ข่าวอินโฟเควสท์
14:18 ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 13.11 จุด รับหุ้นแบงก์พุ่ง,GDP จีนแข็งแกร่ง   ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ โดยได้แร…
14:12 KBANK เสนอขายหุ้นกู้ มูลค่า 400 ล้านดอลล์ อายุ 5 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ยคงที่ 3.256%ต่อปี   นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK)…
14:07 ทริสฯ จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ WHA วงเงินรวม 14,195 ลบ. ที่ระดับ “A-/Stable"   ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเ…

กรมส่งเสริมสหกรณ์สั่งตรวจสอบการดำเนินงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร ให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 13 มกราคม 2561 18:57:54 น.

นายวิศิษฐ์ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด จำนวน 3,500 คน ล่ารายชื่อร้องเรียนกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารถึงการบริหารงานของคณะกรรมการสหกรณ์ ว่าไม่มีความโปร่งใส ซึ่งในปีบัญชีของสหกรณ์ วันที่ 30 พ.ย. 2560 สหกรณ์มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 28,068,563.52 บาท ลดลงจากปีบัญชี 59 ซึ่งมีกำไรสุทธิจำนวน 91,527,422.69 บาท เนื่องจากในปีบัญชี 30 พฤศจิกายน 2560 ได้มีการเปลี่ยนผู้สอบบัญชีจากผู้สอบบัญชีภาคเอกชนมาเป็นผู้สอบบัญชีภาครัฐ ตามรอบการสอบบัญชี ซึ่งจากการสอบบัญชีพบว่าการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้เงินกู้ตามระเบียบของนายทะเบียนสหกรณ์นั้นตั้งไว้ต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่ำกว่าเกณฑ์ แสดงถึงกำไรที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงของสหกรณ์และเมื่อผู้สอบบัญชีของภาครัฐเข้าตรวจสอบ มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้เงินกู้ฉุกเฉินจำนวน 25,151,958.10 บาท ลูกหนี้สามัญ 16,930,831.32บาท ลูกหนี้พิเศษ 138,059,533.75 บาท ส่งผลทำให้ค่าใช้จ่ายของสหกรณ์เพิ่มขึ้นเกือบ 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นตามมาตรฐานทางบัญชี

รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลฐานะทางบัญชีของสหกรณ์ดังกล่าว เป็นงบที่แสดงฐานะที่แท้จริงของสหกรณ์ ซึ่งมีกำไรลดลงจากเดิม 90 ล้านบาท เหลือเพียง 28 ล้านบาท ดังนั้น เมื่อผลกำไรของสหกรณ์ลดลง ทำให้การจัดสรรปันผลเงินเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกครูลดลง โดยสหกรณ์จ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิกได้แค่ ร้อยละ 1.19 เฉลี่ยคืนให้ได้ร้อยละ1.17 ซึ่งต่ำลงกว่าปีที่ผ่าน ๆ มาทำให้สมาชิกเกิดความไม่ไว้วางใจการบริหารงานของคณะกรรมการสหกรณ์ว่าอาจจะมีการบริหารงานที่ผิดพลาดทำให้สหกรณ์เกิดความเสียหาย จึงเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเพื่อขอให้มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

ในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ขณะนี้ได้สั่งการไปยังสหกรณ์จังหวัดมุกดาหารเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการดำเนินงานของสหกรณ์ในเรื่องของการให้สินเชื่อตามที่ถูกตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้ว่าดำเนินการเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสหกรณ์หรือไม่โดยให้ดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้ามายังกรมฯในทันที และหากตรวจสอบพบว่า การดำเนินการต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์ เช่น มีการปล่อยกู้ให้กับพรรคพวกของตัวเองหรือปล่อยกู้โดยไม่มีหลักประกัน

ปล่อยกู้ไปแล้วลูกหนี้ไม่ชำระตามงวดชำระหนี้ และไม่มีการติดตามทวงถามตามระยะเวลา ปล่อยให้กลายเป็นหนี้ค้างชำระ จนต้องมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้

ส่วนกรณีที่มีการให้สินเชื่อไม่เป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์หากมีการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำดังกล่าว จะต้องสั่งการให้ระงับยับยั้ง และจะใช้อำนาจนายทะเบียนสหกรณ์สั่งการให้สหกรณ์แก้ไขปัญหาข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะตามมาในอนาคต ทั้งนี้ เข้าใจว่าการปล่อยสินเชื่อให้กับข้าราชการครูในขณะยังรับราชการ วงเงินที่ปล่อยกู้อาจจะสูงแต่เมื่อเกษียณอายุราชการ เงินเดือนลดลงเกือบครึ่ง ทำให้ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้คืนสหกรณ์ได้กลายเป็นหนี้ค้างเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมการสหกรณ์จะมีการชี้แจงทำความเข้าใจกับสมาชิกในวันที่ 13 ม.ค. 2561 นี้ ขณะเดียวกันคณะกรรมการสหกรณ์จะต้องชี้แจงให้ได้ว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ลงไปติดตามกำชับให้ชี้แจงในประเด็นลูกหนี้เงินกู้พิเศษ จำนวน 138,059,533.75 บาท ว่าคือลูกหนี้ประเภทใดถึงมีการผิดนัดชำระหนี้ค้างจำนวนมากขนาดนี้และประเด็นการปล่อยเงินกู้ให้แก่สหกรณ์อื่นด้วย

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการทุจริตของคณะกรรมการสหกรณ์ ฯ นั้นต้องรอให้สหกรณ์จังหวัดเข้าไปตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเงินที่ปล่อยกู้ไปแล้ว สมาชิกไม่ชำระหนี้คืนสหกรณ์นั้นมีรายใดที่ผิดปกติบ้าง และตรวจสอบว่าเป็นการอนุมัติเงินกู้ในยุคของคณะกรรมการชุดนี้หรือเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เพราะในการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้จะต้องมีเหตุมาจากการค้างชำระหนี้มานานพอสมควร ซึ่งจะต้องรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อนแต่ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่ามีการทุจริตจริง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง