อียูพบไทย เพื่อขอรับทราบความคืบหน้าการเจรจา FTA

ข่าวทั่วไป Friday September 3, 2010 15:34 —กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

นาย Karel De Cucht กรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป เข้าพบหารือกับนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2553 ไทยและสหภาพยุโรป(อียู)เห็นพ้องว่า ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีต่อกันมาโดยตลอด และยังมีโอกาสที่จะขยายการค้าระหว่างกันอีกมาก ปัจจุบันอียูเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 3 ของไทยรองจากอาเซียนและญี่ปุ่น โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามาโดยตลอด สำหรับปี 2552 การค้ารวมมีมูลค่า 30,305 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออกไปอียู 18,154 ล้านเหรียญฯ และนำเข้าจากอียู 12,150 ล้านเหรียญฯ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นว่าเขตการค้าเสรีจะเป็นเครื่องมือสำคัญ

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อียูได้สอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดทำความตกลงการค้าเสรี ซึ่งไทยแจ้งว่าต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาและคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เสร็จสิ้นในช่วงปลายปีนี้ อียูแจ้งว่าได้เริ่มเปิดการเจรจาเขตการค้าเสรีทวิภาคีกับประเทศสมาชิกอาเซียนบ้างแล้ว เช่น สิงคโปร์ และกำลังจะเริ่มกับมาเลเซียและเวียดนาม ซึ่งหากสามารถเปิดการเจรจากับไทยได้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ก็จะเป็นการส่งสัญญาณที่ดี

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือประเด็นสำคัญ อื่นๆ ได้แก่ กรณีที่ไทยจะออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งทางกรรมาธิการยุโรปให้ความเห็นว่า กฎหมายดังกล่าวนอกจากจะควบคุมความเป็นเจ้าของกิจการคือต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49 แล้ว ยังมีเจตนาควบคุมอำนาจการบริหารกิจการด้วย โดยที่โทรคมนาคมเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก ข้อจำกัดดังกล่าวจะทำให้มีบริษัทต่างชาติสนใจมาลงทุนลดลง ซึ่งไทยมีโอกาสจะคัดเลือกผู้ประกอบการได้น้อยลง และราคาที่ได้อาจไม่ดีเท่าที่ควร ในการนี้ ฝ่ายไทยแจ้งว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ยังอยู่ระหว่างการนำร่างประกาศดังกล่าวสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ อย่างไรก็ดี ประกาศดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลธุรกิจ สร้างธรรมภิบาล เพื่อความมั่นคงของประเทศ

อียูขอให้ไทยช่วยหาทางออกกรณีการขอจัดตั้งหอการค้าสหภาพยุโรปในประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างภาคธุรกิจได้อย่างมาก ถึงแม้อียูจะไม่เป็นประเทศแต่ก็มีสถานะทางกฎหมาย เป็น(Legal Entity) ซึ่งไทยแจ้งว่ากฎหมายของไทยยังไม่อนุญาตให้มีการจัดตั้งหอการค้าในลักษณะดังกล่าว แต่อนุญาตให้มีการจัดตั้งหอการค้าของแต่ละประเทศได้ อย่างไรก็ดี ฝ่ายไทยรับว่าจะนำเรื่องไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ 44/100 ถ.นนทบุรี1 ต. บางกระสอ อ. เมือง จ. นนทบุรี 11000

โทรศัพท์ (66) 2507-7444 แฟกซ์ (66) 2547-5630

-พห-

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ