โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านทางทรูธโซเชียล (Truth Social) เมื่อช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทยว่า ตนได้ตกลงที่จะชะลอแผนโจมตีอิหร่านรอบใหม่แล้ว
ข้อความดังกล่าวระบุว่า สหรัฐอเมริกาอยู่ในสถานะพร้อมรบอย่างเต็มที่ และพร้อมเดินหน้าจัดการกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ด้วยอานุภาพ ความเกรียงไกร และความน่าสะพรึงกลัวทางทหารในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงกระนั้น เราเพิ่งได้รับการร้องขอจากอิหร่านและกลุ่มประเทศในแถบตะวันออกกลาง ให้ชะลอการโจมตีออกไปก่อน เนื่องจากสามารถบรรลุกรอบข้อตกลงร่วมกันได้แล้ว ซึ่งข้อตกลงนี้จะรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซในทันทีอย่างสมบูรณ์และเด็ดขาด พร้อมทั้งยุติภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ของอิหร่านลงอย่างสิ้นเชิง จากคำร้องขอนี้ ผมจึงยินยอมที่จะยกเลิกการโจมตี เพื่อประโยชน์ของโลก และเพื่อความอยู่รอด รุ่งเรือง และความสำเร็จของอิหร่านเช่นเดียวกัน โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องบรรลุข้อตกลงได้อย่างรวดเร็ว ประเทศอิสราเอลได้ร่วมข้อผูกพันนี้กับผมด้วย ขอให้ทุกคนเริ่มลงมือทำงานและทำให้มันสำเร็จ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ไม่นาน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้เปิดเผยผ่านทางเทเลแกรมว่า อิหร่านจะตอบโต้อย่างเด็ดขาด หากกองทัพสหรัฐฯ ลงมือปฏิบัติตามคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานว่า หากสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ทางการอิหร่านก็พร้อมจะสวนกลับด้วยการโจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมไปถึงแหล่งก๊าซในกาตาร์และอิสราเอล
ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ เตรียมเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ซึ่งอาจดำเนินต่อเนื่องหลายวัน และอาจเริ่มขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยทรัมป์ได้อนุมัติแผนดังกล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่แคมป์เดวิดเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) หลังอิหร่านโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในจอร์แดน และสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการโจมตีเมื่อวันพุธ (29 ก.ค.)
ฝั่งอิหร่านยืนยันว่า โครงการนิวเคลียร์ของประเทศมีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้งานพลเรือน และปฏิเสธว่าไม่ได้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจุบันอิหร่านยังไม่ได้เสริมสมรรถนะยูเรเนียม
โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์