พาณิชย์พาผู้ซื้อจากเขตปลอดภาษีเกาะคีชเจรจาผู้ประกอบการไทยกระตุ้นยอดส่งออก

ข่าวเศรษฐกิจ Sunday January 22, 2017 08:25 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเตหะราน ได้นำคณะผู้ซื้อจากเขตปลอดภาษีเกาะคีช (Kish Free Zone) ประเทศอิหร่าน จำนวน 13 บริษัท เดินทางมาเจรจาธุรกิจและสั่งซื้อสินค้าในกลุ่มสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์กับผู้ประกอบการไทยกว่า 60 บริษัท เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ปรากฎว่ามีมูลค่าสั่งซื้อรวมถึง 13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แบ่งเป็นสั่งซื้อทันทีกว่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และสั่งซื้อใน 1 ปีอีกกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจและได้รับคำสั่งซื้อ ได้แก่ ข้าวโพดกระป๋อง อัญมณีและเครื่องประดับ เสื้อผ้าเด็ก สินค้าหัตถกรรม/ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ไม้ เครื่องใช้ในครัวที่ทำจากพลาสติก และผลไม้กระป๋อง

"การจัดคณะผู้นำเข้าจากเขตปลอดภาษีเกาะคีชเดินทางมาเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทยครั้งนี้เป็นการดำเนินการภายใต้นโยบายการเร่งรัดการส่งออกเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดตะวันออกกลาง โดยได้ตั้งเป้าให้เกิดการสั่งซื้อสินค้าเพื่อนำไปจำหน่ายในเทศกาลปีใหม่หรือเทศกาลโนรูส (Norooz) ของอิหร่านที่จะเริ่มขึ้นปลายเดือนมีนาคมนี้ และคาดว่าผลสำเร็จจากการจัดกิจกรรมจะทำให้มูลค่าการค้าระหว่างไทย-อิหร่านขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างน้อย 5%" นางอภิรดี กล่าว

ขณะที่นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ผู้นำเข้าจากเกาะคีชที่เดินทางมาครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้นำเข้าสินค้าเครื่องใช้/ของตกแต่งบ้านจำนวน 4 บริษัท กลุ่มแฟชั่นจำนวน 3 บริษัท กลุ่มสปาและเครื่องสำอางจำนวน 1 บริษัท กลุ่มสมุนไพรจำนวน 1 บริษัท และกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารจำนวน 4 บริษัท มีการจับคู่เจรจาการค้ารายละไม่ต่ำกว่า 10 นัดหมาย โดยเป็นผู้นำเข้าอิสระที่มีห้างร้านเป็นของตนเอง และมีเอาท์เลทในแกรนด์พลาซ่าซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของอิหร่าน อีกทั้งยังเป็นผู้จัดจำหน่ายให้กับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และร้านค้ากว่า 2,000 ร้านที่กระจายอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วเกาะคีช

ประเทศอิหร่านเป็นประเทศขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคตะวันออกกลาง มีทำเลที่ตั้งอยู่ระหว่างทวีปเอเชียและยุโรปซึ่งเป็นจุดเชื่อมในการขนส่งสินค้าไปทั้งสองซีกของโลก มีประชากร 78 ล้านคน เป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง หลังจากสหรัฐอเมริกาได้ประกาศยกเลิกคว่ำบาตรอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์เมื่อวันที่ 16 ม.ค.59 ส่งผลให้อิหร่านเร่งเปิดรับการค้าและการลงทุนจากต่างชาติเพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้รุดหน้าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับสินค้าและบริการไทยที่จะขยายเข้าสู่ตลาดอิหร่านและครองสัดส่วนทางการตลาดในอันดับต้นๆ ในอนาคต

ขณะที่การค้าระหว่างไทย-อิหร่าน ในปี 2559 (ม.ค.-พ.ย.59) มีมูลค่า 367.97 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แบ่งเป็น ไทยส่งออกไปอิหร่านมูลค่า 242.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 21.64% และไทยนำเข้าจากอิหร่านมูลค่า 125.22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 36.49% สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปอิหร่าน ได้แก่ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ยางพารา/ผลิตภัณฑ์ยาง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เครื่องดื่ม และเม็ดพลาสติก

อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า นอกจากผลสำเร็จที่เป็นมูลค่าการส่งออกแล้ว การเดินทางเยือนไทยของคณะฯ ครั้งนี้จะนำไปสู่การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเป็นแหล่งปัจจัยการผลิต และเป็นฐานการขยายตลาดในอนาคต ทั้งในประเทศอิหร่านและประเทศรอบอ่าวที่มีประชากรรวมกว่า 300 ล้านคน เช่น โอมาน กาต้าร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตซ์ ตลอดจนประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่าน เช่น อิรัก ซีเรีย และตุรกี เป็นต้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ