ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร “บ. เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส” ที่ “BBB” แนวโน้ม “Stable”

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday June 30, 2021 17:40 —ทริส เรตติ้ง

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ ?BBB? ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะของบริษัทในการเป็นบริษัทลูกหลัก (Core Subsidiary) ของ บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) (ได้รับอันดับเครดิต ?BBB/Stable? จากทริสเรทติ้ง) ซึ่งตาม ?เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตกลุ่มธุรกิจ? ของทริสเรทติ้งนั้น อันดับเครดิตองค์กรของบริษัทจะเท่ากับอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทเจมาร์ท

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

เป็นบริษัทลูกที่เป็นธุรกิจหลักของกลุ่มเจมาร์ท

ทริสเรทติ้งพิจารณาเห็นว่าบริษัทเป็นบริษัทลูกหลักที่สำคัญของกลุ่มเจมาร์ท โดยบริษัทมีบทบาทที่สำคัญในธุรกิจด้านการเงินของกลุ่มซึ่งเป็นธุรกิจแกนหลักของนโยบายการดำเนินธุรกิจที่กระจายตัวของกลุ่ม คณะผู้บริหารและคณะกรรมการของบริษัทและบริษัทเจมาร์ทมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด โดยทิศทางธุรกิจและเป้าหมายทางการเงินของบริษัทได้รับการกำหนดโดยบริษัทเจมาร์ทผ่านทางคณะกรรมการของบริษัท ทั้งนี้ การใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าของกลุ่มเจมาร์ททำให้บริษัทสามารถขยายบริการและฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าบริษัทจะไม่ได้รับวงเงินกู้จากบริษัทเจมาร์ท แต่บริษัทก็ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากการเพิ่มทุนผ่านการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังมองว่าบริษัทมีความเชื่อมโยงที่ใกล้ชิดกับชื่อเสียงของบริษัทเจมาร์ทผ่านการใช้ชื่อแบรนด์เดียวกันอีกเช่นกัน

สร้างผลกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญต่อกลุ่มเจมาร์ท

บริษัทเป็นผู้สร้างกำไรสุทธิให้แก่กลุ่มมากที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทในกลุ่มเจมาร์ทรายอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันถึงสถานะในการเป็นบริษัทลูกหลัก (Core subsidiary) ของบริษัทเจมาร์ท โดยบริษัทสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่น่าพอใจเสมอมา ซึ่งในปี 2563 รายได้รวมและกำไรสุทธิของบริษัทมีสัดส่วน 27% และ 80% ของรายได้รวมและกำไรสุทธิรวมของบริษัทเจมาร์ทตามลำดับ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาระดับการทำกำไรที่แข็งแกร่งเช่นนี้เอาไว้ได้จากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในธุรกิจการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ทั้งนี้ ในปี 2563 อัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายของบริษัทอยู่ที่ระดับ 51.1% เพิ่มขึ้นจาก 44.8% ในปี 2562 จากการที่สัดส่วนของสินทรัพย์ที่ตัดจำหน่ายต้นทุนครบแล้วมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งทำให้บริษัทสามารถรับรู้เงินสดที่ได้รับจากการจัดเก็บหนี้เป็นรายได้ได้ทั้งจำนวน

มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพที่ไม่มีหลักประกัน

บริษัทยังคงรักษาสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากการมีฐานข้อมูลการติดตามหนี้ที่ยาวนานมากกว่า 20 ปีซึ่งมีส่วนช่วยให้บริษัทสามารถรักษาการเติบโตทางธุรกิจและประสิทธิภาพในการดำเนินงานเอาไว้ได้ ทั้งนี้ บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพที่ไม่มีหลักประกัน ในปี 2563 บริษัทมีมูลหนี้คงค้างของหนี้ด้อยคุณภาพอยู่ที่ 2.1 แสนล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นส่วนที่ตัดจำหน่ายต้นทุนครบแล้วจำนวน 4.3 หมื่นล้านบาท ในปี 2563 บริษัทได้ซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารโดยใช้เงินลงทุนไปจำนวน 3.5 พันล้านบาท ต่อมาในปี 2564 บริษัทได้ใช้งบประมาณจำนวน 6 พันล้านบาทในการลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มเติม โดยในไตรมาสแรกของปี 2564 บริษัทได้ลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพไปแล้วจำนวน 1.8 พันล้านบาท ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มขยายเข้าสู่การบริหารหนี้ด้อยคุณภาพที่มีหลักประกัน ถึงแม้ว่าสัดส่วนของหนี้ด้อยคุณภาพที่มีหลักประกันจะปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังถือว่าเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท ในการนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะยังคงมุ่งเน้นในส่วนของหนี้ด้อยคุณภาพที่ไม่มีหลักประกันซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างดีต่อไป

ความร่วมมือและการสนับสนุนธุรกิจการเงินภายในกลุ่ม

การให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สินเป็นจุดแข็งอีกด้านหนึ่งของบริษัท กลุ่มลูกค้าหลักที่บริษัทได้รับการว่าจ้างให้ติดตามเร่งรัดหนี้สินประกอบไปด้วยสถาบันการเงิน ตลอดจนผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจสินเชื่อเพื่ออุปโภคและบริโภค (Consumer Lending) และธุรกิจอื่น ๆ บริษัทมีภาระหนี้คงค้างที่ได้รับมอบหมายให้ติดตามที่ระดับประมาณ 3 หมื่นล้านบาทในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาและมีรายได้จากค่าบริการติดตามเร่งรัดหนี้สินในสัดส่วนประมาณ 11% ของรายได้รวมในปี 2563 ซึ่งอยู่ที่จำนวน 362 ล้านบาท ในขณะที่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 อยู่ที่ 92 ล้านบาท

นอกเหนือจากการดำเนินงานในธุรกิจปกติของบริษัทเองแล้ว บริษัทยังมีความร่วมมือกับบริษัทอื่น ๆ ในกลุ่มเจมาร์ทเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย โดยบริษัทมีการให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สินให้แก่บริษัทที่ให้บริการสินเชื่อในกลุ่ม เช่น บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ ?BBB-/Stable? โดยทริสเรทติ้ง) บริษัท เคบี เจ แคปปิตอล จำกัด หรือเดิมชื่อ บริษัท เจ ฟินเทค จำกัด และ บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด เป็นต้น นอกจากนี้ ในปี 2563 บริษัทยังได้ร่วมมือกับ บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทเจมาร์ทที่ดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์โดยได้รับการสนับสนุนด้านการช่วยปรับปรุงและจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่รอการขายของบริษัทออกไปอีกด้วย

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

สมมติฐานกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้งตั้งอยู่บนความคาดหมายที่บริษัทจะยังคงดำรงสถานะในการเป็นบริษัทลูกหลักของกลุ่มบริษัทเจมาร์ทต่อไป

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? สะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงมีสถานะเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มเจมาร์ทและยังคงมีบทบาทสำคัญในการติดตามและจัดเก็บหนี้ที่สอดคล้องกับนโยบายโดยรวมของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามสถานะเครดิตของบริษัทเจมาร์ท ทั้งนี้ ในกรณีที่สถานะของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเจมาร์ทนั้นลดน้อยถอยลงก็อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตกลุ่มธุรกิจ, 13 มกราคม 2564

- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 26 กรกฎาคม 2562

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561

บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) (JMT)

อันดับเครดิตองค์กร: BBB

แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com
ติดต่อ santaya@trisrating.com โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500
? บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2564 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ