ข่าวอินโฟเควสท์
16:08 AIIB เตรียมลงทุนในอาเซียน 1.09 พันล้านดอลลาร์เพื่อส่งเสริมการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ   นายจิน หลี่กุน ประธานธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐา…
14:19 หัวหน้าครม.ฮ่องกงเผยพยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยการพูดคุยอย่างจริงใจ   นายเช็ง คิน ชัง หัวหน้าคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐป…
12:40 "มาเซราติ" เรียกคืนรถยนต์ 711 คันในจีน หลังพบปัญหาที่ไฟหน้า   บริษัทมาเซราติ ประกาศเรียกคืนรถยนต์นำเข้า 711 คันที่ขายในจีน หลังพบปัญหาไฟหน้าบกพ…
12:08 ญี่ปุ่นเตือนไต้ฝุ่น "ตาปาห์" อาจก่อคลื่นสูงและดินถล่มในทางตะวันตกของญี่ปุ่น   กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ออกประกาศเตือนว่า พายุไต้ฝุ่น "ตาปา…
10:33 ตำรวจฮ่องกงประณามผู้ประท้วงที่ก่อเหตุทำลายทรัพย์สินและทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ   รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (HKSAR) และเจ้…

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร “บ. อควา คอร์เปอเรชั่น” ที่ “BBB-” แนวโน้ม “Stable”

ข่าวหุ้น-การเงิน ทริส เรตติ้ง -- อังคารที่ 6 สิงหาคม 2562 16:00:00 น.

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BBB-” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงผลงานของบริษัทในการเป็นผู้ให้บริการเช่าพื้นที่ติดตั้งสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย ตลอดจนรายได้ประจำจำนวนมากจากค่าเช่าคลังสินค้าภายใต้สัญญาเช่าระยะยาว และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือรายหนึ่ง อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตยังมีข้อจำกัดจากปัจจัยหลายประการ อาทิ ภาวะเศรษฐกิจไทยที่เติบโตในอัตราที่เชื่องช้าซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายโฆษณาและสภาวะตลาดในธุรกิจติดตั้งสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าเงินสดส่วนเกินสำหรับรองรับภาระหนี้ของบริษัทจะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าอีกด้วย

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต
มีผลงานเป็นที่ยอมรับ

บริษัทมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมติดตั้งสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยมานานกว่า 10 ปี โดยเป็นผู้ให้บริการให้เช่าพื้นที่ติดตั้งสื่อโฆษณาภายนอกอาคารที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในประเทศไทย ในระหว่างปี 2559-2561 บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ระดับ 5%-6% เมื่อพิจารณาจากยอดขาย อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทก็ยังถือว่าค่อนข้างเล็กและห่างจากส่วนแบ่งทางการตลาดของ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ค่อนข้างมาก โดยบริษัทแพลน บี มีเดีย มีส่วนแบ่งทางการตลาดในปี 2561 ประมาณ 40% ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดหวังว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะทางการตลาดในปัจจุบันเอาไว้ได้ในปีถัด ๆ ไป

เปลี่ยนมาเป็นการมุ่งเน้นป้ายโฆษณา LED

บริษัทได้ดำเนินการเปลี่ยนป้ายโฆษณานิ่งแบบดั้งเดิมมาเป็นป้ายจอ LED (Light-emitting Diode) มากขึ้น ซึ่งส่งผลทำให้สัดส่วนรายได้ของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยรายได้ที่มาจากป้ายจอ LED มีสัดส่วนคิดเป็น 53%-55% ในระหว่างปี 2561 จนถึงในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2562 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 27%-33% ในปี 2558-2560 ในขณะที่รายได้จากป้ายนิ่งแบบดั้งเดิมคิดเป็นสัดส่วนที่เหลือ

บริษัทวางแผนจะขยายเครือข่ายป้ายจอ LED โดยการเพิ่มปริมาณโฆษณาบนจอ LED ไปยังในพื้นที่สำคัญ ๆ ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
รายได้ประจำช่วยทำให้อัตรากำไรและกระแสเงินสดคงที่

บริษัทมีรายได้ประจำจากพื้นที่ให้เช่าคลังสินค้าและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 40.1% ใน บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) (ได้รับอันดับเครดิตองค์กรระดับ “BBB-/Stable” จากทริสเรทติ้ง”) ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านการให้บริการสื่อสิ่งพิมพ์ในประเทศไทย

รายได้ประจำช่วยทำให้อัตรากำไรและกระแสเงินสดของบริษัทมีเสถียรภาพ ทริสเรทติ้งประมาณการว่าบริษัทจะมีกระแสเงินสดประจำจากสัญญาเช่าระยะยาวในธุรกิจให้เช่าคลังสินค้าและอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าทั้งหมดประมาณ 350-360 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2562-2564 โดยรายได้ค่าเช่าคาดว่าจะเติบโต 1%-3% ต่อปีตามอัตราการปรับค่าเช่าในสัญญา อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจคลังสินค้าน่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 92% ในระหว่างปี 2562-2564 ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งประมาณการว่าบริษัทจะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทโรงพิมพ์ตะวันออกประมาณปีละ 260-340 ล้านบาทในระหว่างปี 2562-2564

อัตรากำไรจะยังคงอยู่ในระดับสูงแม้ว่าจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย

อัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทโดยรวมอยู่ในช่วง 46%-65% ในระหว่างปี 2559-2561 อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตรากำไรดังกล่าวจะลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 47%-54% ในระหว่างปี 2562-2564 จากการยกเลิกสัญญาเช่าคลังสินค้าแห่งหนึ่ง

อัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในธุรกิจสื่อโฆษณาคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับ 35%-40% เมื่อเทียบกับอัตรากำไรที่ระดับ 40%-45% ของบริษัทสื่อโฆษณารายอื่น ๆ ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทจะยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 88% ในระหว่างปี 2562-2564 อีกด้วย

เงินสดส่วนเกินสำหรับรองรับภาระหนี้ปรับตัวลดลง

ทริสเรทติ้งคาดว่าเงินสดส่วนเกินสำหรับรองรับภาระหนี้ของบริษัทจะปรับตัวลดลงในช่วงปี 2562-2564 เนื่องจากคาดว่าบริษัทจะยังไม่ได้รับเงินปันผลจากการลงทุนในบริษัทโรงพิมพ์ตะวันออกในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากบริษัทโรงพิมพ์ตะวันออกต้องเก็บเงินสดเพื่อสำรองไว้ใช้ ดังนั้น จึงมีแนวโน้มว่าบริษัทดังกล่าวจะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

ทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของบริษัทจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยไปอยู่ที่ระดับประมาณ 600-630 ล้านบาทต่อปีในระหว่างปี 2562-2564 จากเดิมที่ระดับ 661 ล้านบาทในปี 2561

เงินสดส่วนเกินสำหรับรองรับภาระหนี้ของบริษัทซึ่งพิจารณาจากอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินนั้นคาดว่าจะปรับตัวลดลงอย่างมากมาอยู่ที่ระดับ 14%-16% ในระหว่างปี 2562-2564 จากระดับ 22% ในปี 2561 นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดด้วยว่าอัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทจะยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 6 เท่าในระหว่างปี 2562-2564 อีกด้วย

ภาระหนี้สินทางการเงินปรับตัวเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการขยายกิจการ

ทริสเรทติ้งคาดว่าภาระหนี้สินของบริษัทจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็น 2,400-2,600 ล้านบาทในปี 2562-2564 จาก 2,005 ล้านบาท ณ เดือนมีนาคม 2562 เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนใหม่ ๆ ของบริษัท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายลงทุนและเงินลงทุนอื่น ๆ จะเพิ่มขึ้นเป็น 580 ล้านบาทในปี 2562 จากระดับ 229 ล้านบาทในปี 2561 ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะซื้อกิจการในธุรกิจสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 380 ล้านบาท นอกจากนี้ แผนการเปลี่ยนป้ายนิ่งเป็นป้ายจอ LED ในปี 2562 ก็จะทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดังนั้น อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัทจึงคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 38% ในปี 2562 และหลังจากนั้นจะปรับตัวลดลงเป็น 32%-35% ในช่วงปี 2562-2564 ในการนี้

ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินสุทธิต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของบริษัทจะอยู่ในระดับสูงสุดที่ 4.3 เท่าในระหว่างปี 2562-2563

สภาพคล่องยังคงเพียงพอ

แหล่งเงินทุนระยะยาวของบริษัทซึ่งประกอบด้วยเงินกู้ระยะยาวและหุ้นกู้มีสัดส่วนคิดเป็นมากกว่า 90% ของภาระหนี้สินรวม ในขณะที่เงินกู้ที่จะครบกำหนดชำระในช่วงปี 2562-2564 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 200-360 ล้านบาทต่อปี โดยบริษัทจะมีภาระหนี้ที่ครบกำหนดชำระในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจำนวน 674 ล้านบาท ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกำหนดโดยอยู่บนสมมติฐานของทริสเรทติ้งที่คาดว่า กำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของบริษัทจะอยู่ที่ระดับ 600-630 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2562-2564

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน
• รายได้ของบริษัทคาดว่าจะเติบโตที่ระดับประมาณ 2%-8% ต่อปีในระหว่างปี 2562-2564

• อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้ของบริษัทจะอยู่ที่ระดับประมาณ 47%-54% ต่อปีในระหว่างปี 2562-2564

• ค่าใช้จ่ายลงทุนและเงินลงทุนจะอยู่ที่ระดับ 580 ล้านบาทในปี 2562 และหลังจากนั้นจะลดลงเป็น 25 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2563-2564

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจให้บริการเช่าพื้นที่ติดตั้งสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยได้ต่อไป นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าบริษัทจะรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอและจะดำรงอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนให้อยู่ในที่ระดับต่ำกว่า 40% ได้อีกด้วย

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

อันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหากกระแสเงินสดของบริษัทปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การลดอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมติดตั้งสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การขยายธุรกิจที่ต้องใช้เงินกู้จำนวนมากซึ่งจะทำให้ฐานะทางการเงินและระดับความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทอ่อนแอลงก็เป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่การลดอันดับเครดิตของบริษัทได้ด้วยเช่นกัน

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง
- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป,  26 กรกฎาคม 2562
- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561
- Group Rating Methodology, 10 กรกฎาคม 2558
บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (AQUA)
อันดับเครดิตองค์กร: BBB-
แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ santaya@trisrating.com  โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

? บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2562 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

ข่าวที่เกี่ยวข้อง