ข่าวอินโฟเควสท์
09:56 รถไฟใต้ดินฮ่องกงปิดให้บริการเร็วขึ้น ส่งผลชาวฮ่องกงอยู่ภายใต้เคอร์ฟิวทางอ้อม   รถไฟใต้ดินของฮ่องกงปิดให้บริการเร็วขึ้นมาเป็นเวลากว่าสัปดาห์ ส่ง…
09:53 (เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับขึ้นตามตลาดตปท. ผ่อนคลายเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน ,เกาะติดสภาฯถกงบปี 63 สัปดาห์นี้   นายภาดล วร…
09:51 จับตาหุ้นเด่นวันนี้   นสพ.รายงาน ครม.เศรษฐกิจคลอด 16 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวทั้งระยะสั้น ยาว ดันเป้าต่างชาติ 39.8 ล้านคน รายได้แตะ 2.04 ล้านล้…
09:46 ญี่ปุ่นเผยยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นฮากิบิสเพิ่มเป็น 64 ราย ปชช.กว่า 3 หมื่นหลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้   ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดผู้เสี…
09:38 World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2562   นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ลงนามคำสั่งคว่ำบาตรตุรกี เพื่อตอบโต้ต่อการ…

GVG ออกรายงานทำนายผู้ชนะในศึกดิจิทัลสังเวียนหน้า สตาร์ทอัพน้องใหม่ ยักษ์ใหญ่ Amazon หรือเจ้าตลาดอย่าง Walmart

ข่าวต่างประเทศ Asianet Press Release -- พฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562 08:59:25 น.
ซานฟรานซิสโก--10 ต.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

GVG Capital บริษัทไพรเวทอิควิตี้อันดับ 1 ของโลกในวงการ Digital Transformation เผยแพร่รายงานเรื่อง Who Will Win Next Digital Race: startups, digital giants like Amazon or incumbents like Walmart, Tata, Lidl? ซึ่งได้จากการศึกษาการพลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ครบคลุมบริษัท 5,000 แห่งใน 100 ประเทศ

การเดิมพันในการแข่งขันครั้งนี้สูงมาก โดยมีโอกาสสำหรับผู้ชนะเพียง 1 ที่ ซึ่งอาจจะเป็นยักษ์ดิจิทัลในตลาดขนาดใหญ่แต่ละแห่ง เช่น Amazon ในตลาดค้าปลีกสหรัฐ หรือ Tencent ในอุตสาหกรรมสื่อจีน ทั้งนี้ 'ยักษ์ใหญ่ดิจิทัล' หมายถึงบริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งต่างก็ครองตลาดที่บริษัทของตนดำเนินธุรกิจอยู่ โดยคาดว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลกมูลค่าสูงถึง 50 ล้านล้านดอลลาร์จะย้ายไปสู่ระบบออนไลน์ภายในปี 2030 ซึ่งจะเป็นการปลดปล่อยยักษ์แห่งวงการดิจิทัลหน้าใหม่ 40 รายจากอีก 15 ประเทศ เช่น อินเดีย และ เยอรมนี ในหลายสิบตลาดที่มีมูลค่ารวมนับล้านดอลลาร์ ตั้งแต่อาหารไปจนถึงสุขภาพ

ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ:

- การแข่งขันเพื่อเป็นเจ้าสังเวียนดิจิทัลในช่วงแรก (1995-2020) ได้ก่อกำเนิดยักษ์ใหญ่ดิจิทัล 8 ราย ซึ่ง 6 บริษัทมาจากสหรัฐ (Amazon, Apple, Facebook, Google, Microsoft, Netflix) ส่วนอีก 2 บริษัทมาจากจีน (Alibaba, Tencent) และในจำนวนนี้เป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุด 7 ใน 10 แห่งของโลก

- การแข่งขันดิจิทัลสังเวียนต่อไป (2020-2030) จะให้กำเนิดยักษ์ดิจิทัลรายใหม่ 40 บริษัทจากอีก 15 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน สวีเดน สหราชอาณาจักร บราซิล เม็กซิโก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในตลาดนับสิบตลาดรวมมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ ตั้งแต่สุขภาพ อสังหาริมทรัพย์ อาหาร ค้าปลีก บริการการเงิน สื่อ สินค้าอุปโภคบริโภค การขนส่ง โทรคมนาคม ไปจนถึงเทคโนโลยี

- เจ้าตลาดเดิมมีหน้าต่างแห่งโอกาสเปิดรออยู่ เพราะสตาร์ทอัพและยักษ์ดิจิทัลต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง การต่อต้านจากภาครัฐ ความไม่พอใจของประชาชน และความกังขาของนักลงทุน

- เพื่อที่จะคว้าชัยชนะในศึกดิจิทัลสังเวียนหน้า และก้าวขึ้นเป็นยักษ์ดิจิทัลรายใหม่ บริษัทต่าง ๆ จะต้องปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าขึ้น 10 เท่า ดำเนินธุรกิจด้วยความเร็วในระดับเดียวกับผู้ก่อตั้งหรือเจ้าของ และทะลุทะลวงตลาดของตนเองด้วยนวัตกรรมที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต บริษัทที่มีโครงสร้างความเป็นเจ้าของแบบกระจุกตัว (Concentrated Ownership) เช่น ผู้ก่อตั้ง ครอบครัว หรือหุ้นเอกชน มีความได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญ"ข้อมูลเชิงลึกของเราถูกรวบรวมเป็นรูปเป็นร่างด้วยประสบการณ์ตรงกว่า 25 ปีในการสร้างผู้นำตลาดดิจิทัล 30 รายใน 4 ทวีป ครอบคลุมตลาดมากกว่าสิบกลุ่ม ได้แก่ ค้าปลีก ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โลจิสติกส์ บริการการเงิน และอาหาร เป็นต้น" จากการเปิดเผยของ Mr. Love Goel ประธานและซีอีโอของ GVG ซึ่งเป็นผู้เขียนรายงานฉบับนี้ อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://bit.ly/35fbjLt

เกี่ยวกับGVG Capital (https://www.gvgcapital.com/)

GVG Capital เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ลงทุนในหุ้นนอกตลาด บริษัทมีชื่อเสียงจากการเป็นผู้นำในการพลิกโฉมดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของโลกให้กับ 7 บริษัท สร้างธุรกิจสตาร์ทอัพมูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ปลดล็อกมูลค่าผู้ถือหุ้น 1 แสนล้านดอลลาร์ และช่วยให้องค์กรดังระดับไอคอนนับสิบองค์กร อย่าง Apple, Walmart, ABInbev, Macy's, P&G, BMW, Lojas Americanas และ Future Group เปิดตัวหรือขยายธุรกิจให้เติบโตในยุคดิจิทัล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง