ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 34.74/76 ทิศทางแกว่งแคบในกรอบ 34.70-34.80 จับตาผลประชุม FED-BOJ วันนี้

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday September 21, 2016 09:04 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 34.74/76 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่า จากช่วงเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 34.80 บาท/ดอลลาร์

ทิศทางเงินบาทวันนี้คงแกว่งแคบๆ ก่อน เนื่องจากต้องรอดูผลการประชุมของ 2 ธนาคารกลางที่สำคัญ คือ ธนาคาร กลางญี่ปุ่น (BOJ) และการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) โดยในส่วนของ BOJ คง ต้องดูว่าจะมีการดำเนินนโยบายในเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกหรือไม่ ขณะที่ FOMC นั้นคาดว่าจะยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยในการ ประชุมรอบนี้ แต่ต้องติดตามว่าจะมีการส่งสัญญาณอะไรออกมาหรือไม่

"รอดูช่วงเที่ยงนี้ว่า BOJ จะมีการปรับลดดอกเบี้ยลงอีกหรือไม่ และจะมีการดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร ส่วน FOMC รอบนี้ยังไม่น่าจะปรับดอกเบี้ย แต่ก็ต้องดูว่าจะมีการส่งสัญญาณอะไรออกมา" นักบริหารเงิน ระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.70-34.80 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • ช่วงเช้านี้ เงินเยนอยู่ที่ระดับ 101.60/70 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 101.76 เยน/ดอลลาร์
  • ส่วนเงินยูโร เช้านี้อยู่ที่ระดับ 1.1150 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1181 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 34.8300 บาท/
ดอลลาร์
  • นายทนง พิทยะ อดีตรมว.คลัง คาดเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ถึง 3-4% โดยมาจากมาตรการภาครัฐทั้งการลงทุน
และเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ ส่วนการบริโภค การลงทุนในประเทศถือว่าเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ขณะการค้าระหว่างประเทศ หรือ
การส่งออกสถานการณ์ยังไม่ค่อยดีนัก
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดศูนย์ทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการ
ทางการเงิน (Regulatory Sandbox) เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้แก่สถาบันการเงิน บริษัทที่จดทะเบียนและผู้บริโภคที่ต้องการพื้นที่ทดลอง
ใช้นวัตกรรมทางการเงิน (FinTech) และสร้างโอกาสในการออกใบอนุญาตใหม่ๆในอนาคตและจะช่วย ธปท.ปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้
เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว
  • ธนารักษ์ คาดจัดเก็บรายได้เกินเป้า 2 ปีซ้อน สิ้นปีงบประมาณ'60 ทะลุ 1 หมื่นล้าน สูงกว่าเป้าตั้งไว้ 6 พันล้าน
ผลจากเข้าบริหารที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น เล็งปรับเพิ่มค่าเช่าที่เชิงพาณิชย์เท่าราคาตลาด หลังสัญญากว่า 20% หมดลง
  • กระทรวงอุตสาหกรรม จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมระยะ 20 ปี (2560-2579)โดยมีเป้าหมายเพื่อ
ผลักดันให้อุตสาหกรรมของประเทศไทย ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อหลุดพ้นจากกับดักประเทศราย
ได้ปานกลาง โดยเฉพาะการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมให้ขยายตัวเฉลี่ย 4.5% ต่อปี จาก
ปัจจุบันอยู่ที่ 3% ต่อปี พร้อมขยายมูลค่าการส่งออกภาคอุตสาหกรรมให้ขยายตัว 7.02% ต่อปี จากปัจจุบันเฉลี่ย 5.43% ต่อปี รวมทั้ง
การเพิ่มการลงทุน โดยเฉพาะโรงงานแห่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านร่วงลงมากเกินคาดในเดือนส.ค. โดยดิ่งลง 5.8% สู่
ระดับ 1.14 ล้านยูนิต หลังเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นเวลา 2 เดือนติดต่อกัน
  • ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองการคาดการณ์ GDP Now แสดงให้เห็นว่า
เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัว 2.9% ในไตรมาส 3 หลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และการเริ่มต้น
สร้างบ้านของสหรัฐ
  • นายบิล กรอส ซึ่งเป็นผู้จัดการพอร์ทโฟลิโอของเจนัส แคปิตอล แมเนจเมนท์ และเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
แปซิฟิก อินเวสท์เมนท์ แมเนจเมนท์ หรือ พิมโก้ กองทุนรวมตราสารหนี้ภาครัฐรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก คาดการณ์ว่า ธนาคาร
กลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาส 50/50 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
  • สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 ก.ย.) ก่อน
ที่ตลาดจะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนคาดว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตรา
ดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ โดยดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 101.83 เยน จากระดับ 101.79 เยน ขณะที่เงิน
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1161 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1175 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ตลาดจับตาการประชุมเฟด ซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันพุธที่ 21 ก.ย.ตามเวลาสหรัฐ โดยคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยใน
การประชุมครั้งนี้ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายได้ออกมาแสดงความเห็นสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกันนักลงทุนยัง
จับตาแถลงการณ์หลังการประชุมเพื่อหาสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
  • นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาผลการประชุมของ BOJ ซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันนี้เช่นกัน โดยมีการคาดการณ์ว่า BOJ จะ
ผ่อนคลายนโยบายต่อไปในการประชุมครั้งนี้ แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนที่ว่า BOJ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ติดลบมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งจะ
ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของภาคธนาคาร
  • สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ที่นักลงทุนให้ความสำคัญ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

รายสัปดาห์, ดัชนีราคาบ้านเดือนก.ค., ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐเดือนส.ค.จากคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด, ยอดขายบ้านมือสองเดือนส.

ค. และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื่องต้นเดือนก.ย.โดยมาร์กิต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ