ข่าวอินโฟเควสท์
16:54 จีนอนุมัติบริษัทเอกชนเสนอขายหุ้น IPO เพิ่ม 2 แห่ง   คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ได้ประกาศอนุมัติให้บริษัทเอกชน 2 แห…
15:34 สธ.เผย ครม.มีมติรับร่าง พ.ร.บ.สถาบันพระบรมราชชนกเป็นอุดมศึกษาในสังกัด สธ. แห่งแรก   พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คณะ…
14:37 ฟิลิปปินส์เตรียมส่งนาวิกโยธินเข้าร่วมซ้อมรบทางทะเลในปฏิบัติการ RIMPAC   ฟิลิปปินส์ได้ส่งเรือสองลำพร้อมนาวิกโยธิน 700 นายเข้าร่วมซ้อมรบทางทะเล R…

สมอ.ปรับปรุงมาตรฐานกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าใหม่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 7 พ.ย.นี้

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2560 08:46:06 น.

นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า เฉพาะด้านความปลอดภัย มอก.2062-2543 และกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า:คุณลักษณะที่ต้องการด้านความปลอดภัย ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก.2062-2558 ซึ่งมาตรฐานดังกล่าว สมอ.ได้ทำประชาพิจารณ์โดยให้มีการรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียและผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องแล้วเมื่อวันที่ 12 ก.พ.59 เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาก่อนตราพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)

ซึ่งขณะนี้ พ.ร.ฎ.กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า:คุณลักษณะด้านความปลอดภัย ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ.2560 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 10 ก.ค.60 มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือมีผลตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.60 เป็นต้นไป ผู้ทำ ผู้นำเข้า จะต้องขออนุญาตทำและนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตามมาตรฐานฉบับใหม่

โดยมาตรฐานกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าฉบับใหม่นี้รองรับการนำระบบดิจิตอลมาใช้เพื่อควบคุมการทำงานต่างๆ เช่น ระบบเร่งเดือด ระบบปรับระดับอุณหภูมิ ระบบล็อคฝาอัตโนมัติ ฯลฯ และเพิ่มการทดสอบซอฟแวร์ในระบบดิจิตอลที่ติดตั้งในผลิตภัณฑ์กระติกน้ำร้อนไฟฟ้านี้ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ทันต่อการพัฒนาของเทคโนโลยีในปัจจุบันและเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ซึ่ง สมอ. ได้ปรับปรุงมาตรฐานกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าโดยอ้างอิงมาตรฐาน IEC 60335-2-15 (2012)

เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า ทุกๆ 5 ปี สมอ.จะมีการทบทวนปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานเพื่อให้มาตรฐานมีความทันสมัย เหมาะสม สอดคล้องกับการใช้งานตามสถานการณ์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง เพื่อเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ทั้งนี้ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถรับทราบการปรับปรุงมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง และติดตามความเคลื่อนไหวด้านการมาตรฐานได้ที่ www.tisi.go.th หรือ www.facebook.com/tisiofficial

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง