พาณิชย์ เร่งผลักดันโครงการหนึ่งจังหวัดหนึ่งสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เพิ่มมูลค่าสินค้าไทย

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday November 16, 2016 10:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2560 กระทรวงพาณิชย์จะจัดทำโครงการส่งเสริมหนึ่งจังหวัดหนึ่งสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจสินค้าและให้คำแนะนำ เพื่อให้มีการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และเพื่อทราบปัญหาในการขึ้นทะเบียน นอกจากนี้ยังจะจัดทำข้อกำหนดมาตรฐานของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การควบคุมคุณภาพของสินค้า ทั้งนี้โดยหวังว่าจะเป็นเครื่องมือทางการค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า และเป็นการสร้างความแตกต่าง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

สำหรับประโยชน์ของการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ได้แก่ การคุ้มครองผู้ผลิต เพื่อป้องกันมิให้มีการอ้างชื่อหรือเครื่องหมายแสดงแหล่งผลิตสินค้าโดยมิชอบ, การเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้ผู้ผลิต, การส่งเสริมอุตสาหกรรมท้องถิ่นด้วยการช่วยกระจายรายได้สู่ชนบท, การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น คุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันไม่ให้ประชาชนสับสนหรือหลงผิดในแหล่งภูมิศาสตร์ของสินค้า

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย กล่าวคือ ทำให้กลุ่มผู้บริโภคได้รับรู้ถึงคุณภาพอันมีเอกลักษณ์พิเศษที่เชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์ พื้นที่ขอบเขตการผลิตที่มีจำกัด ส่งผลให้กำลังการผลิตสินค้าที่ได้ในแต่ละปีมีจำกัด เมื่อความต้องการของผู้บริโภคมีเพิ่มมากขึ้น แต่อุปทาน (Supply) มีจำกัด ทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นตามกลไกตลาด นอกจากนี้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งที่มา ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ถึงคุณภาพที่จะได้รับส่งผลให้ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายให้ในราคาที่สูงขึ้นกว่าสินค้าทั่วไป

ปัจจุบัน มีสินค้าของไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียน รวม 71 รายการจาก 51 จังหวัด และสินค้าต่างประเทศที่ขึ้นทะเบียนในไทย 12 รายการ จาก 7 ประเทศ และกรุงเทพฯ มีสินค้าที่เตรียมจะขึ้นทะเบียน 2 รายการคือ ส้มบางมด และลิ้นจี่บางขุนเทียน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาการขึ้นทะเบียน โดยส้มบางมด ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นส้มที่มีรสชาติอร่อยที่สุด และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย มีรสชาติที่หวานแหลมอร่อยไม่เหมือนส้มเขียวหวานทั่วไป ซึ่งส้มบางมดแท้ๆ จะสังเกตได้จากผลจะกลมแป้น และผิวจะมีลายเหมือนสีหมากสุก ผิวจะมีสีเขียวอมเหลืองถึงเหลืองเข้ม ถ้าแก่จัดๆ จะมีสีออกส้มแดง เปลือกจะบางนิ่ม ไม่แข็ง รสชาติจะหวานจัดอมเปรี้ยวเล็กๆ ถือเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่เหนือกว่าส้มเขียวหวานจากที่อื่นทั่วไป และแม้ว่าจะมีการนำกิ่งพันธุ์ส้มบางมดไปปลูกยังพื้นที่อื่นๆ กันมาก แต่ก็ไม่ได้รสชาติที่หวานเป็นเอกลักษณ์เหมือนส้มบางมด

ส่วนลิ้นจี่ย่านบางขุนเทียน มีรสชาติไม่เหมือนที่อื่น มีขนาดกลางไม่ใหญ่มากผิวสีแดงคล้ำออกไหม้ รสหวานเม็ดเล็กเรียกว่า "เม็ดตาย" เวลาแกะเปลือกออกจะมีเยื่อสีชมพูหุ้มเนื้อเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง เนื้อไม่ฉ่ำน้ำ พันธ์ลิ้นจี่ที่ว่านี้เรียกว่า "ใบยาว" รสชาติอร่อยกว่าพันธุ์อื่นและขายดีที่สุด ปัจจุบันสินค้าทั้ง 2 รายการนี้ นิยมบริโภคในประเทศและมีปริมาณไม่มาก ราคาสูง รสชาติดีทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค หากส่งเสริมให้มีการปลูกมากขึ้นเชื่อว่าจะสามารถขยายช่องทางการตลาดได้ทั้งในประเทศและในประเทศเพื่อนบ้าน

รมว.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า มีสินค้าของไทยที่ได้ขึ้นทะเบียนในต่างประเทศแล้ว 6 รายการ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้, กาแฟดอยช้าง, กาแฟดอยตุง, ข้าวสังหยดเมืองพัทลุง จดทะเบียนที่สหภาพยุโรป, เส้นไหมพื้นบ้านอีสาน จดทะเบียนที่เวียดนาม และผ้าไหมยกดอกลำพูน จดทะเบียนที่อินโดนีเซีย ซึ่งสินค้าเหล่านี้เป็นที่รู้จักของต่างประเทศ ขายได้ในราคาที่สูงกว่าราคาปกติ 2 – 3 เท่า และยังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกด้วย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ