UNSC มีมติเห็นชอบมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่

ข่าวการเมือง Sunday August 6, 2017 08:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบร่างมติซึ่งเสนอโดยสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการให้ตัดรายได้จากการส่งออกของเกาหลีเหนือลง 1 ใน 3 เพื่อตอบโต้ต่อการที่เกาหลีเหนือทำการทดลองขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ในเดือนที่แล้ว สาระสำคัญของร่างมตินี้ ครอบคลุมถึงการห้ามส่งออกถ่านหิน, เหล็ก, แร่เหล็ก, ตะกั่ว, แร่ตะกั่ว และอาหารทะเลของเกาหลีเหนือ รวมทั้งห้ามเพิ่มจำนวนแรงงานที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศ ตลอดจนห้ามไม่ให้มีการลงทุนร่วมกับเกาหลีเหนือ และห้ามการลงทุนใหม่ในบริษัทที่มีการลงทุนกับเกาหลีเหนืออยู่แล้วในปัจจุบัน

มติ 2371 (2560) ที่เพิ่งผ่านการเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จาก UNSC นี้จะเสริมให้มาตรการคว่ำบาตรขององค์การสหประชาชาติ (UN) มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อตอบโต้ที่เกาหลีเหนือได้ดำเนินการทดลองขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ถึง 2 ครั้งเมื่อวันที่ 3 และ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ มติดังกล่าวยังเป็นการส่งข้อความอย่างชัดเจนถึงเกาหลีเหนือว่า UNSC กำลังประณามต่อการที่เกาหลีเหนือละเมิดข้อตกลงและข้อเรียกร้องให้ยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธ

สำหรับมติ 2371 นั้นนับเป็นมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมาเพื่อตอบโต้การทดลองขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ โดยพุ่งเป้าไปที่การตัดแหล่งรายได้จากการส่งออกที่สำคัญของประเทศ ด้วยการห้ามไม่ให้มีการส่งออกถ่านหินซึ่งเป็นแหล่งรายได้ใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือ รวมถึงเหล็ก แร่เหล็ก ตะกั่ว แร่ตะกั่ว และอาหารทะเล

มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้จะส่งผลให้เกาหลีเหนือมีรายได้จากการส่งออกลดลงจากเดิมที่ประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวยังมุ่งเป้าไปที่การลักลอบค้าอาวุธ และการร่วมลงทุนกับบริษัทต่างชาติ, ธนาคาร, และแหล่งรายได้อื่นๆของเกาหลีเหนือด้วย

ทั้งนี้ การผ่านมติดังกล่าว จำเป็นที่จะต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบอย่างน้อย 9 เสียงจากที่ประชุม และไม่มีการใช้สิทธิวีโต้จาก 5 ชาติที่เป็นสมาชิกถาวรของ UNSC ซึ่งได้แก่ สหรัฐ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส และอังกฤษ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้นับเป็นครั้งที่ 7 ที่องค์การสหประชาชาติออกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ตั้งแต่เกาหลีเหนือทำการทดลองอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกในปี 2549


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ