การปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงสงครามอิหร่านกำลังผลักดันต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งให้สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าหลายแห่งทยอยปรับขึ้นราคาสินค้า ตั้งแต่เบียร์ สีทาบ้าน มันฝรั่งทอด ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า บริษัทที่ประกาศปรับขึ้นราคาหรือเตรียมดำเนินการแล้ว ได้แก่ Boston Beer Company, Sherwin-Williams, International Paper และ Unilever โดยมีเป้าหมายเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น
ผลกระทบดังกล่าวอาจซ้ำเติมเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และทำให้การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่หลังราคาพลังงานพุ่งขึ้นจากสงคราม ตลาดเริ่มให้น้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดอาจกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ก่อนเกิดสงคราม น้ำมันราว 20% ของอุปทานโลกต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังเป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงอะลูมิเนียม ปุ๋ย และสินค้าโภคภัณฑ์อีกหลายประเภท
ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ ซื้อขายใกล้ระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในวันศุกร์ (31 ก.ค.) เพิ่มขึ้นประมาณ 25% จากช่วงเริ่มต้นสงคราม ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4.11 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน จาก 2.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอนในช่วงเริ่มเกิดความขัดแย้ง
Unilever คาดว่า การเติบโตของยอดขายในช่วงครึ่งหลังของปีจะมาจากการปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นหลัก มากกว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย เนื่องจากต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ยังอยู่ในระดับสูง
ด้าน Sherwin-Williams เตรียมปรับขึ้นราคาสินค้า 8% ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เชื่อมโยงกับราคาน้ำมัน โดยหลังการประกาศดังกล่าว ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้นมากกว่า 8%
Illinois Tool Works ระบุว่า การปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงไตรมาสฤดูใบไม้ผลิสามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ขณะที่ Lamb Weston Holdings ได้ปรับขึ้นราคาสินค้าในอเมริกาเหนือ หลังต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ทั้งค่าขนส่งและต้นทุนน้ำมันสำหรับประกอบอาหารเพิ่มขึ้น
ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลาสติก อะลูมิเนียม กระดาษแข็งรีไซเคิล และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดย International Paper, Smurfit WestRock และ Packaging Corporation of America ต่างประกาศปรับขึ้นราคาสินค้าในเดือนก.ค.
แม้ว่าการปรับขึ้นราคาจะช่วยหนุนราคาหุ้นของผู้ผลิตและบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคหลายแห่ง แต่ผลกระทบโดยรวมอาจเพิ่มภาระค่าครองชีพของครัวเรือน และทำให้อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช