ครม.ไฟเขียวจัดทำบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ-บัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday July 4, 2017 18:04 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้กรมบัญชีกลางจัดทำบัตรสวัสดิการ 2 ประเภท โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1,705 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.บัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และ 2.บัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แก่ผู้มีสิทธิตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560

สำหรับบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ จะใช้งบประมาณในการจัดทำบัตร 124 ล้านบาท โดยให้กรมบัญชีกลางจัดทำบัตรดังกล่าวจำนวน 4.5 ล้านใบมอบให้กับข้าราชการและบุคคลในครอบครัวของข้าราชการ จะยังคงได้รับสิทธิตามเดิม โดยการจัดทำบัตรในครั้งนี้เพื่อเป็นการปิดรูรั่วของงบประมาณในเรื่องค่ารักษาพยาบาลไม่ให้เกิดความรั่วไหลเหมือนเช่นที่ผ่านมา ซึ่งมักจะมีปัญหาการเบิกค่ารักษาซ้ำซ้อน และการเวียนรับยาหลายรอบ ทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นอีกปีละ 4,000-5,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นการใช้งบประมาณในส่วนของค่ารักษาพยาบาลข้าราชการถึงปีละ 7 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ บัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการนี้จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.60 เป็นต้นไป โดยจะได้รับบัตรจากกรมบัญชีกลางใช้เพื่อแสดงเมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลเพื่อใช้สิทธิในการเบิกจ่ายตรง และในอนาคตจะมีการตรวจสอบผู้มีสิทธิว่าใช้รักษาพยาบาลจริงหรือไม่ รวมถึงยังมีการตรวจสอบตามเงื่อนไขที่ทางกรมบัญชีกลางกำหนดว่ามีการเบิกจ่ายตามการรักษากี่ครั้งและเป็นจำนวนเงินเท่าใด เพื่อไม่ให้มีการทุจริตเรื่องค่ารักษาพยาบาลเหมือนเช่นในอดีต

ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แก่ผู้มีสิทธิตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐจะใช้งบประมาณในการจัดทำบัตร 1,581 ล้านบาท โดยให้กรมบัญชีกลางจัดทำบัตรสวัสดิการให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ได้มาลงทะเบียนไว้ 14.1 ล้านคน ตามโครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะออกบัตรให้ตามจำนวนจริงของผู้มีรายได้น้อยหลังจากที่ตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.60 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ จะเป็นบัตรที่มี 2 ชิปการ์ดรวมอยู่ในบัตรเดียว และมีแถบแม่เหล็กด้วย รวมทั้งมีรูปแสดงตัวตนของเจ้าของสิทธิ ซึ่งชิปการ์ดตัวแรกเพื่อการใช้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟ ขสมก. บขส. เป็นต้น และจะเชื่อมกับระบบตั๋วร่วมแมงมุมของกระทรวงคมนาคมด้วย ส่วนชิปตัวที่ 2 จะใช้ร่วมกับเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) เพื่อใช้ชำระค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ซื้อสินค้าร้านธงฟ้า ซื้อก๊าซหุงต้ม และสามารถใช้ร่วมกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e Money) ได้อีกด้วย โดยสามารถเติมเงินเพิ่มได้เอง หากจำนวนเงินในบัตรที่รัฐบาลให้การอุดหนุนสวัสดิการไว้ใช้ครบตามวงเงินแล้ว

นายกอบศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในอนาคตบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ ยังสามารถใช้รับโอนเงินสวัสดิการอื่นๆ จากรัฐบาลได้อีก เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพคนพิการ ตลอดจนสิ่งที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลื่อในเรื่องอื่นๆ ซึ่งภายในบัตรจะมีการกำหนดวงเงินแต่ละประเภทไว้ โดยขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ