บิ๊กเรือบรรทุกน้ำมันคาด ช่องแคบฮอร์มุซอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะกลับสู่ปกติ

ข่าวต่างประเทศ Wednesday June 17, 2026 10:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โจทาโร ทามูระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทมิตซุย โอเอสเค ไลน์ส (Mitsui OSK Lines) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเรือบรรทุกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของจำนวนเรือ กล่าวว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่น่าจะกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ในทันที แม้ว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงที่ทำให้เส้นทางเดินเรือแห่งนี้กลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้งก็ตาม

ทามูระเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สของอังกฤษในวันอังคาร (16 มิ.ย.) ว่า ผู้ประกอบการหลายรายจะยังคงใช้ความระมัดระวังก่อนที่จะกลับมาเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยเจ้าของเรือต่างก็กำลังรอหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้นว่าข้อตกลงดังกล่าวจะนำไปสู่การผ่านทางอย่างปลอดภัย

"สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นไม่ใช่แค่ข้อตกลงง่าย ๆ ระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ข้อตกลงนั้นจะต้องเป็นรูปธรรม และนำไปปฏิบัติได้จริงในสถานการณ์จริงที่ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้บริษัทเดินเรือต่าง ๆ มีความมั่นใจและสบายใจที่จะเดินทางผ่าน" ทามูระกล่าว

ทามูระกล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่าต่อความพยายามที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะคาดการณ์ว่าการฟื้นตัวน่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ หรืออาจจะเป็นเดือน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางการขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดในโลก โดยก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งนั้น อุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลกมากกว่า 1 ใน 5 ได้ถูกขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้ นอกจากนี้ ช่องแคบฮอร์มุซยังมีความสำคัญต่อการขนส่งธัญพืชและสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าไปยังอ่าวเปอร์เซีย โดยรายงานของไฟแนนเชียลไทม์สระบุว่า จำนวนเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบในแต่ละวันเคยอยู่ที่ประมาณ 135 ลำก่อนเกิดความขัดแย้ง แต่หลังจากนั้นก็ลดลงอย่างมาก

ทั้งนี้ มิตซุย โอเอสเค ไลน์ส ดำเนินการเดินเรือมากกว่า 900 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และสารเคมีมากกว่า 200 ลำ โดยทามูระกล่าวว่าบริษัทของญี่ปุ่นแห่งนี้ได้เคลื่อนย้ายเรือจำนวน 4 ลำออกจากอ่าวเปอร์เซียก่อนที่อิหร่านและสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลง ในขณะที่เรือของบริษัทอย่างน้อย 7 ลำยังคงจอดรอเพื่อเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ความไม่แน่นอนดังกล่าวได้นำไปสู่การเรียกร้องให้มีกระบวนการประสานงานเพื่อเปิดเส้นทางอีกครั้ง โดยบริษัทเดินเรือและเจ้าของเรือรายอื่น ๆ ได้เรียกร้องให้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ ช่วยประสานงานให้เรือประมาณ 500 ลำสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเปิดทางให้เรือเหล่านี้เดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ