ข่าวอินโฟเควสท์
17:37 โบรกเกอร์มาร์เก็ตแชร์ 10 อันดับสูงสุดประจำวันที่ 23 ก.ค. 2562   สูงสุดประจำวันที่ 23 ก.ค. 2562 บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) มีมาร์เก็ตแช…
17:33 ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 91,190 ล้านบาท   มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 91,190 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที…
17:31 MOOSE CRAFT CIDER ร่วมสนับสนุนนักแข่งรถฟอร์มูล่า วัน สัญชาติไทย “อเล็กซ์ อัลบอน” และทีม Scuderia Toro Rosso ประกาศศักดาธงไตรรงค์สู่สนามแข่งระดับโลก   MOOSE CRAFT CIDER (มูส คราฟท์ ไซเดอร์) แบรนด์เครื่องดื่มคราฟท์แอปเปิ้ลไซเดอร์สัญชาติไทยระดับ พรีเมี่ยม เปิดตัว "Alex Albon" (อเล็กซ์ อัลบอน) นักแข่งรถฟอร์มูล่าวันสัญชาติไทย ในฐานะแบรนด์ แอมบาสเดอร์คนแรก พร้อมจับมือเป็นพาร์ทเนอร์ให้การสนับสนุนทีม Scuderia Toro Rosso (สคูเดอเรีย โทโร รอสโ…
17:31 ปอนด์ร่วง กังวล"จอห์นสัน"เป็นนายกฯอังกฤษ ส่งผล Brexit ไร้ข้อตกลง   ปอนด์ร่วงลงเทียบดอลลาร์ในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลที่ว่า นายบอริส จอห์นสัน อด…
17:28 ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.91/92 อ่อนค่าจากช่วงเช้าตามภูมิภาค ตลาดจับตาว่าที่นายกฯอังกฤษคนใหม่   นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทป…

เอฟทีช่วยส่งออกผลไม้ไทยไปจีน โต 152.7% สวนวิกฤตสงครามการค้า

ข่าวเศรษฐกิจ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ -- ศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2562 14:08:54 น.

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ปลื้มเอฟทีเอดันส่งออกผลไม้ไทยไปจีนโตต่อเนื่อง ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 152.7 ทุเรียนสดขึ้นแท่นผลไม้ส่งออกไปจีนมากสุด ตามด้วยมังคุดสด ลำไยสด และทุเรียนแช่เย็นแช่แข็ง ชี้ให้เกษตรกรและผู้ส่งออกไทยเน้นรักษาคุณภาพมาตรฐานการเพาะปลูก และการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานสากล

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถิติการส่งออกของไทยไปจีน ในช่วง 4เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-เมษายน) พบว่า ผลไม้เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีนที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุด โดยมีมูลค่า 668.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึงร้อยละ 152.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีอัตราเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 โดยผลไม้ที่ไทยส่งออกไปจีนมากที่สุดคือ ทุเรียนสด (318.61 ล้านเหรียญสหรัฐ) รองลงมาคือ มังคุดสด (141.26 ล้านเหรียญสหรัฐ) ลำไยสด และทุเรียนแช่เย็นแช่แข็ง ขณะที่การส่งออกสินค้าอื่นของไทยไปจีนในช่วงเดียวกันชะลอตัวลง ทั้งนี้ ในปี 2561 จีนนำเข้าผลไม้จากไทยเป็นอันดับ 1 มีมูลค่า2,021 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาคือ ชิลี และเวียดนาม ซึ่งทุเรียนสดเป็นสินค้าที่ไทยส่งออกไปจีนมากที่สุด (418 ล้านเหรียญสหรัฐ) คิดเป็น 41.5 %ของการส่งออกสินค้าผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้งที่ไทยส่งออกไปจีน รองลงมาคือ ลำไยสด ลำไยแห้ง และมังคุดสด

นางอรมน กล่าวว่าจากการประเมินพบว่า เอฟทีเอที่ไทยมีกับจีนภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ซึ่งจีนยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าผลไม้จากไทยทุกรายการ จากเดิมที่เก็บภาษีอยู่ที่ร้อยละ 10–30 ช่วยให้ผลไม้ไทยสามารถแข่งขันในตลาดจีนได้ นอกจากนี้ ความตกลงเอฟทีเอที่ไทยทำกับ 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี และฮ่องกงโดยประเทศที่ไทยได้ทำเอฟทีเอและได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าผลไม้จากไทยแล้วมีอาเซียน 5 ประเทศ (สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซียยังเก็บภาษีผลไม้บางประเภทที่อัตราร้อยละ 5)และประเทศอื่นอีก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู และฮ่องกง (สำหรับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดียยังมีการเก็บภาษีผลไม้บางประเภทอยู่) ทำให้มูลค่าการส่งออกผลไม้ไทยไปประเทศดังกล่าว ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ เติบโตอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นมูลค่า 1,292 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสัดส่วนถึงร้อยละ 95 ของการส่งออกไปโลก และมีอัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 83.7 โดยเฉพาะการส่งออกไปจีน ฮ่องกง และออสเตรเลีย

“ปัจจุบันผู้บริโภคจีนเน้นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขภาพมากขึ้นและหน่วยงานของจีนก็ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสารพิษตกค้างในผลไม้ตลอดจนมาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) มากขึ้น จึงขอให้เกษตรกรและผู้ส่งออกไทยให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพมาตรฐานในการเพาะปลูกและการผลิตสินค้าผลไม้สดและแปรรูปให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล” นางอรมน กล่าว

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
กระทรวงพาณิชย์
11 มิถุนายน 2562
ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง