อังกฤษ,สหรัฐเห็นพ้องเหตุการณ์โจมตีกลุ่มกบฏซีเรียด้วยอาวุธเคมีมีหลักฐานบ่งชี้ฝีมือผู้นำซีเรีย

ข่าวต่างประเทศ Tuesday April 10, 2018 00:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษกล่าวว่า อังกฤษและสหรัฐเห็นพ้องกันว่าเหตุการณ์โจมตีกลุ่มกบฏในซีเรียด้วยอาวุธเคมีมีหลักฐานบ่งชี้เหมือนกับการโจมตีครั้งก่อนหน้านี้ว่าเป็นฝีมือของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดแห่งซีเรีย

โฆษกระบุว่า นายบอริส จอห์นสัน รมว.ต่างประเทศอังกฤษ เห็นพ้องกับนายจอห์น ซัลลิแวน รักษาการรมว.ต่างประเทศสหรัฐ ในการยึดมั่นอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี และยืนยันว่าจะนำผู้ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในวันนี้ว่า สหรัฐจะทำการตัดสินใจครั้งสำคัญเกี่ยวกับซีเรียภายในเวลา 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า

คำกล่าวของปธน.ทรัมป์มีขึ้น หลังจากที่เขาขู่ก่อนหน้านี้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียจะต้องชดใช้อย่างสาสม หลังจากเกิดเหตุการณ์โจมตีด้วยอาวุธเคมีต่อฐานที่มั่นของกลุ่มกบฎซีเรีย จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความระบุว่า "มีประชาชนเสียชีวิต ไม่เว้นแม้แต่เด็กและผู้หญิงในเหตุการณ์โจมตีด้วยอาวุธเคมี" พร้อมกล่าวอีกด้วยว่า "ประธานาธิบดีปูติน รัสเซีย และอิหร่าน จะต้องรับผิดชอบต่อการสนับสนุนประธานาธิบดีอัสซาด และจะต้องชดใช้อย่างสาสม"

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลซีเรียได้ออกมาปฏิเสธว่า กองกำลังของรัฐบาลซีเรียไม่ได้ใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ