ปาเลสไตน์ชี้สหรัฐใช้สิทธิวีโต้มติ UNSC กรณีเยรูซาเลมเป็นการแยกตัวจากประชาคมโลก

ข่าวต่างประเทศ Tuesday December 19, 2017 10:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สมาชิกส่วนใหญ่ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติเห็นชอบต่อญัตติที่เสนอโดยอียิปต์ที่ต้องการให้มีการเพิกถอนการรับรองของสหรัฐที่ระบุว่าเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล แต่สหรัฐได้ใช้สิทธิวีโต้ต่อมติดังกล่าว ขณะที่อีก 14 ชาติต่างลงมติเห็นชอบต่อญัตติของอียิปต์

นายนาบิล อาบู รูเดเนห์ โฆษกประธานาธิบดีปาเลสไตน์ กล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า การที่สหรัฐใช้สิทธิวีโต้มติ UNSC เพิกถอนการรับรองกรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอลนั้น "เป็นการกระทำที่ขัดต่อมติของนานาชาติ"

นายรูเดเนห์ กล่าวว่า "การใช้สิทธิวีโต้ของสหรัฐเป็นการละเมิดการตัดสินใจของนานาชาติและมติของ UNSC มันเป็นความลำเอียงเพื่อการยึดครองและรุกรานอย่างเต็มรูปแบบ"

"การใช้สิทธิวีโต้ทำให้สหรัฐแยกตัวออกจากนานาชาติมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการยั่วยุอารมณ์ของประชาคมระหว่างประเทศ" นายรูเดนาห์กล่าว พร้อมเสริมอีกว่า "เราจะดำเนินการเคลื่อนไหวในองค์การสหประชาชาติ (UN) และหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นๆ ต่อไป เพื่อปกป้องสิทธิ์ให้กับประชาชนของเรา"

ขณะที่ ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ ก็ได้ออกมาประกาศก่อนหน้านี้ว่า ปาเลสไตน์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์ขององค์การสหประชาชาติเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐประกาศรับรองให้กรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการให้กรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล พร้อมกับเปิดเผยแผนการย้ายสถานทูตสหรัฐจากกรุงเทลอาวีฟไปยังกรุงเยรูซาเลม ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวปาเลสไตน์และประเทศมุสลิมทั่วโลก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ