ข่าวอินโฟเควสท์
01:13 พรรครีพับลิกันเสร็จสิ้นการร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้ายแล้ว เตรียมเผยเวลา 05.30 น.   นายเควิน แบรดี้ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีการจัดหารา…
00:48 เกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.5 แมกนิจูดนอกชายฝั่งอินโดนีเซีย ขณะมีเตือนภัยสึนามิ   เกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.5 แมกนิจูดในชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะชวาของอินโดน…
00:38 ชายพกมีดเป็นอาวุธที่สนามบินเนเธอร์แลนด์ถูกยิงบาดเจ็บ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว   เจ้าหน้าที่ของเนเธอร์แลนด์เปิดเผยว่า ชายคนหนึ่งที่พกมีดเป็นอ…
00:26 อียิปต์-รัสเซียลงนามข้อตกลงให้บริการเที่ยวบินตรง 2 ประเทศ หลังยุติการบินเป็นเวลา 2 ปี   สำนักข่าว MENA ของอียิปต์รายงานว่า เจ้าหน้าที่อียิปต์แล…

กสิกรฯเชื่อนาโนไฟแนนซ์ไม่ทำหนี้ครัวเรือนพุ่ง แนะรัฐกำหนดเพดานปล่อยกู้รวม

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2558 16:23:45 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ธุรกิจสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างและเสริมความเข้มแข็งด้านรายได้ ผ่านการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าการกู้เงินนอกระบบที่ต้องมีภาระดอกเบี้ยจ่ายถึง 10-20% ต่อเดือน เทียบกับนาโนไฟแนนซ์ที่เพดานอัตราดอกเบี้ย(รวมค่าธรรมเนียมต่างๆ) จะอยู่ในระดับไม่เกิน 36% ต่อปีเท่านั้น

สำหรับผลกระทบต่อสัดส่วนหนี้ครัวเรือนในระดับประเทศนั้น คาดว่าในระยะเริ่มแรกของการให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ คงไม่ได้มีผลในการเพิ่มหนี้ครัวเรือนนัก เนื่องจากเชื่อว่าผู้ประกอบการจะทยอยเดินหน้าธุรกิจนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อหารูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมมากขึ้นสำหรับการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ๆ เพิ่มเติม ขณะเดียวกันก็ควบคุมความเสี่ยงเครดิตของพอร์ตสินเชื่อตนไม่ให้สูงเกินไป ท่ามกลางการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดของทางการไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า จากการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของผู้ขอใบอนุญาตและผู้ที่สนใจเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ พบว่า ผู้ให้บริการส่วนใหญ่จะเน้นการเริ่มต้นการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นหลัก เพื่อดูแลความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อประเภทใหม่นี้ให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ให้บริการดังกล่าวเลือกที่จะไม่เป็นสมาชิกและส่งข้อมูลลูกค้าให้กับเครดิตบูโร

ขณะที่แม้เกณฑ์ของทางการจะเปิดช่องให้ผู้ให้บริการสามารถปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ให้กับลูกค้าเดิมได้ แต่ต้องออกมาในรูปของอีกหนึ่งบัญชีสินเชื่อที่แยกออกมาจากบัญชีสินเชื่อประเภทอื่นๆ โดยที่ไม่ได้ใช้หลักประกันของสินเชื่อประเภทอื่นๆ ดังกล่าว มาใช้ลดหรือชดเชยความเสี่ยงจากการปล่อยกู้สินเชื่อประเภทนาโนไฟแนนซ์

นั่นหมายความว่า ลูกค้าที่เข้าถึงสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ในระยะแรกนี้ มีโอกาสที่จะเป็นลูกค้าที่สามารถเข้าถึงเงินทุนในระบบสถาบันการเงินอยู่แล้ว มากกว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อในระบบมาก่อนเลย อย่างไรก็ดี สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ยังช่วยลดปัญหาสินเชื่อนอกระบบทางอ้อม ผ่านการผ่อนแรงกดดันไม่ให้ผู้ที่มีบัญชีสินเชื่อในระบบอยู่แล้วข้างต้น เลือกไปใช้บริการสินเชื่อนอกระบบในจังหวะที่ต้องการเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพเสริม/เพิ่มเติมได้

ส่วนประเด็นจับตาในระยะถัดไป คือ ผู้ให้บริการจะสามารถหาส่วนผสมของโมเดลธุรกิจที่ลงตัว เพื่อให้ขยายสินเชื่อไปยังกลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยมีบัญชีสินเชื่อในระบบมาก่อนได้อย่างไร ซึ่งจะทำให้สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ สามารถตอบโจทย์ตรงวัตถุประสงค์ตั้งต้นของทางการมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความท้าทายจากกฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่ และการรักษาคุณภาพหนี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เพื่อให้กลไกนี้ดำเนินไปอย่างยั่งยืน โดยไม่นำมาสู่ความกังวลต่อปัญหาในระดับครัวเรือนและความเสี่ยงเชิงระบบในอนาคตนั้น นอกจากการติดตามและการกำหนดให้สถาบันการเงินรายงานการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์อย่างใกล้ชิดเป็นรายเดือนแล้ว ทางการไทยอาจพิจารณาเกณฑ์อื่นๆ ประกอบเพิ่มเติมในอนาคต โดยเฉพาะหากปรากฏสัญญาณที่นำไปสู่ความจำเป็นในการดูแลเพิ่มเติม อาทิ การกำหนดเพดานการปล่อยกู้รวมของลูกค้า โดยรวมวงเงินปล่อยกู้ของผู้ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ทุกรายรวมกัน อันน่าจะเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยดูแลคุณภาพหนี้ของสินเชื่อประเภทนี้ได้

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง