(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 32.50 ก่อนอ่อนค่ามาที่ 32.56 หลังดอลล์แข็ง จับตาร่างกม.ปฏิรูปภาษีสหรัฐฯสัปดาห์นี้

ข่าวเศรษฐกิจ Monday December 18, 2017 14:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.50 บาท/ดอลลาร์ แข็ง ค่าจากเย็นวันศุกร์ที่ปิดตลาดที่ระดับ 32.54 บาท/ดอลลาร์

ล่าสุดเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 32.56 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น โดยได้รับแรง หนุนที่สำคัญหลังมีข่าวว่าทั้ง ส.ส.และ ส.ว.สหรัฐฯ มีจำนวนเสียงเพียงพอที่จะโหวตให้ผ่านมาตรการปฏิรูปภาษี เพื่อให้ทันเป็นของ ขวัญในเทศกาลคริสต์มาส

"หุ้นสหรัฐก็ดีดตัวขึ้น รับข่าวดีดังกล่าว ทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในวงกว้าง ส่วนบาทนั้นคาดว่าจะสามารถยืนเหนือ ระดับ 32.50 บาทได้ และยังเป็นแนวรับที่สำคัญ" นักบริหารเงินระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบที่ 32.50-32.60 บาท/ดอลลาร์

THAI BAHT FIX 3M (15 ธ.ค.) อยู่ที่ระดับ 0.72862% ส่วน THAI BAHT FIX 6M (15 ธ.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.08282%

SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 32.5683 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เช้านี้เงินเยนอยู่ที่ระดับ 112.66 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 112.16 เยน/ดอลลาร์
  • ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1752 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1796 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 32.5380 บาท/
ดอลลาร์
  • ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสัปดาห์นี้ (18-22 ธ.ค.)ที่ 32.50-32.80 บาทต่อ
ดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจในประเทศน่าจะอยู่ที่ผลการประชุมกนง. และมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2561 ของธปท. ขณะที่
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และดัชนีความเชื่อ
มั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. ยอดขายบ้านใหม่/บ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน การเริ่มสร้างบ้าน/การอนุญาตก่อสร้าง ข้อมูลรายได้/
การใช้จ่ายส่วนบุคคล และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก Core PCE Price Index เดือนพ.ย. ดัชนีราคาบ้านเดือนต.ค. และตัวเลขจีดีพี
ประจำไตรมาส 3/60 นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามความคืบหน้าของแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ และการประชุมนโยบายการเงินของ
ธนาคารกลางญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50%
ต่อเนื่องในการประชุม กนง. รอบสุดท้ายของปี 2560 ในวันที่ 20 ธ.ค. 2560 นี้ แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับขึ้นอัตรา
ดอกเบี้ยมาอยู่ในระดับเดียวกัน เนื่องจากภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเกิดขึ้นไม่เต็มที่ ขณะที่ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ในปีหน้า คงพึ่งพาแรงหนุนจากการลงทุนมากขึ้น ซึ่งการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายคงน่าจะเป็นแรงส่งที่ดีในการสนับสนุนการฟื้นตัวของ
เศรษฐกิจไทยในปีหน้า
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธ.
ค. 2560-2 ม.ค.2561 คาดว่า จะใช้จ่ายสะพัดวงเงิน 15,567.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
  • ทิสโก้ชี้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ไต้หวันและไทยมีลุ้นเงินไหลเข้า ทำให้ดัชนีไปต่อ หลังเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่ารับข่าว
เฟดขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้จับตาปีหน้าเฟดขึ้นดอกเบี้ยปรับขึ้นอีก 4 ครั้ง คาดสิ้นปีเงินบาทแข็งค่าที่ 32 บาทต่อดอลลาร์
สหรัฐ
  • บมจ. บัตรกรุงไทย (KTC) เปิดเผยภาพรวมยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา น่าจะเติบ
โตได้ถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีปัจจัยมาตรการช็อปช่วยชาติเข้ามา สนับสนุน ทำให้คนส่วนหนึ่งที่วาง
แผนซื้อของขวัญในช่วงเดือน ธ.ค.เลื่อนขึ้นมาซื้อในช่วงเดือน พ.ย.แทน
  • นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า รัฐบาลอังกฤษจะยังคงเดินหน้าทำตามหน้าที่พื้นฐานของตนต่อไป ใน
การตอบรับกับความประสงค์ของชาวอังกฤษที่ได้ลงประชามติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU)
  • สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (15 ธ.ค.)
จากการที่นักลงทุนส่วนใหญ่มีมุมมองที่เป็นบวกว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสามารถผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว
ให้มีผลบังคับใช้ได้สำเร็จ
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (15 ธ.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายในตลาด
ทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ การที่ตลาดหุ้นสหรัฐทะยานขึ้นทำนิวไฮ ยังส่งผลให้นักลงทุนลด
การถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
  • นักลงทุนจับตาพรรครีพับลิกันซึ่งเตรียมเปิดเผยร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้ายที่ผ่านการรวมเนื้อหาของร่างกฎหมาย
ของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรในวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ ขณะที่สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี
ดังกล่าวจะปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 21% จากระดับ 35% โดยมีผลบังคับใช้ทันทีในปีหน้า แทนที่จะชะลอออกไปอีก 1 ปี
ตามร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของวุฒิสภา
  • ประธานคณะกรรมาธิการภาษีประจำวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวว่า วุฒิสภาจะลงมติในวันที่ 18 ธ.ค.ต่อร่างกฎหมายปฏิรูป
ภาษีขั้นสุดท้ายฉบับดังกล่าว และจากนั้นสภาผู้แทนราษฎรจะลงมติในวันที่ 19 ธ.ค.
  • นักลงทุนจับตาสหรัฐและอังกฤษเตรียมเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส
3/2560 โดยสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายของ GDP ไตรมาส 3/2560 ในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่อังกฤษเปิดเผย
ข้อมูลดังกล่าวในวันศุกร์นี้
  • จับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันพฤหัสบดีนี้ รวมทั้งการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

ของนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการ BOJ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ