ข่าวอินโฟเควสท์
17:10 จีนเตรียมคุมเข้มการให้บริการประกันภาคสาธารณะ 1 พ.ค.นี้   หน่วยงานด้านการกำกับดูแลประกันของจีนได้ออกกฎระเบียบใหม่ เพื่อคุมเข้มระเบียบสำหรับบริษั…
16:33 รมว.ต่างประเทศรัสเซียยันข้อกล่าวหาแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ   นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศรัสเซียเผยข้อกล่าวหาต่าง…
16:08 รมช.เกษตรฯ รับฟังปัญหาจากเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนราษีไศล-เขื่อนหัวนา จ.ศรีสะเกษ   นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการระเกษตรและสหกรณ…
15:44 เกิดเหตุเครื่องบินพร้อมด้วยลูกเรือและผู้โดยสาร 66 รายตกที่อิหร่าน เหตุสภาพอากาศไม่ดี   เกิดเหตุเครื่องบินของสายการบินของอิหร่านพร้อมด้วยลูกเรือ…

รมว.ต่างประเทศสหรัฐเตรียมเดินทางเยือนยุโรป 21-27 ม.ค.นี้ มุ่งหารือประเด็นอิหร่าน-เกาหลีเหนือ

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 19 มกราคม 2561 09:57:31 น.

นางฮีทเธอร์ เนาเอิร์ท โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยว่า นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จะเดินทางเยือนลอนดอน, ปารีส, วอร์ซอ และดาวอสในวันที่ 21-27 ม.ค.นี้

ประกาศของกระทรวงต่างประเทศระบุว่า ทิลเลอร์สันจะเข้าพบนายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ และนายมาร์ค เซดวิลล์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติอังกฤษ เพื่อหารือถึงความร่วมมือทวิภาคีในประเด็นต่างๆ อาทิ เรื่องของอิหร่าน ซีเรีย เกาหลีเหนือ และยูเครน

จากนั้นทิลเลอร์สันจะเดินทางเยือนปารีสในวันที่ 23 ม.ค. โดยคาดว่าเขาจะได้พบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝรั่งเศสเพื่อหารือในประเด็นที่มีความกังวลร่วมกัน และจะร่วมเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านการละเว้นโทษจากการใช้อาวุธเคมี

หลังจากนั้น รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐจะเดินทางไปยังเมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2561 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 24-26 ม.ค.นี้ พร้อมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ต่อมา ในวันที่ 26 ม.ค. ทิลเลอร์จะเดินทางไปยังกรุงวอร์ซอ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายของการเดินทางเยือนยุโรปครั้งนี้ โดยเขาจะได้พบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโปแลนด์ เพื่อหารือในเรื่องการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีระหว่างสหรัฐ-โปแลนด์ ในประเด็นเกี่ยวกับความท้าทายระดับโลก, ความมั่นคงของภูมิภาค และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและยุโรปมีความสั่นคลอนมากขึ้นนับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2560 ที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 ฝ่ายมีความเห็นต่างกันในหลายประเด็น อาทิ การที่ทรัมป์ถอนตัวออกจากความตกลงปารีส การตัดสินใจรับรองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และการปฏิเสธที่จะให้การรับรองข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง