ข่าวอินโฟเควสท์
09:13 ภาวะตลาดทองแดงนิวยอร์ก: เงินดอลล์แข็ง ฉุดทองแดงปิดลบ 0.8%   สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (26 มิ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าขอ…
09:13 SEAFCO ได้งานใหม่ 3 โครงการในเดือนมิ.ย. รวมมูลค่า 1.03 พันลบ.   บมจ.ซีฟโก้ (SEAFCO) เปิดเผยว่าบริษัทได้งาน 3 โครงการใหม่ในเดือน มิถุนายน 62 รวม…
09:13 ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นขึ้นตามตลาดภูมิภาค คาดหวังการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนใกล้บรรลุข้อตกลง   นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมผู้จั…
09:12 ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น นลท.จับตาประชุม "ทรัมป์-สี จิ้นผิง"   ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการพบกัน…
09:12 สนง.สารสนเทศพลังงานสหรัฐเผยการผลิตน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่องในสัปดาห์ที่แล้ว   สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า การผลิ…

ไทยร่วมถกเวที อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เน้นยกระดับความตกลง AANZFTA รับมือความตึงเครียดทางการค้าโลก

ข่าวเศรษฐกิจ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ -- พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562 13:25:26 น.

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วมความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA JC) ครั้งที่ 11 ณ ประเทศออสเตรเลีย กำหนดแผนการทำงาน ยกระดับความตกลง AANZFTA ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น หลังมีผลบังคับใช้มาแล้ว 10 ปี รับมือสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าโลก

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รักษาการที่ปรึกษาการพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA JC) ครั้งที่ 11 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 27 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2562 ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเตรียมกำหนดแผนการทำงานสำหรับการยกระดับความตกลง AANZFTA โดยจะปรับปรุงกฎเกณฑ์ พันธกรณี และข้อผูกพันการเปิดตลาดในแต่ละเรื่องภายใต้ความตกลงฯ โดยมุ่งหวังให้ความตกลง AANZFTA ที่ปรับปรุงใหม่ มีกฎเกณฑ์ทันสมัยและมีระดับข้อผูกพันเปิดตลาดที่สูงขึ้น เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะผู้ประกอบการภายในภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ และทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคมีความแข็งแกร่ง สามารถรับมือสถานการณ์ความตึงเครียดและการปกป้องทางการค้าจากประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่

นายรณรงค์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้กำหนดแผนการทำงานในแต่ละด้านในระยะต่อไป (2562-2563) ในประเด็นสำคัญ ด้านการค้าสินค้าได้กำหนดแผนการปรับปรุงกฎถิ่นกำเนิดสินค้า ให้เอื้อประโยชน์ต่อการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการนำเข้าและการส่งออก รวมถึงกำหนดพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้มีกระบวนการที่รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนด้านการค้าบริการและการลงทุน ได้กำหนดแผนปรับปรุงกฎเกณฑ์และข้อผูกพันเปิดตลาดบริการให้ครอบคลุม มีความทันสมัยและมาตรฐานสูง โดยเฉพาะเรื่องบริการทางการเงินและบริการโทรคมนาคม สำหรับทางด้านการลงทุน ให้ครอบคลุมถึงเรื่องความคุ้มครองการลงทุนด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและนักลงทุนในภูมิภาคอย่างแท้จริง

นายรณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังได้กำหนดแผนการเจรจาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยจะเน้นเรื่องความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมการสร้างความโปร่งใสในการกำกับดูแลกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของประเทศสมาชิก อีกทั้งจะเพิ่มเติมกฎเกณฑ์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคผนวกไว้ภายใต้เรื่องการแข่งขันทางการค้า ส่วนประเด็นพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ประชุมตกลงจะปรับปรุงบทที่มีอยู่เดิมภายใต้ความตกลงฯ ให้มีความทันสมัยต่อสถานการณ์ อาทิ การปกป้องคุ้มครองข้อมูลและผู้บริโภคออนไลน์ การรับรองและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อมุ่งส่งเสริมและยกระดับการค้า E-Commerce ภายในภูมิภาค

ทั้งนี้ อาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หวังจะยกระดับความตกลง AANZFTAให้มีมาตรฐานสูงเท่าเทียมหรือไม่น้อยกว่า RCEPภายใต้การแข่งขันทางการค้าและการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน โดยคาดว่าจะมีการเจรจารอบแรกช่วงกลางปี 2563ในช่วงการประชุม AANZFTA FJC ครั้งที่ 12ณ ประเทศนิวซีแลนด์ สำหรับในส่วนของไทย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ประสานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง กำหนดท่าทีของไทยและเสนอต่อระดับนโยบาย พร้อมกับเตรียมการเพื่อเปิดกระบวนการหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการมีส่วนร่วมภาคประชาชนในทุกระดับต่อไป

นอกจากนี้ ในปี 2562 ยังเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปี ของความความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ หรือ AANZFTA ซึ่งนับเป็นความตกลงการค้าเสรีที่มีบทบาทสำคัญต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ โดยปัจจุบันออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้เปิดตลาดเสรีสินค้าเกือบทั้งหมดให้แก่อาเซียนแล้ว

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
กระทรวงพาณิชย์
17 พฤษภาคม 2562
ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง