบริษัทในขณะที่ยังสามารถคงระดับค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดีจากประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

สภาพคล่องอยู่ในระดับที่จัดการได้พร้อมทั้งมีภาระหนี้ระยะสั้นอยู่ในระดับสูง

ในมุมมองของทริสเรทติ้ง ปัจจัยที่น่ากังวลต่ออันดับเครดิตของบริษัทคือสัดส่วนภาระหนี้ระยะสั้นที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยตรง ณ เดือนมีนาคม 2562 บริษัทมีเงินกู้ยืมระยะสั้น (รวมส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ครบกำหนดชำระภายใน 1 ปี) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 71.4% ของเงินกู้ยืมรวม แต่เมื่อบริษัทมีการชำระคืนหนี้และกู้ยืมใหม่กับสถาบันการเงินบางแห่งในช่วงปี 2562 แล้วก็จะทำให้บริษัทมีสัดส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวคิดเป็น 65% ของเงินกู้ยืมรวม ซึ่งก็จะใกล้เคียงกับนโยบายของคณะผู้บริหารที่ต้องการให้มีสัดส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวอยู่ที่ระดับ 50% ของเงินกู้ยืมรวม

แม้ว่าบริษัทจะมีหนี้ระยะสั้นอยู่ในระดับสูง แต่ทริสเรทติ้งก็มองว่าบริษัทจะยังคงมีความสามารถในการบริหารจัดการสภาพคล่องได้ในช่วงระยะ 2-3 ปีข้างหน้า ณ เดือนมีนาคม 2562 บริษัทมีส่วนต่างทางด้านระยะเวลาระหว่างสินทรัพย์และหนี้สินภายในระยะเวลา 1 ปีที่เป็นบวก โดยบริษัทประมาณการว่ากระแสเงินที่จะได้รับจากการชำระคืนจากลูกหนี้จะอยู่ที่ประมาณ 4,800 ล้านบาท ในขณะที่ภาระการชำระคืนหนี้ของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาทในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ ณ เดือนมีนาคม 2562 บริษัทมีวงเงินสินเชื่อที่สามารถเบิกใช้ได้ประมาณ 2,200 ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มสภาพคล่องให้แก่บริษัทในกรณีที่บริษัทประสบปัญหาจากกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากการชำระคืนของลูกหนี้

การตั้งสำรองที่เพียงพอช่วยลดความเสี่ยงของคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอ

ทริสเรทติ้งคาดว่าคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทจะยังคงอ่อนแอเมื่อพิจารณาจากสถานะความเสี่ยงด้านเครดิตที่อยู่ในระดับสูงของลูกค้าเป้าหมายผนวกกับภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (สินเชื่อที่ค้างชำระตั้งแต่ 4 งวดขึ้นไป) ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับ 10.96% ณ เดือนธันวาคม 2562 จาก 6.33% ณ สิ้นปี 2556 โดยถ้ารวมหนี้สูญตัดบัญชีด้วยแล้ว อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของบริษัทจะอยู่ที่ระดับ 18.24% ณ สิ้นปี 2561 ทั้งนี้

ทริสเรทติ้งคาดว่าในระยะ 3 ปีข้างหน้า อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ไม่รวมหนี้สูญตัดบัญชีของบริษัทจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นแต่เป็นไปในอัตราที่ช้าลง

บริษัทยังคงตั้งสำรองให้อยู่ในระดับที่สูงเพียงพอเพื่อชดเชยกับคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอ ณ สิ้นปี 2561 อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อรวมของบริษัทอยู่ในระดับ 12.3% ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิต ทริสเรทติ้งคาดว่าต้นทุนทางด้านเครดิตหรือค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญของบริษัทจะคงอยู่ที่ระดับ 7%-8% ในระยะ 3 ปีข้างหน้า โดยบริษัทมีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ระดับ 112.2% ณ สิ้นปี 2561 ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 109.3% ณ สิ้นปี 2559

สถานะทางการตลาดปรับตัวดีขึ้น

ทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้าพอร์ตสินเชื่อของบริษัทจะเติบโตที่ระดับประมาณ 10%-13% ต่อปี บริษัทมีสถานะทางการตลาดที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเห็นได้จากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ตลอดระยะ 5 ปีที่ผ่านมาซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 19.8% ต่อปี

ณ สิ้นปี 2561 สินเชื่อรวมของบริษัทอยู่ที่ 6,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2562 สินเชื่อรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 6,348 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.9% การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อนั้นเกิดจากการขยายธุรกิจผ่านตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไปยังจังหวัดรอบ ๆ เครือข่ายจังหวัดที่บริษัทมีธุรกิจอยู่ ณ ปัจจุบัน โดยจำนวนจังหวัดที่ครอบคลุมเพิ่มขึ้นเป็น 18 จังหวัด ณ เดือนมีนาคม 2562 จาก 12 จังหวัดในปี 2560

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

ทริสเรทติ้งตั้งสมมติฐานกรณีพื้นฐานสำหรับการดำเนินงานของบริษัท เอส 11 กรุ๊ป ในระหว่างปี 2562-2564 ดังนี้

• พอร์ตสินเชื่อของบริษัทจะเติบโตเฉลี่ยที่ประมาน 10%-13% ต่อปี

• อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นคาดว่าจะรักษาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 2 เท่า

• อัตรารายได้ดอกเบี้ยต่อสินเชื่อรวมจะคงอยู่ในระดับที่สูงกว่า 26%

• ต้นทุนทางด้านเครดิตเฉลี่ยจะอยู่ในระดับประมาณ 7%-8% ต่อปี

• อัตราส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้ทั้งหมดจะอยู่ในระดับ 34%-36%

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ตั้งอยู่บนความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงพัฒนาสถานะทางการตลาด ของบริษัทอย่างต่อเนื่องในขณะเดียวกันก็จะยังคงผลประกอบการทางเงิน ตลอดจนคุณภาพสินทรัพย์ และการก่อหนี้ให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจได้ต่อไป

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

การปรับเพิ่มอันดับเครดิต และ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตขึ้นอยู่กับความสามารถของบริษัทในการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ให้คงที่หรือปรับตัวดีขึ้นในขณะที่ยังคงสามารถดำรงสถานะทางด้านการเงินโดยรวมเอาไว้ได้ซึ่งสะท้อนจากการเติบโตของสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และฐานทุนที่เข้มแข็ง ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิต และ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจปรับลดลงหากคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทเสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่องจนกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรหรือการก่อหนี้อย่างมีนัยสำคัญ

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- การจัดอันดับเครดิตบริษัทให้สินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร, 7 พฤษภาคม 2561

บริษัท เอส 11 กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (S11)
อันดับเครดิตองค์กร: BBB-
แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable
บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com
ติดต่อ santaya@trisrating.com  โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500
? บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2562 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ