(เพิ่มเติม) รมว.คลัง เร่งสรุปมาตรการกระตุ้นอสังหาฯใน 2 สัปดาห์-หนุน ธอส.ปล่อยกู้เพิ่ม

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday September 23, 2015 17:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง คาดว่าจะสามารถสรุปมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ภายใน 2 สัปดาห์ โดยจะเสนอให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ปล่อยวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมด้วย
"ภายใน 2 สัปดาห์จะสรุปมาตรการอสังหาริมทรัพย์ ยังไม่แน่นอนว่าจะออกมาเป็นลักษณะใด ซึ่งไม่ควรพูดออกไปเพราะจะทำให้ตื่นตระหนกและชะลอการซื้อขาย แต่หากคลังปล่อยให้เรื่องนานไปไม่ดี เพราะสังคมกำลังรอความชัดเจน" นายอภิศักดิ์ กล่าว

รมว.คลัง กล่าวว่า ปัญหาที่แท้จริงของภาคอสังหาริมทรัพย์คือ ผู้ซื้อบ้านกู้เงินธนาคารพาณิชย์ไม่ผ่าน คนอยากได้มีบ้านมาก แต่เศรษฐกิจไม่ดี ธนาคารพาณิชย์จึงเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งกระทรวงการคลังจะแก้ไขโดยให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ไปหามาตรการเพื่อดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ จะเป็นการเติมเต็มส่วนที่ตลาดขาดอยู่ ยอมรับว่า ธอส.ก็จะมีความเสี่ยงหนี้เสียเพิ่มขึ้น ซึ่ง ธอส.จะต้องไปบริหารลูกค้าดีของ ธนาคารเพื่อหารายได้มาเฉลี่ยกับส่วนที่จะเสียหาย

"มาตรการอสังหาฯจะออกมาในระยะสั้นเท่านั้น ไม่ใช่ยาว เพราะว่าเท่าที่หารือกับผู้ประกอบการยังขายบ้านได้ดี แต่อนาคตอาจมีปัญหา เพื่อป้องกันปัญหาอนาคต" นายอภิศักดิ์ กล่าว

สำหรับความคืบหน้าเรื่อง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา ไม่ได้ยุติหรือทิ้งเรื่องดังกล่าว แต่การออกกฎหมายต้องให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งมีหลายทางเลือก เช่น แนวทางการเก็บภาษีของเก่า ก็ให้ไปศึกษาเพิ่มเติมและจะทำให้เสร็จภายในปีนี้ จะได้ทำให้คนที่เกี่ยวข้องไม่เกิดความกังวล

รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นวงเงิน 1.36 แสนล้านบาทที่ออกมาก่อนหน้านี้จะช่วยให้เศรษฐกิจ ขยายตัวได้ 0.4% แต่ทั้งปีจะโตเท่าไหร่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะรัฐบาลชุดนี้มาดูแลไม่ให้เศรษฐกิจทรุดไปกว่าเดิม ไม่ได้มาปรับจีดีพีให้สูงขึ้น แต่มาช่วยประคองให้ดีขึ้นเท่านั้น

รมว.คลัง ยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้เติบโตได้ดีกว่าปี 57 ที่โต 0.9% ซึ่งครึ่งปีแรกเติบโต 2.9% แต่คนยังรู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดี ดังนั้นตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีไม่ได้ตัดสินเสมอไปว่า ความเป็นอยู่ของประชาชนจะดี

ส่วนความคืบหน้าเรื่องต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ขณะนี้กำลังไปศึกษาความเหมาะสมว่าจะต่ออายุเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ตลาด หรือปรับเงื่อนไขเพื่อป้องกันให้ผู้มีรายได้มากไม่ใช้เป็นช่องทางหัดลดหย่อนรายได้เพิ่มขึ้น เช่น อาจจะต้องปับเกณฑ์การถือครองให้ครบ 5 ปีเต็ม จากปัจจุบันมีช่องโหว่ทำให้ถือแค่ 3 ปี 2 วัน

รมว.คลัง ยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปัจจุบันคงอยู่ที่ 7% ซึ่งจะต้องทบทวนปีต่อไป หลังจากต่ออายุไปแล้ว หากสามารถผลักดันให้เกิดการชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์(อีเพย์เม้นท์) และการทำให้ธุรกิจเหลือบัญชีชำระภาษีแค่บัญชีเดียวได้ก็จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นการอุดช่องโหว่เลี่ยงภาษี โดยไม่ต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะมีความชัดเจนในอีก 2-3 เดือน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ