ข่าวอินโฟเควสท์
10:11 ดัชนี SET เปิดเช้าบวกกว่า 10 จุดตามตลาดต่างประเทศ เล็งเฟดลดดอกเบี้ยเชิงรุก ,"ฟิทช์" ปรับมุมมองไทยดีขึ้น   ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดพุ่งกว่า 10 จุด ต…
10:05 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดเช้าพุ่ง 347.99 จุด จากแรงซื้อคืนหลังร่วงหนักในช่วงที่ผ่านมา   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นใ…
09:56 ธปท.เผยผลตอบแทนพันธบัตร ธปท.มูลค่า 4 หมื่นลบ.ที่ 1.72233%   ประมูล ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ThaiBMA CB19806A ISIN CODE TH0655J7T884 CFI Code D…
09:55 (เพิ่มเติม)กลยุทธ์การลงทุนรอบเช้าวันที่ 19 กรกฎาคม 2562   โบรกเกอร์ แนวรับ แนวต้าน กลยุทธ์ จากบทวิเคราะห์ KINGSFORD 1,714 1,720 1,727 1,730 ระย…
09:52 เกียวโดเผยมือเผาสตูดิโอแอนิเมชั่นอ้างสตูดิโอขโมยแนวคิดเขียนนิยาย   สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ผู้ที่ก่อเหตุเผาสตูดิโอแอนิเมชั่นท…

ผลการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน – สหภาพยุโรป ครั้งที่ 22

ข่าวการเมือง มติคณะรัฐมนตรี -- อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562 17:02:50 น.

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและติดตามผลการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน – สหภาพยุโรป [ASEAN – The European Union (EU) Ministerial Meeting - AEMM] ครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 ณ กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียมและผลการหารือทวิภาคีในช่วงการประชุมดังกล่าว และพิจารณามอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลการประชุมฯ และผลการหารือในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ

สาระสำคัญของเรื่อง

กระทวงการต่างประเทศได้เสนอผลการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน – สหภาพยุโรป ASEAN – The European Union (EU) Ministerial Meeting - AEMM] ครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 ณ กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียมและผลการหารือทวิภาคีในช่วงการประชุมดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการติดตามประเด็นความร่วมมืออาเซียน – EU เช่น การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์การนำเสนอแนวคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนของไทยและประเด็นที่ไทยต้องการผลักดันให้เป็นรูปธรรม การรื้อฟื้นการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – EU และความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศระหว่างอาเซียน – EU เป็นต้น นอกจากนี้ ได้มีการหารือทวิภาคีระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฮังการี บัลแกเรีย โปแลนด์ ลักเซมเบิร์ก และมอลตา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกรีซ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญชวนให้ภาคเอกชนของประเทศดังกล่าวมาลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทย รวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์รัฐยะไข่ในการสนับสนุนบทบาทที่ชัดเจนมากขึ้นของอาเซียนที่จะดำเนินความพยายามร่วมกันผ่านศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติในรัฐยะไข่ เป็นต้น

ทั้งนี้ การเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวมีประเด็นเกี่ยวข้องที่ไทยจะต้องรับไปดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงมีการมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 17 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงกลาโหม (กห.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กระทรวงคมนาคม (คค.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) กระทรวงพลังงาน (พน.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) หรือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตช.) รับไปติดตามและดำเนินการให้เกิดผลเป็นอย่างรูปธรรมต่อไป

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 21 พฤษภาคม 2562--
ข่าวที่เกี่ยวข้อง