(เพิ่มเติม) "ไทย ไลอ้อน แอร์"คาดปีนี้ขาดทุน พร้อมบุกตลาดญี่ปุ่น-เกาหลีหากได้ปลดธงแดง,เปิดเส้นทางบินใหม่ไปมุมไบและไทเป

ข่าวเศรษฐกิจ Monday September 25, 2017 18:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ คาดปีนี้จะยังมีผลขาดทุน แต่ก็คาดว่าจะเริ่มทำกำไรได้ในปีหน้า หลังขยายจุดบินใหม่ต่อเนื่อง โดยล่าสุดเตรียมเปิดบินตรงเส้นทางกรุงเทพฯ-มุมไบ และกรุงเทพฯ-ไทเป พร้อมเตรียมบุกตลาดญี่ปุ่น และเกาหลีในอนาคต หลังคาดว่าองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จะปลดธงแดงประเทศไทยในเดือนต.ค. ขณะที่หากสามารถทำกำไรได้ต่อเนื่อง 3 ปีจึงจะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

นายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้จะยังขาดทุนอยู่ แต่คาดว่าปีหน้าจะมีกำไร และจะทำกำไรต่อเนื่อง 3 ปี จึงจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยช่วง 8 เดือนแรกปีนี้สายการบินมีอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ไม่ต่ำกว่า 85% โดยในเดือน ส.ค.อยู่ที่ระดับ 87% และคาดว่าปีนี้ทำได้ตามเป้าที่ 85-87% ส่วนในเดือนต.ค.จะทำโปรโมชั่นเที่ยวบินเส้นทางในประเทศ ราคา 1,000 บาท/เที่ยว เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพ

ส่วนในเดือนต.ค.คาดว่าจะมีผู้โดยสารจากจีนน้อยลง ทั้งที่เป็นช่วงวันชาติจีน เพราะไทยได้เพิ่มอัตราการขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (VISA on Arrival) จาก 1,000 บาท/คน เป็น 2,000 บาท/คน

อย่างไรก็ตามสายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ เตรียมจะรับมอบเครื่องบินใหม่ แอร์บัส A330-300 จำนวน 3 ลำ ที่มี 392 ที่นั่งในปลายปีนี้ โดยเครื่องบินดังกล่าวสามารถบินไกลได้ 6 ชั่วโมง (ชม.) ซึ่งจะรับมอบลำแรกในเดือนพ.ย.นี้ และจะเป็นตระกูลแอร์บัสลำแรกของสายการบินเพื่อเตรียมพร้อมและรองรับการบินไปจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี จากปัจจุบันมีเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 และ 737-900 รวม 27 ลำ ส่วนในปีหน้าจะรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX จำนวน 5-7 ลำ เริ่มรับมอบในเดือน มี.ค.61

"เราเตรียมความพร้อมทำการบินไปญี่ปุ่นและเกาหลี โดยคาดว่าไทยจะได้รับการปลดธงแดงในปลายเดือนต.ค.นี้ จาก ICAO ซึ่งเบื้องต้นจะบินไปโตเกียว (นาริตะ) และเกาหลี จะบินไปโซล (อินชอน) และปูซาน"นายอัศวิน กล่าว

นายอัศวิน กล่าวอีกว่า สำหรับการขยายเส้นทางบินในจีนนั้น ในปีหน้ามีแผนจะเปิดจุดบินใหม่ 5 เมืองจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) จากปัจจุบันมี 6 จุดบิน จากกรุงเทพฯไปกวางโจว,เฉิงตู, หนานฉาง, หนานจิง,ฉงชิ่ง และฉางซา ส่วนเที่ยวบินจากเชียงใหม่ บินไปกวางโจวและเฉิงตู และจากเชียงราย-ฉางซา ส่วนที่สนามบินอู่ตะเภาจะเป็นการให้บริการเช่าเหมาลำ โดยปัจจุบันเที่ยวบินเป็นแบบเช่าเหมาลำมีสัดส่วน 20% ของเที่ยวบินทั้งหมด นอกจากนี้กำลังมองตลาดกัมพูชา ที่พนมเปญและเสียมราฐ ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามในเร็ว ๆ นี้ สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ พร้อมที่จะเปิดเส้นทางบินปฐมฤกษ์ บินตรงจาก “กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) -มุมไบ" และ กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) -ไทเป" อย่างเป็นทางการ โดยเส้นทางบินไปเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ได้วางแผนไว้เพื่อที่จะรองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ได้เดินทางไปสัมผัสแหล่งกำเนิดอารยธรรมอันหลากหลาย อีกทั้งยังสามารถที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวอินเดียให้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้มาใช้บริการสายการบินเพิ่มมากขึ้น ซึ่งใกล้กับช่วงฤดูหนาว หรือไฮซีซั่นในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

โดยจะทำการบินจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองไปยังเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย โดยให้บริการบินตรงทั้งหมด 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ อีกทั้งเสนอค่าโดยสารในราคาพิเศษด้วยราคาเริ่มต้นที่ 3,755 บาทต่อเที่ยวบิน และพร้อมเริ่มบิน 27 ก.ย.นี้ คาดว่าในช่วงแรกจะมีLoad Factor ระดับ 70-75%โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้โดยสารจากอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 80% ขณะที่ปัจจุบันมีสายการบินที่ทำการบินตรงเส้นทางมุมไบ อยู่แล้ว 3 สายการบิน ได้แก่ สายการบินไทย ,แอร์อินเดีย และเจ็ตสตาร์

นอกจากนี้ในราวปลายเดือนต.ค. สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ จะเปิดจุดบินใหม่ในอินเดีย ที่เมืองโคชิ ซึ่งการทำตลาดในอินเดีย ยังเป็นเรื่องที่ท้าทาย อีกทั้งอินเดียยังจำกัดสิทธิการบิน ทำให้การขยายงานต่อไปจึงยังต้องรอดูผลประกอบการจาก 2 เมืองนี้ก่อน

สำหรับเส้นทางบินไปยังเมืองไทเป ประเทศไต้หวัน จะทำการบินทุกวัน โดยใช้เวลาทำการบินประมาณกว่า 3 ชม. ด้วยราคาค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 2,955 บาทต่อเที่ยวบิน และพร้อมเริ่มบินในวันที่ 20 ต.ค.60 โดยในช่วงแรกคาดว่าจะมี Load Factor ประมาณ 75-75% และคาดว่าจะทำได้มากกว่า 80% ในปี 61

นายโทนี อู่ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวันประจำกัวลาลัมเปอร์ และดูแลประเทศไทย กล่าวว่า ไต้หวันให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวไทยหลังจากตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปไต้หวันเติบโตสูง โดยสิ้นปี 60 คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารไทย 3.8 แสนคน เพิ่มขึ้น 82% จากปีก่อนที่มีจำนวน 1.9 แสนคน โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวน 2.2 แสนคน ส่วนในปีหน้าคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเพิ่มเป็นราว 6 แสนคน หรือเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียน จากที่มาเลเซียและสิงคโปร์อยู่อันดับที่หนึ่งและสองตามลำดับ

สำหรับในปีหน้าทางการไต้หวัน จะมาตั้งสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ โดยปัจจุบันมีสายการบินทำการบินตรงไปไทเปจากไทยเพิ่มขึ้น อาทิ สายการบินไทย ,สายการบินไทยสมายล์ ,สายการบินนกสกู๊ด, สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ,ไชน่าแอร์ไลน์ (ไต้หวัน) และอีว่าแอร์ไลน์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ