"สมคิด"นำทัพเอกชนเยือนโอมาน-อิหร่าน ขยายช่องทางการค้าการลงทุนร่วมกัน

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday January 28, 2016 12:16 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะนำภาครัฐและภาคเอกชนไทยเยือนรัฐสุลต่านโอมานและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ระหว่างวันที่ 31 ม.ค. - 4 ก.พ.59 เพื่อตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ในโอกาสนี้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จะนำผู้ประกอบการในกลุ่มเกษตรและอาหาร ยางพารา วัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนยานยนต์ แฟชั่น สุขภาพความงาม เครื่องใช้ไฟฟ้า ของตกแต่งบ้าน และกลุ่มพลังงานและก่อสร้าง รวมกว่า 70 ราย ไปจับคู่เจรจาการค้ากับนักธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้นำเข้าชาวอิหร่าน

ทั้งนี้ การประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้อิหร่านสามารถดำเนินการด้านการค้าได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ทำให้อิหร่านเป็นตลาดศักยภาพใหม่ของไทยตามยุทธศาสตร์ Broadening ASEAN ของกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งขยายฐานการค้า การลงทุนในเอเชียสู่ภูมิภาคอื่น โดยมุ่งหวังให้อิหร่านเป็นช่องทางในการกระจายสินค้าเข้าสู่กลุ่มประเทศ CIS ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 600 ล้านคนต่อไป โดยกระทรวงฯ ได้วางแผนการเจาะตลาดอิหร่านโดยมีสินค้าเป้าหมายคือ ข้าว, ยางพารา, อาหารฮาลาล, น้ำตาล, ชิ้นส่วนยานยนต์ และธุรกิจบริการเป้าหมาย คือ ธุรกิจบริการก่อสร้าง รวมทั้งส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน (Outward Investment) ในด้านธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร

"การไปเยือนโอมานและอิหร่านครั้งนี้ มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมประเด็นหารือกับรัฐบาลอิหร่าน เพื่อเจรจาแสวงหาลู่ทางการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับอิหร่านให้มากขึ้น ตลอดจนลดอุปสรรคทางการค้าที่มีระหว่างกัน อีกทั้งได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดทัพให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทย อาทิ เครือสหพัฒนพิบูลย์ บริษัทปูนซีเมนต์ไทย บริษัทน้ำตาลมิตรผล บริษัทศรีตรัง บริษัทวงศ์บัณฑิต บริษัทสยามแก๊ส และบริษัทไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ เป็นหัวเรือสำคัญนำกองทัพสินค้าไทยบุกเจาะตลาดอิหร่าน" รมว.พาณิชย์ กล่าว

พร้อมคาดว่า จะมีมูลค่าสั่งซื้อสินค้าไทยจากการเจรจาครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท รวมทั้งมอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยนำคณะไปแสวงหาลู่ทางขยายตลาดส่งออกข้าวไทยไปยังอิหร่านให้มากขึ้น

ในส่วนของการเข้าพบหารือกับบุคคลสำคัญ คณะฯ มีกำหนดเข้าพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม, ประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรม และประธานองค์การการค้าและการลงทุนของโอมาน เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าระหว่างไทย-โอมาน ส่งเสริมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้า และความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการค้าการลงทุนระหว่างกัน ตลอดจนเจรจาเพื่อเพิ่มช่องทางในการส่งออกสินค้าสำคัญ อาทิ ไก่สด/แช่แข็ง สินค้าประมง และอาหารแปรรูป เป็นต้น

รมว.พาณิชย์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ คณะฯ จะเข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดี ฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน พร้อมทั้งเข้าพบหารือกับรองประธานาธิบดีฝ่ายบริหาร, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมัน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เหมืองแร่และการค้า, ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน, ประธานองค์กรส่งเสริมการค้า และประธานหน่วยงานการค้าภาครัฐของอิหร่าน รวมทั้งจะมีพิธีลงนามบันทึกความตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลไทยกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นสักขีพยาน เพื่อขยายความร่วมมือด้านการค้าของทั้งสองประเทศในระยะยาวต่อไป

ก่อนหน้านี้ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ระหว่างวันที่ 20-25 พ.ย.58 เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระดับสูง ก่อนการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเป็นทางการ และเพื่อเป็นคณะเตรียมการก่อนที่คณะผู้บริหารระดับสูงนำโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และทีมเศรษฐกิจประเทศไทย จะเดินทางเยือนสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งการเยือนสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในครั้งนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้จัดกิจกรรมคู่ขนาน ได้แก่ การจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยจำนวน 52 ราย กับนักธุรกิจผู้นำเข้าอิหร่านกว่า 300 ราย เกิดมูลค่าสั่งซื้อถึงกว่า 260 ล้านบาท

สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับทั้งอิหร่านและโอมานแล้ว ปรากฏว่า ปี 2558 (ม.ค. – พ.ย.) ประเทศไทยมีมูลค่าการค้ากับอิหร่านรวมทั้งสิ้น 291.32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยประเทศไทยส่งออกไปยังอิหร่าน 199.58 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และนำเข้าเป็นมูลค่า 91.74 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์ยางและยางพารา ข้าว เครื่องดื่ม เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และผลไม้กระป๋องและแปรรูป

สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับโอมาน ในปี 2558 (ม.ค. – พ.ย.) มีมูลค่าการค้ารวม 1,175 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออกไปโอมาน 571 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และนำเข้ามูลค่า 604 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ