ข่าวอินโฟเควสท์
07:24 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นพลังงานพุ่ง หนุนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก   ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (19 เม.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ…
07:15 BBL และบ.ย่อย ไตรมาส 1/61 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 9.01 พันลบ.   งวดไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2561 สรุปได้ดังนี้ ก่อนสอบทาน/ก่อนตรวจสอบ สิ…
07:14 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดบวก 11.58 จุด รับหุ้นเหมืองพุ่ง,เงินปอนด์อ่อนหนุนแรงซื้อ   ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (19 เม.ย.) โดยได้ปัจจัย…
07:04 TFEX สรุปปริมาณซื้อขายกลุ่ม Call & Put Options สิ้นวันที่ 19 เม.ย.61   และ Put Options โดยแบ่งตามประเภทนักลงทุน ประจำวันที่ 19 เมษายน 2561 ดังน…
07:04 TFEX สรุปปริมาณซื้อขายกลุ่ม Currency Futures สิ้นวันที่ 19 เม.ย.61   โดยแบ่งตามประเภทนักลงทุน ประจำวันที่ 19 เมษายน 2561 ดังนี้ (หน่วย: จำนวนสั…

พาณิชย์ จัดโครงการยกระดับสหกรณ์-ร้านค้าส่งค้าปลีกไทย สร้างความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม 2561 10:24:26 น.

นายวิเชียร ชวลิต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการเปิดกิจกรรม "ยกระดับสหกรณ์ไทย-สร้างค้าปลีกไทยเข้มแข็ง"ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัดงานกิจกรรมยกระดับสหกรณ์ไทย-สร้างค้าปลีกไทยเข้มแข็ง ระหว่างวันที่ 22-23 มีนาคม 2561 ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การพัฒนาค้าส่งค้าปลีกไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน นับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สร้างโอกาสการเติบโตที่มั่นคงให้กับธุรกิจที่เป็นฐานรากทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่าง "ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก" และการรวมกลุ่มของคนในชุมชนภายใต้ชื่อ "สหกรณ์ร้านค้า"

จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ปี 2559 พบว่า เกือบครึ่งของ SMEs ในประเทศประกอบธุรกิจประเภทค้าส่งค้าปลีกคิดเป็น 41.67% ของจำนวน SMEs ทั้งหมด ซึ่งการเติบโตของธุรกิจประเภทนี้ จะเป็นดัชนีที่สะท้อนให้เห็นถึงความอยู่ดีกินดีของประชาชน เกี่ยวข้องไปถึงธุรกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศด้วย

ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทยให้สามารถยกระดับยืนบนมาตรฐานได้มาโดยตลอด โดยส่งเสริมธุรกิจร้านค้าส่งค้าปลีกไทยในการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้าพื้นฐานในชีวิตประจำวันของประชาชน เน้นให้มีการบริหารจัดการที่ดีตามมาตรฐานคุณภาพ และจัดหาสินค้าได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ลดการสั่งสินค้ามากเกินความจำเป็นซึ่งก่อให้เกิดต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการนำเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยค้าขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

ทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นภายในงานวันนี้ เริ่มจากการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "ความท้าทายโลก : ประเด็นด้านเทคโนโลยี-วิกฤตหรือโอกาสสำหรับค้าส่งค้าปลีกไทย" เป็นการนำเสนอให้ผู้ประกอบธุรกิจได้เห็นถึงสภาวะการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจระดับโลกด้วยเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยการบริหารจัดการและสร้างการแข่งขัน หากร้านค้าไม่เกิดการตื่นตัวหรือปรับตัว ก็จะทำให้จากโอกาสที่จะเกิดขึ้นก็อาจกลายเป็นวิกฤตได้

นอกจากนี้ ยังมีการสัมมนาให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ หัวข้อ จุดประกายความคิด สู่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกเทคโนโลยี, การแนะนำโครงการพัฒนาค้าส่งค้าปลีกไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน โดยนำเสนอแนวคิด หลักปฏิบัติ และแนวทางการพัฒนาตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพ และการเสวนา หัวข้อ "ทำอย่างไร? ให้เป็นโชห่วยมืออาชีพ"

สำหรับกิจกรรมในวันที่ 23 มีนาคม 2561 จะพาผู้เข้าร่วมสัมมนาไปร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารจัดการธุรกิจ ณ ศูนย์มิตรแท้โชห่วย บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด ซึ่งเป็นร้านค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดมุมมองใหม่ด้านการทำธุรกิจที่เป็นมืออาชีพ อาทิ เรียนรู้การบริหารจัดการร้านค้า ทั้งสินค้าประเภทอุปโภคบริโภค และอาหารสดที่ต้องใช้ความชำนาญในการบริหารสินค้าคงคลัง เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียต้นทุน การบริการจัดการด้านโลจิสติกส์ และด้านชีวอนามัย เป็นต้น

ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า สำหรับโครงการภายใต้การพัฒนาค้าส่งค้าปลีกไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน ไม่เพียงแต่การสัมมนาและ ดูงานเท่านั้น ยังติดตามการปรับตัวของธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ และคำปรึกษาตลอดโครงการ พร้อมลงพื้นที่ ณ ร้านค้าเพื่อจะได้ปรับเปลี่ยนร้านได้ตรงกับสภาพแวดล้อมจริงภายใต้เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพทั้ง 8 ด้าน ประกอบไปด้วย 1) การรวมกลุ่มและวางแผนเชิงกลยุทธ์ 2) ลูกค้าและตลาด 3) สารสนเทศ และการวิเคราะห์ 4) ทรัพยากรบุคคล 5) การจัดการกระบวนการทางธุรกิจ และโลจิสติกส์ 6) การจัดร้านค้า และจัดวางสินค้า 7) อนามัยและความปลอดภัยในสถานประกอบการค้าส่งค้าปลีก และ 8) ผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยจะดำเนินการครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาค กระทรวงได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมีสหกรณ์ร้านค้า และร้านค้าส่งค้าปลีก ได้รับการพัฒนาสู่เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพเป็นต้นแบบจำนวนไม่น้อยกว่า 35 ร้านค้า เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับร้านค้าอื่นก่อนขยายผลการส่งเสริมพัฒนาต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง